วิธีเลือกวารสาร Q1 Q2 Q3 Q4: คู่มือสำหรับนักวิจัยไทย
บทนำ
นักวิจัยไทยหลายท่านเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ควรส่งผลงานไปที่วารสารระดับไหนดี?” คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่แท้จริงแล้วซ่อนความซับซ้อนไว้อย่างมาก เพราะการเลือกวารสารที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เสียเวลาหลายเดือน หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจทำให้ตกไปอยู่ในกับดักของวารสารนักล่าเหยื่อ (predatory journals) ที่ดูเหมือนมีชื่อเสียงแต่ไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ระบบการจัดอันดับวารสารแบบ Q1, Q2, Q3, Q4 ซึ่งพัฒนาโดย Scimago Journal & Country Rank (SJR) และอ้างอิงจากฐานข้อมูล Scopus ของ Elsevier เป็นเครื่องมือที่นักวิจัยทั่วโลกใช้ประเมินคุณภาพวารสาร แต่การอ่านและตีความตัวเลขเหล่านี้ให้ถูกต้องต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าแค่ดูตัวอักษร Q
บทความนี้จะพาท่านทำความเข้าใจระบบ Quartile Ranking ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงกลยุทธ์การเลือกวารสารที่เหมาะสมกับระดับงานวิจัย ประสบการณ์การตีพิมพ์ และเป้าหมายทางอาชีพของนักวิจัยไทยในบริบทที่มีการกำหนดตัวชี้วัดทางวิชาการทั้งโดยสถาบัน สกสว. และ กระทรวง อว. โดยเฉพาะ ท้ายบทความท่านจะได้รับกรอบการตัดสินใจที่นำไปปฏิบัติได้จริง พร้อมเครื่องมือฟรีที่ช่วยให้กระบวนการเลือกวารสารเป็นเรื่องที่ง่ายและมีหลักการยิ่งขึ้น
ระบบ Quartile คืออะไร และทำงานอย่างไร
ระบบ Quartile Ranking แบ่งวารสารวิชาการออกเป็น 4 กลุ่มตามค่า SCImago Journal Rank (SJR) ในแต่ละสาขาวิชา โดยวารสารทั้งหมดในสาขาเดียวกันจะถูกเรียงจากสูงไปต่ำ แล้วแบ่งออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน ดังนี้:
- Q1 (Quartile 1) — วารสารที่อยู่ใน 25% แรกของสาขา ถือว่ามีผลกระทบสูงสุดและมีการอ้างอิงสูง
- Q2 (Quartile 2) — วารสารที่อยู่ในช่วง 25–50% ของสาขา ถือว่ามีผลกระทบระดับดีถึงดีมาก
- Q3 (Quartile 3) — วารสารที่อยู่ในช่วง 50–75% ของสาขา ถือว่าอยู่ระดับกลาง
- Q4 (Quartile 4) — วารสารที่อยู่ใน 25% สุดท้ายของสาขา ถือว่ามีผลกระทบน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของสาขา
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การจัดอันดับนี้เป็น การเปรียบเทียบภายในสาขา ไม่ใช่การเปรียบเทียบข้ามสาขา วารสารที่อยู่ใน Q1 ของสาขาชีววิทยาทางทะเลอาจมีค่า SJR ต่างกันมากกับวารสาร Q1 ของสาขาวิศวกรรมเคมี ดังนั้นการเปรียบเทียบ Q ข้ามสาขาจึงไม่มีความหมายทางสถิติที่แท้จริง นอกจากนี้ วารสารหนึ่งฉบับอาจปรากฏใน หลายสาขา พร้อมกัน และได้รับ Quartile ที่แตกต่างกันในแต่ละสาขา
ความแตกต่างระหว่าง SJR, JIF และ CiteScore: อย่าสับสน
นักวิจัยไทยหลายท่านสับสนระหว่างตัวชี้วัดสามตัวหลักที่ใช้วัดคุณภาพวารสาร ได้แก่ SJR (SCImago Journal Rank), JIF (Journal Impact Factor) และ CiteScore แต่ละตัวมาจากฐานข้อมูลและสูตรคำนวณที่แตกต่างกัน:
- SJR — คำนวณจากฐานข้อมูล Scopus โดยใช้อัลกอริทึมคล้าย Google PageRank ที่ให้น้ำหนักกับการอ้างอิงจากวารสารที่มีชื่อเสียง ใช้ในระบบ Quartile ของ Scimago
- JIF (Impact Factor) — คำนวณจากฐานข้อมูล Web of Science (Clarivate) โดยดูอัตราการอ้างอิงในช่วง 2 ปีย้อนหลัง เป็นตัวชี้วัดที่เก่าแก่ที่สุดและนิยมใช้ในสายวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์
- CiteScore — คำนวณจาก Scopus เช่นกัน แต่ใช้ช่วงเวลา 4 ปีและรวมบทความประเภทอื่น ๆ มากกว่า JIF ทำให้บางครั้งให้ภาพที่แตกต่าง
ในระบบการประเมินของสถาบันอุดมศึกษาไทยปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มักอ้างอิง Scopus Quartile เป็นหลัก ในขณะที่วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์บางสาขายังคงให้ความสำคัญกับ JIF จากฐาน Web of Science ควบคู่กันไป
วิธีอ่านและใช้งาน Scimago Journal Rankings อย่างถูกต้อง
เว็บไซต์ Scimago Journal & Country Rank (scimagojr.com) เป็นแหล่งข้อมูลฟรีที่ครอบคลุมที่สุดสำหรับการตรวจสอบ Quartile ของวารสาร วิธีการใช้งานที่ถูกต้องมีดังนี้:
- ค้นหาด้วยชื่อวารสาร: ระบุชื่อเต็มหรือ ISSN เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
- เลือกปีที่ต้องการ: Quartile สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี ควรดูข้อมูลล่าสุดและย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปีเพื่อดูแนวโน้ม
- ระบุสาขาที่เกี่ยวข้อง: ดู Quartile ในสาขาที่ตรงกับงานวิจัยของท่านมากที่สุด
- ตรวจสอบกราฟแนวโน้ม: วารสารที่ Quartile กำลังดีขึ้นอาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการส่งบทความในอนาคต
- เปรียบเทียบค่า H-index: H-index ของวารสารสะท้อนผลกระทบสะสมในระยะยาว ซึ่งมีความสำคัญในบางบริบท
นอกจาก Scimago แล้ว Scopus Source List ที่เข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์ Elsevier ก็เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่แสดง CiteScore Quartile ซึ่งอาจแตกต่างจาก SJR Quartile บ้าง การตรวจสอบทั้งสองแหล่งก่อนตัดสินใจส่งบทความจึงเป็นแนวปฏิบัติที่ดี
กลยุทธ์การเลือก Quartile ที่เหมาะสม: ตามระดับนักวิจัย
ไม่มีสูตรตายตัวว่านักวิจัยทุกคนควรส่งบทความไปที่ Q1 เสมอ การเลือก Quartile ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ:
นักวิจัยใหม่และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
สำหรับท่านที่กำลังตีพิมพ์ครั้งแรกหรือมีประสบการณ์น้อยกว่า 3 ปี การเริ่มต้นด้วยวารสาร Q2 หรือ Q3 ที่มีชื่อเสียงในสาขามักจะเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด เหตุผลคือวารสารเหล่านี้มีอัตราการตอบรับ (acceptance rate) สูงกว่า ให้ feedback ที่สร้างสรรค์กว่า และช่วยให้ท่านได้เรียนรู้กระบวนการ peer review โดยไม่ต้องเผชิญกับการปฏิเสธที่รุนแรงจนอาจทำให้ท้อถอย ประสบการณ์การรับการตรวจสอบบทความและการแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิมีคุณค่าต่อพัฒนาการของนักวิจัยอย่างมาก
นักวิจัยระดับกลาง (3–10 ปีประสบการณ์)
เมื่อท่านมีผลงานตีพิมพ์ใน Q2–Q3 สะสมอยู่พอสมควร การยกระดับสู่ Q1 หรือ Q2 ชั้นดีในสาขาหลักของท่านจะช่วยสร้างชื่อเสียงและเพิ่มโอกาสในการได้รับทุนวิจัยระดับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาว่างานวิจัยชิ้นใดของท่านมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะผ่านกระบวนการ peer review ที่เข้มข้นของวารสาร Q1 ได้ ไม่ใช่ส่งทุกชิ้นงานไปที่ Q1 โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้เสียเวลาและขวัญกำลังใจ
นักวิจัยอาวุโสและศาสตราจารย์
การมีผลงานใน Q1 อย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญสูงสำหรับการได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์และการได้รับทุนวิจัยระดับชาติอย่าง NRCT (National Research Council of Thailand) หรือ TSRI แต่การมีความหลากหลายของผลงาน โดยมีทั้ง Q1, Q2 และบทความในวารสาร TCI ที่เน้นผู้อ่านไทย ก็มีความสำคัญเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มผู้อ่านและนักนโยบายในประเทศ
เกณฑ์ประเมินของสถาบันไทย: สกสว., กพอ. และมหาวิทยาลัย
เพื่อการวางแผนอาชีพที่ดี นักวิจัยไทยต้องเข้าใจเกณฑ์การประเมินผลงานวิชาการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง:
เกณฑ์ของ กพอ. (คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ)
สำหรับการขอกำหนดตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” ขึ้นไป กพอ. กำหนดให้ผลงานวิจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณาต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่อยู่ในฐาน Scopus หรือ Web of Science โดยวารสาร Q1 และ Q2 มีน้ำหนักมากกว่า ในขณะที่วารสาร TCI กลุ่มที่ 1 ก็ยังคงได้รับการยอมรับสำหรับบางสาขา
เกณฑ์ของ สกสว. และแหล่งทุนวิจัย
สกสว. ใช้จำนวนและคุณภาพของผลงานตีพิมพ์ใน Scopus เป็นตัวชี้วัดหนึ่งในการประเมินนักวิจัย โดยวารสาร Q1 มักจะให้คะแนนสูงสุดในระบบการนับผลลัพธ์การวิจัย นอกจากนี้ การนับจำนวนการอ้างอิง (citations) ก็มีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระบบการประเมินสมัยใหม่ ซึ่งหมายความว่าการตีพิมพ์ในวารสารที่มีผู้อ่านกว้างขวางในสาขา (แม้จะเป็น Q2) อาจได้รับการอ้างอิงมากกว่าวารสาร Q1 เฉพาะทางมาก
นักวิจัยที่ต้องการความช่วยเหลือในการนำทางระบบการตีพิมพ์ที่ซับซ้อนนี้ สามารถปรึกษา บริการสนับสนุนการตีพิมพ์ EditVerse ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจบริบทของนักวิจัยไทยโดยเฉพาะ
罠 (กับดัก) ที่ต้องระวัง: วารสารนักล่าเหยื่อในยุคดิจิทัล
หนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่สุดของวงการวิชาการไทยคือการแพร่หลายของวารสารนักล่าเหยื่อ (predatory journals) ที่อ้างว่ามีอยู่ใน Scopus หรือ Web of Science ทั้งที่ความจริงไม่ได้อยู่ หรืออาจเคยอยู่แต่ถูกถอดออกจากฐานข้อมูลแล้ว เหตุการณ์ที่ Times Higher Education รายงานในปี 2566 เกี่ยวกับนักวิชาการไทยที่ถูกกดดันให้ซื้อ authorship ในวารสารประเภทนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบที่เข้มข้นก่อนส่งบทความ
สัญญาณเตือนของวารสารที่น่าสงสัย ได้แก่: ค่า Article Processing Charge (APC) ที่ต่ำผิดปกติ, กระบวนการ peer review ที่รวดเร็วผิดธรรมชาติ (เช่น ยืนยันการตีพิมพ์ภายใน 1–2 สัปดาห์), การส่ง spam email ชักชวนให้ส่งบทความ, คณะกรรมการกองบรรณาธิการที่ไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้จริง และชื่อวารสารที่คล้ายกับวารสารชั้นนำจนทำให้สับสน
เครื่องมือฟรีที่แนะนำ
นักวิจัยไทยสามารถใช้เครื่องมือฟรีต่อไปนี้ในการตรวจสอบและเลือกวารสารที่เหมาะสม:
- Scimago Journal & Country Rank (scimagojr.com) — แหล่งข้อมูลหลักสำหรับตรวจสอบ Quartile ของวารสารใน Scopus พร้อมกราฟแนวโน้มและการเปรียบเทียบวารสารในสาขาเดียวกัน สามารถค้นหาด้วยชื่อวารสาร ISSN หรือสาขาวิชา
- Scopus Source List (Elsevier) — รายชื่อวารสารที่อยู่ใน Scopus อย่างเป็นทางการ พร้อม CiteScore และข้อมูลสาขา สามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ Excel เพื่อค้นหาแบบออฟไลน์ได้
- Master Journal List (Clarivate) — ฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการของวารสารใน Web of Science ทุกฐาน ใช้ตรวจสอบว่าวารสารอยู่ใน SCIE, SSCI, AHCI หรือ ESCI หรือไม่
- JANE (Journal/Author Name Estimator) — เครื่องมือที่ช่วยแนะนำวารสารที่เหมาะสมโดยวิเคราะห์จาก abstract ของบทความของท่าน เปรียบเทียบกับฐานข้อมูล PubMed ซึ่งเหมาะมากสำหรับสาขาชีวการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- Thai-Journal Citation Index (TCI) — ฐานข้อมูลวารสารวิชาการไทยที่จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แบ่งวารสารออกเป็นกลุ่ม 1, 2 และ 3 ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการส่งบทความในวารสารภาษาไทยหรือวารสารระดับประเทศ
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
บริการสนับสนุนการตีพิมพ์ EditVerse — ทีม EditVerse พร้อมช่วยนักวิจัยไทยทุกท่านบรรลุเป้าหมายการตีพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวารสารที่เหมาะสม การแก้ไขภาษาอังกฤษ การเตรียมต้นฉบับตามมาตรฐานสากล หรือการรับมือกับคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิ
อ้างอิง
- Clarivate Analytics. (2023). Journal Citation Reports. Retrieved from https://jcr.clarivate.com/
- Gonzalez-Pereira, B., Guerrero-Bote, V. P., & Moya-Anegon, F. (2010). A new approach to the metric of journals’ scientific prestige: The SJR indicator. Journal of Informetrics, 4(3), 379–391. https://doi.org/10.1016/j.joi.2010.03.002
- Scopus. (2024). Scopus Source List and CiteScore Methodology. Elsevier. Retrieved from https://www.elsevier.com/solutions/scopus
- Tangkitvanich, S., & Manasboonphempool, A. (2023). Research performance of Thai universities: Evidence from Scopus. Higher Education Research & Development, 42(4), 850–865.
- Pyne, D. (2017). The rewards of predatory publications at a small business school. Journal of Scholarly Publishing, 48(3), 137–160. https://doi.org/10.3138/jsp.48.3.137
มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?
ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ






