แผนภาพระบบนิเวศของตัวระบุถาวร แสดงความเชื่อมโยงระหว่างระบบส่งบทความ Crossref/DataCite DOI ORCID iD Scopus Author ID และ ISSN

DOI คืออะไร และ ORCID สำคัญอย่างไรกับนักวิจัยไทย

DOI คือ รหัสถาวรที่ผูกกับผลงานแต่ละชิ้น ส่วน ORCID iD คือรหัสถาวรของตัวนักวิจัย เมื่อใช้คู่กัน บทความของคุณจะถูกค้นพบ อ้างอิง และนับเป็นผลงานของคุณได้ถูกคน แม้ชื่อภาษาอังกฤษจะสะกดต่างกันหรือเว็บไซต์วารสารย้ายที่

DOI คืออะไร: ตัวระบุถาวรของผลงานวิชาการ

มูลนิธิ DOI (DOI Foundation) นิยาม DOI ว่าเป็นตัวระบุดิจิทัลของวัตถุใดก็ได้ ทั้งที่เป็นวัตถุจริง ดิจิทัล หรือนามธรรม และเป็นการอ้างอิงที่คงอยู่ระยะยาว ระบบนี้เป็นมาตรฐาน ISO 26324 ซึ่งได้รับอนุมัติในปี 2010 ตีพิมพ์ในปี 2012 และปรับปรุงในปี 2022 [1] โครงสร้างของ DOI มีสองส่วนคั่นด้วยเครื่องหมายทับ คือ prefix ซึ่งขึ้นต้นด้วย 10. และระบุผู้ลงทะเบียน กับ suffix ที่ผู้ลงทะเบียนกำหนดเอง เช่น 10.1000/182 [1]

DOI ไม่ได้ออกโดยมูลนิธิโดยตรง แต่ออกผ่าน Registration Agency ที่ให้บริการลงทะเบียน DOI และ metadata สำหรับชุมชนของตน [1] ในงานวิชาการที่พบบ่อยคือ Crossref ซึ่งเน้นบทความวารสาร หนังสือ และเอกสารการประชุม กับ DataCite ซึ่งเน้นชุดข้อมูลและผลงานวิจัยประเภทอื่น สิ่งที่ทำให้ DOI ต่างจาก URL ธรรมดาคือ เมื่อวารสารย้ายเว็บไซต์ ผู้ลงทะเบียนเพียงแก้ปลายทางในระบบ ลิงก์ DOI เดิมจึงยังพาไปยังบทความได้

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องสมมติ งานของ Klein และคณะที่วิเคราะห์การอ้างอิงเว็บมากกว่าหนึ่งล้านรายการจากบทความกว่า 3.5 ล้านเรื่อง พบว่าบทความด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ราวหนึ่งในห้าเรื่องประสบปัญหา reference rot คือกลับไปดูแหล่งเว็บที่อ้างไว้ไม่ได้ และเมื่อนับเฉพาะบทความที่อ้างแหล่งเว็บ สัดส่วนเพิ่มเป็นเจ็ดในสิบ [2] ตัวระบุถาวรอย่าง DOI จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ของประดับ

เรื่องรูปแบบการเขียน Crossref กำหนดแนวทางตั้งแต่เดือนมีนาคม 2017 ว่าควรแสดง DOI เป็นลิงก์เต็มในรูป https://doi.org/10.xxxx/xxxxx ไม่ควรนำหน้าด้วย doi: หรือ DOI: และไม่ควรใช้ dx ในโดเมน [3] ในรายการอ้างอิงของบทความนี้จึงเขียน DOI เป็นลิงก์เต็มตามแนวทางดังกล่าว ส่วนรูปแบบในบทความของคุณเองให้ยึดคำแนะนำผู้เขียนของวารสารเป้าหมายเป็นหลัก

ORCID iD คืออะไร และต่างจาก Scopus Author ID อย่างไร

ORCID ย่อมาจาก Open Researcher and Contributor ID เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรระดับนานาชาติ ที่ดำเนินงานด้วยค่าสมาชิกจากองค์กรสมาชิก และให้นักวิจัยสร้างและดูแลระเบียนของตนเองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย [4] บทความของ Haak และคณะที่อธิบายระบบในช่วงเปิดตัวระบุว่า ORCID ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาชื่อผู้เขียนกำกวม และเชื่อมนักวิจัยเข้ากับผลงานข้ามสาขา องค์กร และประเทศ [5]

สำหรับนักวิจัยไทย ปัญหาชื่อกำกวมเกิดได้ง่ายเป็นพิเศษ เพราะชื่อไทยถอดเป็นอักษรโรมันได้หลายแบบ บางคนใช้ชื่อสกุลต่างกันก่อนและหลังสมรส และบางวารสารสลับลำดับชื่อต้นกับชื่อสกุล ผลคือบทความของคนเดียวกันอาจกระจายอยู่หลายโปรไฟล์ ORCID iD แก้ปัญหานี้ที่ต้นทาง เพราะเป็นรหัสที่ไม่ขึ้นกับการสะกดชื่อ

Scopus Author ID ทำงานต่างออกไป Elsevier อธิบายว่าโปรไฟล์ผู้เขียนใน Scopus ถูกสร้างอัตโนมัติเมื่อมีบทความอย่างน้อยสองเรื่องเชื่อมกับชื่อหนึ่ง โดยอัลกอริทึมจับคู่จากชื่อ อีเมล สังกัด สาขา การอ้างอิง และผู้เขียนร่วม และยอมรับว่าอัลกอริทึมแทบไม่สามารถจับคู่เอกสารทั้งหมดเข้าโปรไฟล์เดียวได้ถูกต้องครบร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงมี Author Feedback Wizard ให้ผู้เขียนตั้งชื่อที่ต้องการ รวมโปรไฟล์ เพิ่มหรือลบเอกสาร และแก้สังกัดได้เอง [6] กล่าวคือ Scopus Author ID เป็นสิ่งที่ฐานข้อมูลสร้าง ส่วน ORCID iD เป็นสิ่งที่นักวิจัยถือครองเอง ทั้งสองจึงควรเชื่อมกัน ไม่ใช่เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง

ตารางที่ 2: กฎการเลือกใช้ตัวระบุ — ใช้ตัวไหน กับอะไร

ตัวระบุระบุอะไรใครออกให้นักวิจัยต้องทำอะไร
DOIผลงานหนึ่งชิ้น เช่น บทความ บท ชุดข้อมูลสำนักพิมพ์/วารสาร ผ่าน Registration Agency เช่น Crossref หรือ DataCiteใส่ DOI ในรายการอ้างอิง และตรวจว่า DOI ของบทความตนเองเปิดได้จริง
ORCID iDตัวบุคคล (นักวิจัย)ORCID ออกให้ฟรีเมื่อสมัครด้วยตนเองสมัครเอง กรอกตอนส่งบทความ และดูแลระเบียนให้ครบ
Scopus Author IDโปรไฟล์ผู้เขียนในฐาน ScopusElsevier สร้างอัตโนมัติด้วยอัลกอริทึมตรวจความถูกต้อง รวมโปรไฟล์ซ้ำ และเชื่อมกับ ORCID
ISSNตัววารสาร (ฉบับพิมพ์/ออนไลน์)ศูนย์ ISSNใช้ค้นและยืนยันวารสาร ไม่ใช่ตัวระบุบทความ
แผนภาพระบบนิเวศของตัวระบุถาวร แสดงความเชื่อมโยงระหว่างระบบส่งบทความ Crossref/DataCite DOI ORCID iD Scopus Author ID และ ISSN
ภาพที่ 1: ระบบนิเวศของตัวระบุถาวร — ผู้เขียนกรอก ORCID ตอนส่งบทความ วารสารฝาก metadata กับ Registration Agency เพื่อออก DOI แล้ว Crossref/DataCite ส่งข้อมูลเข้าระเบียน ORCID เมื่อผู้เขียนอนุญาต ที่มา: เรียบเรียงจาก DOI Foundation, Crossref, ORCID Support และ Elsevier ตัวอย่าง DOI/ISSN จาก Crossref REST API สืบค้น 1 ตุลาคม 2569

ตัวอย่างคำนวณ: อ่าน DOI และตรวจเลข ORCID ด้วยตัวเอง

1) แยกส่วน DOI ของบทความไทยจริง

บทความ “การพัฒนาสมรรถนะนักศึกษาวิชาชีพครูด้านการวิจัยในชั้นเรียนโดยการชี้แนะสะท้อนคิด” ในวารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น ปีที่ 9 ฉบับที่ 3 หน้า 219–224 มี DOI คือ 10.65205/jlgisrru.2025.290238 [7] อ่านได้ดังนี้

  1. prefix 10.65205 — ข้อมูลของ Crossref ระบุว่าเป็นของสมาชิกหมายเลข 38747 คือมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และตรวจได้ว่า prefix ใดอยู่กับ Registration Agency ใดด้วยการเปิด https://doi.org/ra/10.65205 ซึ่งตอบว่า Crossref
  2. suffix jlgisrru.2025.290238 — วารสารกำหนดเอง ในที่นี้ประกอบด้วยชื่อย่อวารสาร ปี และหมายเลขบทความในระบบ ThaiJO
  3. การเปิดลิงก์ — เมื่อเปิด https://doi.org/10.65205/jlgisrru.2025.290238 ระบบจะส่งต่อไปยังหน้าบทความใน ThaiJO โดยตรง
  4. metadata — ระเบียนใน Crossref มีชื่อเรื่อง ชื่อวารสาร เล่ม ฉบับ หน้า และ ISSN 2673-0405 / 3027-8120 แต่ไม่มี ORCID ของผู้เขียน [7] ข้อสังเกตนี้จะกลับมาในหัวข้อข้อมูลด้านล่าง

2) ตรวจหลักสุดท้ายของ ORCID iD

ORCID iD เป็นตัวเลข 16 หลัก แบ่งเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสี่หลัก หลักสุดท้ายเป็นหลักตรวจสอบที่คำนวณตามมาตรฐาน ISO/IEC 7064:2003 MOD 11-2 และถ้าค่าที่ได้เป็น 10 จะแสดงเป็นตัว X [8] วิธีคำนวณคือ เริ่มจากผลรวม 0 แล้วสำหรับตัวเลข 15 หลักแรก ให้นำผลรวมบวกตัวเลขหลักนั้นแล้วคูณ 2 ทำซ้ำจนครบ จากนั้นหาเศษจากการหารด้วย 11 แล้วนำ 12 ลบเศษ และหาเศษจากการหารด้วย 11 อีกครั้ง ตัวอย่างใช้ iD สาธิตที่ ORCID เผยแพร่เอง คือ 0000-0002-1825-0097 [8]

ตารางที่ 1: คำนวณหลักตรวจสอบ (check digit) ของ ORCID iD ตัวอย่าง 0000-0002-1825-009?

หลักที่ตัวเลขการคำนวณสะสม
10(0 + 0) × 2 = 0
2–70, 0, 0, 0, 0, 0ผลรวมยังเป็น 0
82(0 + 2) × 2 = 4
91(4 + 1) × 2 = 10
108(10 + 8) × 2 = 36
112(36 + 2) × 2 = 76
125(76 + 5) × 2 = 162
130(162 + 0) × 2 = 324
140(324 + 0) × 2 = 648
159(648 + 9) × 2 = 1,314

จากนั้น 1,314 mod 11 = 5 และ (12 − 5) mod 11 = 7 จึงได้ iD เต็ม 0000-0002-1825-0097 ตรงกับระเบียนตัวอย่างของ ORCID (ถ้าผลลัพธ์เป็น 10 จะเขียนเป็นตัว X)

ประโยชน์เชิงปฏิบัติคือ ถ้าพิมพ์ ORCID iD ผิดหนึ่งหลักในแบบฟอร์มส่งบทความ หลักตรวจสอบจะไม่ตรง และระบบที่ตรวจความถูกต้องของ iD จะปฏิเสธได้ แต่วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่พิมพ์เอง ให้คัดลอกจากระเบียน ORCID ของคุณ หรือใช้ปุ่มเชื่อมบัญชี ORCID ที่ระบบส่งบทความมีให้

กฎตัดสินใจแบบสั้น: ถ้าสิ่งที่ต้องระบุคือ ผลงาน ให้ใช้ DOI ถ้าเป็น คน ให้ใช้ ORCID iD ส่วน Scopus Author ID เป็นโปรไฟล์ที่ฐานข้อมูลสร้างให้ ใช้คู่กับ ORCID ไม่ใช่แทน ORCID เมื่อวารสารถาม ORCID ตอนส่งบทความ ให้กรอก iD ของตนเองเท่านั้น และตรวจทั้ง 16 หลักก่อนกดส่ง

วิธีสมัคร ORCID ทีละขั้นและเชื่อมกับ Scopus

ขั้นตอนต่อไปนี้สรุปจากคู่มือของ ORCID [9] ใช้เวลาไม่นาน แต่ควรทำให้ครบตั้งแต่ครั้งแรก

  1. เข้า https://orcid.org/register กรอกชื่อต้น (บังคับ) ชื่อสกุล และอีเมลหลักสองครั้ง ควรเพิ่มอีเมลสำรองด้วย เพราะ ORCID ไม่ให้สร้างบัญชีที่สองด้วยอีเมลเดิม ถ้าลืมว่าเคยสมัครแล้ว ให้รีเซ็ตรหัสผ่านแทนการสมัครใหม่ [9]
  2. ตั้งรหัสผ่าน อย่างน้อยแปดตัวอักษร มีตัวเลขอย่างน้อยหนึ่งตัวและตัวอักษรหรือสัญลักษณ์อย่างน้อยหนึ่งตัว [9]
  3. เพิ่มสังกัดปัจจุบัน (ข้ามได้) ระบบจะแนะนำสังกัดจากโดเมนอีเมลของสถาบัน การใช้อีเมลมหาวิทยาลัยจึงช่วยให้ระบบแนะนำสังกัดได้ตรงกับหน่วยงานของคุณ [9]
  4. เลือกระดับการมองเห็นเริ่มต้น มีสามระดับ คือ Everyone (ทุกคนเห็นและอ่านผ่าน public API ได้) Trusted parties (เฉพาะผู้ที่คุณให้สิทธิ์) และ Only me [10] สำหรับผลงานตีพิมพ์ ควรตั้งเป็น Everyone เพราะเป้าหมายคือให้ผู้อื่นตรวจสอบได้
  5. ยอมรับเงื่อนไขและยืนยันอีเมล จากข้อความต้อนรับที่ ORCID ส่งมา [9]
  6. เชื่อมกับ Scopus ในเมนูเพิ่มผลงาน เลือก Search & link แล้วเลือก Scopus – Elsevier ระบบจะพาไปเชื่อมบัญชี Scopus เพื่อนำเข้าผลงานเข้าระเบียน ORCID [11] ก่อนเชื่อม ให้ตรวจว่าโปรไฟล์ Scopus ของคุณไม่แตกเป็นหลายโปรไฟล์ ถ้าแตกให้รวมผ่าน Author Feedback Wizard ก่อน [6]
  7. นำเข้าผลงานที่มี DOI ผ่าน Search & link ของ Crossref Metadata Search หรือ DataCite ซึ่งค้นได้จากชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน หรือ DOI [11]
  8. อนุญาต auto-update เมื่อวารสารฝาก ORCID iD ของคุณไว้ใน metadata ตอนลงทะเบียน DOI Crossref จะปรับปรุงระเบียน ORCID ให้อัตโนมัติเมื่อบทความเผยแพร่ โดยคุณจะได้รับการแจ้งเตือนจาก ORCID ให้อนุญาตก่อน [12] ความสามารถนี้เปิดใช้ร่วมกับ Crossref และ DataCite ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2015 [13]

DOI ของวารสารไทยใน ThaiJO: จาก 10.14456 สู่ Crossref

วารสารไทยจำนวนมากเคยได้ DOI ผ่านระบบของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งใช้ prefix อย่าง 10.14456 ข้อมูลใน DataCite ระบุว่า prefix นี้อยู่ภายใต้บัญชี NRCT Data Center ของ National Research Council of Thailand และบัญชีดังกล่าวมี DOI ลงทะเบียนไว้มากกว่า 240,000 รายการภายใต้หลาย prefix ได้แก่ 10.12755, 10.12756, 10.14456, 10.14457 และ 10.14458 [14] ข้อควรรู้คือ DOI ชุดนี้ลงทะเบียนกับ DataCite ไม่ใช่ Crossref เมื่อเปิดลิงก์ DOI เก่าบางรายการ ระบบจะพาไปยังหน้าข้อมูลของ วช. ก่อน ไม่ใช่หน้าบทความโดยตรง [14]

ตัวอย่างจริงของการเปลี่ยนผ่านคือวารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ซึ่งประกาศเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ว่าจะใช้ DOI ผ่าน Crossref กับบทความทุกเรื่องตั้งแต่ปีที่ 9 ฉบับที่ 3 (2568) เป็นต้นไป และ DOI จะปรากฏในไฟล์ PDF ใน ThaiJO และใน Crossref [15] บทความปี 2567 ของวารสารเดียวกันยังใช้ DOI รูปแบบ 10.14456/jlgisrru.2024.47 ส่วนบทความใหม่ใช้ 10.65205/jlgisrru.2025.290238 [14] [7] ผลงานของผู้เขียนคนหนึ่งจึงอาจมี DOI จากสองระบบในรายการผลงานเดียวกัน ซึ่งไม่ผิด แต่ต้องคัดลอกให้ตรงกับที่วารสารออกให้

อีกตัวอย่างคือวารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ซึ่งประกาศเริ่มใช้ DOI ตั้งแต่ปีที่ 33 ฉบับที่ 3 (กันยายน–ธันวาคม 2568) โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดตั้งศูนย์ Thailand DOI Service Center ที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ในการให้บริการ DOI ผ่านระบบของ Crossref [16] ทั้งสองประกาศให้เหตุผลเรื่องลิงก์ถาวรและการตรวจสอบย้อนกลับ ส่วนข้ออ้างของวารสารบางแห่งว่า DOI “รองรับเกณฑ์ ก.พ.อ.” เป็นการให้เหตุผลของวารสารเอง ผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการควรตรวจเงื่อนไขจริงจากประกาศ ก.พ.อ. และข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตนเอง

ในมุมของสถาบัน งานของ Schnieders และคณะในเยอรมนีประเมินว่าการใช้ตัวระบุถาวรขององค์กร บุคคล และผลงาน (ROR, ORCID และ DOI) จะลดภาระการรายงานผลงานวิจัยได้หรือไม่ โดยตรวจความครอบคลุมของ ORCID ในสองสถาบันวิจัยของเยอรมนี และสรุปว่าระดับความครอบคลุมในขณะนั้นยังไม่พอจะใช้ดึงข้อมูลอัตโนมัติสำหรับการรายงานมาตรฐาน แต่เป็นข้อมูลนำเข้าที่มีประโยชน์ให้ระบบสารสนเทศงานวิจัยของสถาบัน (CRIS) [17] ในทางปฏิบัติ มหาวิทยาลัยไทยที่ต้องรวบรวมผลงานส่งหน่วยงานต่าง ๆ ก็น่าจะได้ประโยชน์ในทำนองเดียวกันเมื่อผลงานของอาจารย์ผูกกับ ORCID และ DOI ครบ (ข้อสังเกตของเราเอง ไม่ใช่ผลการศึกษาในประเทศไทย) ส่วนฐานข้อมูลวิชาการไทยอื่นอย่าง ThaiLIS อ่านเพิ่มได้ในคู่มือ ThaiLIS TDC และ TNRR

ข้อมูลจริง: ORCID ใน metadata ของวารสารไทยยังน้อย

เพื่อดูว่าในทางปฏิบัติ ORCID เดินทางไปกับ DOI มากน้อยเพียงใด เราสืบค้น Crossref REST API เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยนับบทความวารสารที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งมี ORCID ของผู้เขียนอย่างน้อยหนึ่งคนใน metadata [18] ในภาพรวมของ Crossref มีบทความ 7,522,258 จาก 17,912,964 เรื่อง หรือร้อยละ 42.0 ส่วนสมาชิก Crossref ในไทยเจ็ดรายที่เราเลือกตรวจมีค่าตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึง 26.8 เช่น สภาการพยาบาล 79 จาก 295 เรื่อง (26.8%) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 29 จาก 237 เรื่อง (12.2%) และแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย 43 จาก 450 เรื่อง (9.6%)

กราฟแท่งสัดส่วนบทความที่ metadata DOI ใน Crossref มี ORCID ของผู้เขียน เปรียบเทียบสมาชิก Crossref ในไทยกับค่ารวมทั่วโลก 42.0%
ภาพที่ 2: สัดส่วนบทความวารสารที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ซึ่ง metadata ใน Crossref มี ORCID ของผู้เขียนอย่างน้อย 1 คน เทียบสมาชิก Crossref ในไทยกับภาพรวมทั่วโลก ที่มา: Crossref REST API (type:journal-article, from-pub-date:2024-01-01, has-orcid:true) สืบค้น 1 ตุลาคม 2569

ตัวเลขนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง ค่าร้อยละ 0 ไม่ได้แปลว่าผู้เขียนไม่มี ORCID แต่แปลว่า ORCID ไม่ได้ถูกส่งไปกับ metadata ของ DOI ซึ่งอาจเกิดจากระบบของวารสาร หรือผู้เขียนไม่ได้กรอกตอนส่งบทความ ผลในทางปฏิบัติก็คือ auto-update ทำงานไม่ได้ และผลงานต้องถูกจับคู่ด้วยชื่อแทน ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่ ORCID ตั้งใจแก้

การมี iD อย่างเดียวก็ยังไม่พอ งานของ Boudry และ Durand-Barthez ที่สำรวจนักวิจัย 1,047 คนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในฝรั่งเศสพบว่า นักวิจัยปรากฏบน ORCID, ResearcherID และ Academia.edu เพียงราวร้อยละ 15 (ResearchGate ร้อยละ 54.3) และโปรไฟล์จำนวนมาก โดยเฉพาะบน ORCID ไม่มีรายการผลงาน ทำให้การประเมินผลงานรายบุคคลหรือรายสถาบันยังทำได้ยาก [19] บทเรียนคือต้องสมัคร กรอกตอนส่งบทความ และเติมระเบียนให้ครบ ทั้งสามขั้นตอนไปด้วยกัน ระวังด้วยว่าวารสารที่แสดง “DOI” แต่เปิดผ่าน https://doi.org/ ไม่ได้ เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งของวารสารนักล่า

สรุป

เช็กลิสต์ DOI และ ORCID สำหรับนักวิจัยไทย:

  • สมัคร ORCID ที่ orcid.org/register ด้วยอีเมลมหาวิทยาลัย เพิ่มอีเมลสำรอง และมีบัญชีเดียวเท่านั้น
  • ตั้งการมองเห็นผลงานเป็น Everyone และเพิ่มสังกัดให้ตรงกับชื่อทางการของหน่วยงาน
  • เชื่อม Scopus ผ่าน Search & link หลังรวมโปรไฟล์ Scopus ที่ซ้ำแล้ว
  • กรอก ORCID iD ทุกครั้งที่ส่งบทความ โดยคัดลอกจากระเบียน ไม่พิมพ์เอง และอนุญาต auto-update เมื่อ ORCID แจ้งเตือน
  • หลังบทความเผยแพร่ เปิด https://doi.org/ + DOI ของบทความเพื่อตรวจว่าพาไปยังบทความของคุณจริง
  • ตรวจ Registration Agency ของ prefix ได้ที่ https://doi.org/ra/ + prefix และคัดลอก DOI ให้ตรงกับที่วารสารออก ไม่ว่าจะเป็น 10.14456 หรือ prefix ใหม่ของ Crossref
  • ในรายการอ้างอิง ใส่ DOI ทุกครั้งที่มี และจัดรูปแบบตามคำแนะนำผู้เขียนของวารสาร

DOI และ ORCID ไม่ได้ทำให้งานดีขึ้นในตัวเอง แต่ทำให้งานที่ดีถูกพบและนับเป็นของคุณได้ถูกต้อง หากต้องการให้บรรณาธิการที่มีวุฒิปริญญาเอกหรือแพทยศาสตร์ในสาขาของคุณช่วยตรวจต้นฉบับ รายการอ้างอิงและ DOI รวมถึงความครบถ้วนของข้อมูลผู้เขียนก่อนส่ง ดูรายละเอียดบริการ สนับสนุนการตีพิมพ์ ของ Editverse เราแก้ไขและยกระดับงานของคุณ เราไม่ได้ทำวิจัยแทนคุณ และไม่มีใครรับประกันการตอบรับตีพิมพ์ได้ ส่วนความแตกต่างของฐานข้อมูลที่วารสารอยู่ อ่านต่อได้ที่คู่มือ TCI vs Scopus vs ISI

คำถามที่พบบ่อย

DOI กับ ORCID ต่างกันอย่างไร

DOI เป็นรหัสถาวรที่ผูกกับผลงานแต่ละชิ้น ส่วน ORCID iD เป็นรหัสถาวรของตัวนักวิจัย

สมัคร ORCID อย่างไร

สมัครที่ orcid.org/register ด้วยอีเมลมหาวิทยาลัย เพิ่มอีเมลสำรอง และมีบัญชีเดียวเท่านั้น

ตรวจว่า DOI ของบทความใช้ได้อย่างไร

เปิด https://doi.org/ ตามด้วย DOI ของบทความ เพื่อตรวจว่าพาไปยังบทความของคุณจริง

เอกสารอ้างอิง

  1. DOI Foundation. (n.d.). What is a DOI? https://www.doi.org/the-identifier/what-is-a-doi/
  2. Klein, M., Van de Sompel, H., Sanderson, R., Shankar, H., Balakireva, L., Zhou, K., & Tobin, R. (2014). Scholarly context not found: One in five articles suffers from reference rot. PLoS ONE, 9(12), e115253. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0115253 PMID: 25541969
  3. Crossref. (2017). DOI display guidelines (effective March 2017). https://www.crossref.org/display-guidelines/
  4. ORCID. (n.d.). What is ORCID? https://info.orcid.org/what-is-orcid/
  5. Haak, L. L., Fenner, M., Paglione, L., Pentz, E., & Ratner, H. (2012). ORCID: A system to uniquely identify researchers. Learned Publishing, 25(4), 259–264. https://doi.org/10.1087/20120404
  6. Elsevier. (n.d.). Scopus Author Profiles. https://www.elsevier.com/products/scopus/author-profiles
  7. Crossref. (2026). REST API: works/10.65205/jlgisrru.2025.290238 และ members/38747 (สืบค้น 1 ตุลาคม 2569). https://api.crossref.org/works/10.65205/jlgisrru.2025.290238
  8. ORCID Support. (n.d.). Structure of the ORCID Identifier. https://support.orcid.org/hc/en-us/articles/360006897674-Structure-of-the-ORCID-Identifier
  9. ORCID Support. (n.d.). How do I register for an ORCID iD? https://support.orcid.org/hc/en-us/articles/360006897454-How-do-I-register-for-an-ORCID-ID
  10. ORCID Support. (n.d.). Visibility settings. https://support.orcid.org/hc/en-us/articles/360006897614-Visibility-settings
  11. ORCID Support. (n.d.). Importing works from other services. https://support.orcid.org/hc/en-us/articles/360006973653-Importing-works-from-other-services
  12. Crossref. (2017). ORCID auto-update. https://www.crossref.org/community/orcid/
  13. Crossref. (2015, October 26). ORCID launches Crossref and DataCite auto-update. https://www.crossref.org/news/2015-10-26-orcid-launches-crossref-and-datacite-auto-update/
  14. DataCite. (2026). REST API: client nrct.db1 (NRCT Data Center) และ prefix 10.14456 (สืบค้น 1 ตุลาคม 2569). https://api.datacite.org/clients/nrct.db1
  15. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น. (2568). ประกาศเปิดใช้ระบบ DOI (Crossref). https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JLGISRRU/announcement/view/2303
  16. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. (2568). การใช้ DOI (Digital Object Identifier) สำหรับบทความในวารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/announcement/view/2310
  17. Schnieders, K., Mierz, S., Boccalini, S., Meyer zu Westerhausen, W., Hauschke, C., Hagemann-Wilholt, S., & Schulze, S. (2022). ORCID coverage in research institutions—Readiness for partially automated research reporting. Frontiers in Research Metrics and Analytics, 7, 1010504. https://doi.org/10.3389/frma.2022.1010504 PMID: 36437858
  18. Crossref. (2026). REST API: works?filter=type:journal-article,from-pub-date:2024-01-01,has-orcid:true รายสมาชิก (สืบค้น 1 ตุลาคม 2569). https://api.crossref.org/works?filter=type:journal-article,from-pub-date:2024-01-01,has-orcid:true&rows=0
  19. Boudry, C., & Durand-Barthez, M. (2020). Use of author identifier services (ORCID, ResearcherID) and academic social networks (Academia.edu, ResearchGate) by the researchers of the University of Caen Normandy (France): A case study. PLoS ONE, 15(9), e0238583. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0238583 PMID: 32877458

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *