วิธีระบุและหลีกเลี่ยงวารสารนักล่า (Predatory Journals) คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักวิจัยไทย — Editverse Thailand

วิธีระบุและหลีกเลี่ยงวารสารนักล่า (Predatory Journals) คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักวิจัยไทย

บทนำ

ในยุคที่การตีพิมพ์ผลงานวิชาการกลายเป็นหัวใจสำคัญของความก้าวหน้าในสายอาชีพนักวิจัย นักวิชาการไทยจำนวนไม่น้อยกำลังตกอยู่ในอันตรายที่ซ่อนอยู่ในรูปของ “วารสารนักล่า” หรือ Predatory Journals วารสารเหล่านี้แอบอ้างความน่าเชื่อถือ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (Article Processing Charge: APC) สูงลิ่ว แต่ไม่มีกระบวนการ Peer Review ที่แท้จริง ส่งผลให้งานวิจัยที่มีคุณค่าถูกเผยแพร่ในช่องทางที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ และอาจทำลายชื่อเสียงทางวิชาการของนักวิจัยในระยะยาว

รายงานจาก Times Higher Education เปิดเผยว่า นักวิชาการไทยบางส่วนถูกแรงกดดันจากระบบ “publish or perish” จนต้องยอมจ่ายเงินซื้อการตีพิมพ์ในวารสารนักล่าเพื่อรักษาตำแหน่งหรือเลื่อนขั้น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) ได้ตระหนักถึงปัญหานี้และพยายามปฏิรูปนโยบายในปี 2566 แต่ยังมีนักวิจัยอีกมากที่ขาดความรู้ในการแยกแยะวารสารที่ดีออกจากวารสารนักล่า บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสัญญาณเตือน เครื่องมือตรวจสอบ และวิธีปกป้องงานวิจัยของคุณจากภัยนี้อย่างเป็นระบบ

วารสารนักล่า (Predatory Journals) คืออะไร?

คำว่า “Predatory Journals” ถูกบัญญัติครั้งแรกโดย Jeffrey Beall บรรณารักษ์จากมหาวิทยาลัย Colorado Denver ในช่วงปี 2551 เพื่ออธิบายวารสารที่ดำเนินธุรกิจโดยอาศัยผลประโยชน์จากค่าธรรมเนียม APC โดยไม่ได้มุ่งเน้นคุณภาพทางวิชาการ วารสารเหล่านี้มักปลอมแปลงลักษณะของวารสารวิชาการที่ถูกต้องทุกประการ ตั้งแต่ชื่อวารสารที่คล้ายคลึงกับวารสารที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงการแสดงรายชื่อกองบรรณาธิการปลอม

ลักษณะสำคัญของวารสารนักล่าได้แก่:

  • ไม่มีกระบวนการ Peer Review ที่โปร่งใสและเป็นอิสระ หรือมีแต่เป็นเพียงรูปแบบ
  • ส่งอีเมลชักชวนให้ส่งบทความโดยไม่ได้รับการร้องขอ (Unsolicited email solicitation)
  • สัญญาว่าจะตีพิมพ์ภายในเวลาอันรวดเร็วผิดปกติ เช่น ภายใน 1-2 สัปดาห์
  • ไม่ระบุหรือปิดบังค่าธรรมเนียม APC จนกว่าบทความจะได้รับการยอมรับ
  • แอบอ้างว่าอยู่ใน Index ที่มีชื่อเสียงเช่น Scopus หรือ Web of Science ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
  • ที่อยู่หรือสำนักงานไม่มีอยู่จริง หรืออยู่ในประเทศที่ไม่สอดคล้องกับชื่อวารสาร
ข้อควรระวัง: วารสารนักล่าไม่ได้จำกัดเฉพาะวารสาร Open Access เท่านั้น แม้แต่วารสารที่เรียกเก็บค่าสมัครสมาชิก (Subscription-based) บางฉบับก็อาจมีพฤติกรรมนักล่าได้เช่นกัน อย่าตัดสินคุณภาพวารสารจากรูปแบบการเข้าถึงเพียงอย่างเดียว

สัญญาณเตือน 10 ประการที่ต้องระวัง

การระบุวารสารนักล่าต้องอาศัยการสังเกตอย่างละเอียด ต่อไปนี้คือสัญญาณเตือนที่นักวิจัยไทยควรรู้จักและตรวจสอบก่อนส่งบทความ:

1. อีเมลชักชวนที่ไม่ได้ร้องขอ

วารสารนักล่ามักส่งอีเมลฝาแฝดไปยังนักวิจัยทั่วโลก โดยมักชมเชยงานวิจัยล่าสุดของคุณอย่างเกินจริงและเชิญชวนให้ส่งบทความโดยเร่งด่วน อีเมลเหล่านี้มักมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ หรือใช้ชื่อวารสารที่ฟังดูน่าเชื่อถือแต่กว้างเกินไป เช่น “International Journal of Advanced Sciences and Technologies”

2. กำหนดเวลา Peer Review ที่เร็วผิดปกติ

กระบวนการ Peer Review ที่มีคุณภาพมักใช้เวลา 2-6 เดือน หากวารสารอ้างว่าสามารถแจ้งผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่ากระบวนการทบทวนไม่ได้เกิดขึ้นจริง

3. ขอบเขตที่กว้างเกินไปจนไม่สมเหตุสมผล

วารสารที่มีชื่อเสียงมักมีขอบเขตเฉพาะเจาะจง แต่วารสารนักล่ามักอ้างรับบทความจากทุกสาขาวิชา เช่น “ยินดีรับบทความจากทุกสาขาวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์”

4. ค่าธรรมเนียมที่ไม่โปร่งใส

วารสารที่ดีจะระบุค่าธรรมเนียม APC ไว้อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ก่อนที่ผู้เขียนจะส่งบทความ แต่วารสารนักล่ามักซ่อนข้อมูลนี้ไว้จนกว่าบทความจะ “ได้รับการยอมรับ” แล้ว

5. เว็บไซต์ที่มีคุณภาพต่ำ

ตรวจสอบเว็บไซต์ของวารสาร: ลิงก์เสีย รูปภาพผิดพลาด เนื้อหาที่คัดลอกมาจากที่อื่น หรือข้อมูลติดต่อที่ใช้บัญชี Gmail หรือ Yahoo แทนที่จะเป็นอีเมลของสถาบัน ล้วนเป็นสัญญาณอันตราย

6. กองบรรณาธิการปลอมหรือไม่มีตัวตน

ตรวจสอบรายชื่อกองบรรณาธิการ (Editorial Board) ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ โดยค้นหาบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัยที่ระบุ บางครั้งวารสารนักล่าแอบใช้ชื่อนักวิชาการที่มีชื่อเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

7. ISSN ปลอมหรือไม่ตรงกับฐานข้อมูล

ทุกวารสารที่ถูกต้องจะต้องมี ISSN (International Standard Serial Number) ที่ลงทะเบียนกับ ISSN International Centre คุณสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ issn.org หากเลข ISSN ไม่ตรงหรือหาไม่พบ นั่นคือสัญญาณอันตราย

8. อ้างการอยู่ใน Index โดยไม่มีหลักฐาน

วารสารนักล่ามักอ้างว่าอยู่ใน Scopus, PubMed, หรือ Web of Science ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ให้ตรวจสอบโดยตรงจากเว็บไซต์ของ Index นั้น ๆ เสมอ

9. ข้อกำหนดการโอนลิขสิทธิ์ที่ไม่ชัดเจน

วารสารที่ดีจะมีนโยบายด้านลิขสิทธิ์ที่ชัดเจนตามมาตรฐาน COPE (Committee on Publication Ethics) หากวารสารขอให้คุณโอนลิขสิทธิ์ทั้งหมดโดยไม่มีสัญญาที่ชัดเจน ควรระวัง

10. ไม่มีการเก็บรักษาเนื้อหาดิจิทัล

วารสารที่น่าเชื่อถือจะมีนโยบายการเก็บรักษาเนื้อหาในระยะยาวผ่านระบบเช่น CLOCKSS, Portico หรือ PubMed Central หากไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ บทความของคุณอาจหายไปเมื่อวารสารปิดตัว

เคล็ดลับ: ใช้หลัก “Think — Check — Submit” ก่อนส่งบทความทุกครั้ง: Think — คิดทบทวนว่าวารสารนี้เหมาะสมกับงานวิจัยของคุณหรือไม่? Check — ตรวจสอบข้อมูลวารสารจากหลายแหล่ง Submit — ส่งเฉพาะเมื่อมั่นใจแล้วเท่านั้น เว็บไซต์ thinkchecksubmit.org มีรายการตรวจสอบให้ดาวน์โหลดฟรี

วิธีตรวจสอบคุณภาพวารสารอย่างเป็นระบบ

การตรวจสอบวารสารไม่ใช่แค่การดูรายชื่อในฐานข้อมูล แต่ต้องใช้วิธีการที่หลากหลายร่วมกัน ดังนี้:

ขั้นที่ 1: ตรวจสอบในฐานข้อมูลวิชาการชั้นนำ

ค้นหาชื่อวารสารโดยตรงใน Scopus (scopus.com/sources) และ Web of Science (mjl.clarivate.com) ซึ่งเป็นสองฐานข้อมูลที่นักวิจัยไทยต้องการมากที่สุดสำหรับการเลื่อนตำแหน่ง ตรวจสอบว่าวารสารนั้นยังคงอยู่ในฐานข้อมูลหรือถูกถอดออกไปแล้ว (delisted) เนื่องจากบางวารสารเคยอยู่แต่ถูกถอดเพราะคุณภาพต่ำ

ขั้นที่ 2: ตรวจสอบกับ TCI สำหรับวารสารไทย

สำหรับวารสารภาษาไทยหรือวารสารของสถาบันไทย ให้ตรวจสอบกับ Thai-Journal Citation Index (TCI) ซึ่งจัดการโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี TCI จัดแบ่งวารสารเป็น 3 ระดับ โดย TCI Tier 1 ถือว่ามีคุณภาพสูงสุดและได้รับการยอมรับในระดับสากลมากที่สุด

ขั้นที่ 3: ค้นหาในรายการ Beall’s List ที่อัปเดต

แม้ว่า Beall จะหยุดอัปเดตรายชื่ออย่างเป็นทางการ แต่ยังมีรายการที่ชุมชนวิชาการช่วยกันดูแลที่ beallslist.net ซึ่งรวมทั้งวารสารและสำนักพิมพ์ที่น่าสงสัย

ขั้นที่ 4: ตรวจสอบมาตรฐาน COPE

Committee on Publication Ethics (COPE) เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่กำหนดมาตรฐานจริยธรรมการตีพิมพ์ วารสารที่เป็นสมาชิก COPE จะต้องปฏิบัติตามแนวทางด้านจริยธรรม คุณสามารถตรวจสอบสมาชิก COPE ได้ที่ publicationethics.org

ขั้นที่ 5: ตรวจสอบนโยบาย Open Access ที่ DOAJ

Directory of Open Access Journals (DOAJ) เป็นรายการวารสาร Open Access ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ หากวารสาร Open Access ที่คุณสนใจไม่อยู่ใน DOAJ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

หากคุณไม่มั่นใจในการประเมินวารสารด้วยตนเอง บริการสนับสนุนการตีพิมพ์ EditVerse มีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยตรวจสอบและแนะนำวารสารที่เหมาะสมกับงานวิจัยของคุณ

กรณีศึกษา: วิธีที่วารสารนักล่าหลอกนักวิจัยไทย

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ขอยกตัวอย่างรูปแบบที่พบบ่อยในประสบการณ์ของนักวิจัยไทย:

กรณีที่ 1: วารสารชื่อคล้ายกัน (Journal Hijacking)

วารสารนักล่าบางแห่งใช้ชื่อที่คล้ายกับวารสารที่มีชื่อเสียงมาก เช่น “Journal of Advanced Medical Sciences” ที่คล้าย “Annals of Advanced Medical Sciences” ที่น่าเชื่อถือ นักวิจัยที่รีบร้อนอาจไม่สังเกตว่าชื่อแตกต่างกัน และ Impact Factor ที่ระบุอาจเป็นตัวเลขปลอม

กรณีที่ 2: การขโมยข้อมูล ISSN (ISSN Hijacking)

มีกรณีที่วารสารนักล่าใช้เลข ISSN ของวารสารที่หยุดตีพิมพ์แล้ว ทำให้เมื่อค้นหาเลข ISSN จะพบข้อมูลของวารสารเก่าที่ดูน่าเชื่อถือ แต่วารสารปัจจุบันไม่มีคุณภาพ

กรณีที่ 3: การใช้ชื่อกองบรรณาธิการโดยไม่ได้รับอนุญาต

นักวิชาการที่มีชื่อเสียงหลายท่านรายงานว่าพบชื่อของตนเองในกองบรรณาธิการของวารสารนักล่าโดยไม่ได้ยินยอม สถาบันวิจัยและนักวิจัยไทยควรค้นหาชื่อสมาชิกกองบรรณาธิการว่ามีตัวตนจริงและสังกัดสถาบันตามที่ระบุหรือไม่

ข้อควรระวัง: การตีพิมพ์ในวารสารนักล่าอาจส่งผลเสียระยะยาวอย่างรุนแรง ได้แก่: (1) ผลงานอาจไม่ได้รับการนับสำหรับการเลื่อนตำแหน่งโดยสถาบันของคุณ (2) เพื่อนร่วมวงการอาจตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของนักวิจัย (3) บทความที่ตีพิมพ์แล้วอาจหายไปเมื่อวารสารปิดตัว (4) อาจเสียเงินค่า APC โดยไม่ได้ประโยชน์ที่แท้จริง

นโยบายของสถาบันไทยและ MHESI เกี่ยวกับวารสารนักล่า

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) ได้ออกแนวทางในปี 2566 เพื่อแก้ปัญหาวัฒนธรรม “publish or perish” ที่ผลักดันให้นักวิจัยตีพิมพ์ในวารสารนักล่า แนวทางสำคัญได้แก่:

  • การปรับเกณฑ์การประเมินผลงานวิจัยให้เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน
  • กำหนดให้วารสารที่ใช้ในการประเมินต้องอยู่ในฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับ เช่น Scopus, Web of Science หรือ TCI Tier 1
  • สนับสนุนการใช้ระบบ TCI ในการประเมินวารสารไทย
  • ส่งเสริมการศึกษาด้านจริยธรรมการวิจัยในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา

อย่างไรก็ดี สถาบันแต่ละแห่งยังคงมีนโยบายที่แตกต่างกัน นักวิจัยควรตรวจสอบเกณฑ์การประเมินของสถาบันตนเองอย่างละเอียด และสอบถามฝ่ายวิจัยก่อนส่งบทความไปยังวารสารใดก็ตาม

บทบาทของ TCI ในการปกป้องนักวิจัยไทย

Thai-Journal Citation Index (TCI) ที่บริหารจัดการโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำหน้าที่ประเมินวารสารไทยทุก 5 ปี (รอบปัจจุบันคือรอบที่ 5) โดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความสม่ำเสมอในการตีพิมพ์ ความหลากหลายของผู้เขียน และคุณภาพของกระบวนการ Peer Review การที่วารสารอยู่ใน TCI Tier 1 หรือ Tier 2 เป็นหลักฐานสำคัญของคุณภาพสำหรับนักวิจัยไทย

เครื่องมือฟรีที่แนะนำ

ต่อไปนี้คือเครื่องมือและทรัพยากรฟรีที่ช่วยให้นักวิจัยไทยตรวจสอบและเลือกวารสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

  1. Think Check Submit (thinkchecksubmit.org) — รายการตรวจสอบง่าย ๆ สำหรับนักวิจัยที่ต้องการประเมินวารสารก่อนส่งบทความ มีให้ใช้งานฟรีและมีรายการคำถามที่ครอบคลุมสัญญาณเตือนหลักทั้งหมด
  2. Scopus Source List (scopus.com/sources) — รายการวารสารทั้งหมดที่อยู่ใน Scopus อัปเดตล่าสุด สามารถค้นหาด้วยชื่อวารสาร ISSN หรือสาขาวิชา ใช้งานได้ฟรีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
  3. Directory of Open Access Journals — DOAJ (doaj.org) — ฐานข้อมูลวารสาร Open Access ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพกว่า 20,000 รายการ เหมาะสำหรับนักวิจัยที่ต้องการตีพิมพ์แบบ Open Access โดยมั่นใจในคุณภาพ
  4. Beall’s List (beallslist.net) — รายชื่อวารสารและสำนักพิมพ์ที่น่าสงสัย ดูแลโดยชุมชนวิชาการ ควรใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือตรวจสอบแต่ไม่ควรพึ่งพาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากรายการอาจไม่ครบถ้วน 100%
  5. TCI Centre (tci-thaijo.org) — เว็บไซต์หลักของ Thai-Journal Citation Index สำหรับตรวจสอบวารสารไทยพร้อมระดับคุณภาพ (Tier 1, 2, 3) และประวัติการประเมิน เป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญสำหรับนักวิจัยในระบบอุดมศึกษาไทย
สรุปสำคัญ: การป้องกันตัวเองจากวารสารนักล่าต้องใช้วิธีการหลายชั้น: (1) ตรวจสอบในฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับเช่น Scopus หรือ TCI ก่อนเสมอ (2) ใช้ Think Check Submit เป็นรายการตรวจสอบเบื้องต้น (3) ศึกษาวารสารที่ตีพิมพ์งานในสาขาเดียวกันที่คุณเคยอ่านและเชื่อถือ (4) ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการตีพิมพ์ก่อนตัดสินใจ และ (5) ไม่ตัดสินใจเร่งด่วนจากอีเมลชักชวนที่ไม่ได้ร้องขอ

ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?

บริการสนับสนุนการตีพิมพ์ EditVerse — ทีม EditVerse พร้อมช่วยนักวิจัยไทยทุกท่านบรรลุเป้าหมายการตีพิมพ์

อ้างอิง

  1. Beall, J. (2012). Predatory publishers are corrupting open access. Nature, 489(7415), 179. https://doi.org/10.1038/489179a
  2. Grudniewicz, A., Moher, D., Cobey, K. D., Bryson, G. L., Cukier, S., Allen, K., … & Lalu, M. M. (2019). Predatory journals: no definition, no defence. Nature, 576(7786), 210–212. https://doi.org/10.1038/d41586-019-03759-y
  3. Shen, C., & Björk, B. C. (2015). ‘Predatory’ open access: a longitudinal study of article volumes and market characteristics. BMC Medicine, 13(1), 230. https://doi.org/10.1186/s12916-015-0469-2
  4. Cobey, K. D., Lalu, M. M., Skidmore, B., Ahmadzai, N., Grudniewicz, A., & Moher, D. (2018). What is a predatory journal? A scoping review. F1000Research, 7, 1001. https://doi.org/10.12688/f1000research.15256.2
  5. Memon, A. R. (2018). Predatory journals spamming for publications: What should researchers do? Science and Engineering Ethics, 24(5), 1617–1639. https://doi.org/10.1007/s11948-017-9962-9

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *