แผนภาพช่วงเวลาแต่ละขั้นของกระบวนการ peer review ตั้งแต่บรรณาธิการคัดกรองจนถึงตีพิมพ์ จากหลักฐานที่ตีพิมพ์

peer review คืออะไร ใช้เวลานานเท่าไร และกระบวนการทำงานอย่างไร

peer review คือ กระบวนการที่บรรณาธิการส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาเดียวกันประเมินก่อนตัดสินว่าจะตีพิมพ์หรือไม่ และหลักฐานจากงานวิจัยชี้ว่าผู้นิพนธ์รอผลรอบแรกเฉลี่ยราว 13 สัปดาห์ โดยต่างกันมากตามสาขา

บทความนี้อธิบายประเภทของ peer review ขั้นตอนในระบบส่งบทความ ระยะเวลาจริงจากข้อมูลที่ตีพิมพ์ สิ่งที่ควรทำระหว่างรอ และกฎตัดสินใจว่าเมื่อไรควรส่งอีเมลสอบถามวารสาร พร้อมเกณฑ์ของ ก.พ.อ. และ TCI ที่นักวิจัยไทยต้องรู้

peer review คือ อะไร และใครทำหน้าที่อะไรบ้าง

peer review หรือการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ คือกลไกกลั่นกรองคุณภาพที่วารสารวิชาการใช้ก่อนตีพิมพ์ บทความหนึ่งเรื่องเกี่ยวข้องกับผู้เล่นสามฝ่าย ได้แก่ ผู้นิพนธ์ซึ่งรับผิดชอบเนื้อหาและการแก้ไข บรรณาธิการซึ่งเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย และผู้ทบทวน (reviewer) ซึ่งให้ความเห็นทางวิชาการแต่ไม่มีอำนาจตัดสินแทนบรรณาธิการ ข้อนี้สำคัญ เพราะนักวิจัยจำนวนมากเข้าใจว่าผู้ทบทวน “ให้ผ่าน” หรือ “ไม่ให้ผ่าน” ในความเป็นจริง บรรณาธิการอาจรับบทความที่ผู้ทบทวนคนหนึ่งค้าน หรือขอแก้ไขแม้ผู้ทบทวนทุกคนชื่นชม

แนวทางจริยธรรมสำหรับผู้ทบทวนของ COPE กำหนดหน้าที่ของผู้ทบทวนไว้ชัดเจน เช่น ตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญภายในเวลาที่เหมาะสม รับงานเฉพาะเมื่อส่งรายงานได้ทันกำหนดที่ตกลงกัน รักษาความลับของต้นฉบับ ไม่นำข้อมูลที่เห็นระหว่างการทบทวนไปใช้ประโยชน์ และเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน [1] เมื่อผู้นิพนธ์เข้าใจหน้าที่เหล่านี้ ก็จะเข้าใจว่าทำไมขั้นตอนเชิญผู้ทบทวนจึงใช้เวลา ผู้ทบทวนที่ไม่ว่างควรปฏิเสธตั้งแต่ต้น และบรรณาธิการต้องเชิญคนใหม่แทน

peer review ไม่ใช่กระบวนการที่สมบูรณ์แบบ Richard Smith เขียนบทความวิจารณ์ใน Journal of the Royal Society of Medicine โดยตั้งชื่อว่าเป็น “กระบวนการที่มีข้อบกพร่องซึ่งอยู่ใจกลางของวิทยาศาสตร์และวารสาร” [2] แต่จนถึงปัจจุบันยังเป็นเกณฑ์ที่หน่วยงานประเมินผลงานทั้งในไทยและต่างประเทศใช้ ผู้นิพนธ์จึงควรเข้าใจกลไกนี้ให้ดีพอที่จะวางแผนเวลาได้อย่างสมจริง

ประเภทของ peer review: single-blind, double-blind และ open

แนวทางของ COPE อธิบายว่ารูปแบบ peer review ประกอบขึ้นจากหลายมิติ และมิติที่ผู้นิพนธ์ต้องรู้ก่อนส่งคือการเปิดเผยตัวตน (identifiability) ซึ่งแบ่งเป็น double blind, single blind และ open [1] รูปแบบที่วารสารใช้กำหนดว่าคุณต้องเตรียมไฟล์อย่างไร

ตารางที่ 1: รูปแบบ peer review ตามมิติการเปิดเผยตัวตนในแนวทาง COPE และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

รูปแบบผู้ทบทวนรู้ชื่อผู้นิพนธ์ผู้นิพนธ์รู้ชื่อผู้ทบทวนข้อสังเกตจากหลักฐาน
Single-blind (single-anonymized)รู้ไม่รู้การทดลองของ Tomkins และคณะพบว่าผู้ทบทวนที่เห็นชื่อผู้นิพนธ์มีแนวโน้มแนะนำให้รับบทความจากผู้นิพนธ์ที่มีชื่อเสียงและสถาบันชั้นนำมากกว่า
Double-blind (double-anonymized)ไม่รู้ไม่รู้ผู้นิพนธ์ต้องลบชื่อ สังกัด กิตติกรรมประกาศ และการอ้างอิงตนเองที่บ่งชี้ตัวตนออกจากไฟล์ที่ส่งให้ผู้ทบทวน
Open peer reviewรู้รู้ (และ/หรือเผยแพร่รายงาน)ไม่มีนิยามเดียว: การทบทวนอย่างเป็นระบบพบ 22 รูปแบบนิยามจาก 122 นิยาม

ที่มา: COPE (2017); Tomkins และคณะ (2017); Ross-Hellauer (2017) ชื่อเรียกจริงของแต่ละวารสารอาจต่างกัน ให้ยึดตามหน้า Peer Review Policy ของวารสารเป้าหมาย

หลักฐานเชิงทดลองที่ชัดเจนที่สุดเรื่องความแตกต่างระหว่าง single-blind และ double-blind มาจากการประชุม WSDM ครั้งที่ 10 ซึ่งมีอัตราการตอบรับ 15.6% ผู้วิจัยจัดให้บทความแต่ละเรื่องมีผู้ทบทวน 4 คน สองคนเห็นข้อมูลผู้นิพนธ์ อีกสองคนไม่เห็น ผลพบว่าผู้ทบทวนกลุ่ม single-blind เลือกขอรับบทความน้อยกว่าราว 22% และมีแนวโน้มแนะนำให้รับบทความจากผู้นิพนธ์ที่มีชื่อเสียง มหาวิทยาลัยชั้นนำ และบริษัทชั้นนำมากกว่ากลุ่ม double-blind โดยมีค่า odds multiplier 1.63, 1.58 และ 2.10 ตามลำดับ [3] ข้อจำกัดคือเป็นข้อมูลจากสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่ก็ชี้ว่าการปกปิดตัวตนมีผลต่อการตัดสิน

สำหรับ open peer review การทบทวนอย่างเป็นระบบของ Ross-Hellauer รวบรวมนิยามได้ 122 นิยาม และพบว่ามีถึง 22 รูปแบบของการผสมลักษณะ 7 ประการ ผู้วิจัยจึงเสนอให้มองเป็นคำร่ม ที่ครอบคลุมการเปิดเผยตัวตนผู้ทบทวน การเผยแพร่รายงานการทบทวน และการเปิดให้ผู้อื่นมีส่วนร่วม [4] ในทางปฏิบัติ ถ้าวารสารระบุว่าใช้ open peer review ให้อ่านนโยบายว่าหมายถึงข้อใด เพราะบางวารสารเผยแพร่รายงานคู่กับบทความ ซึ่งมีผลต่อวิธีเขียนจดหมายโต้ตอบ

ข้อปฏิบัติสำหรับ double-blind: ทำไฟล์ต้นฉบับแยกจากหน้าชื่อเรื่อง ลบชื่อและสังกัดออกจากเนื้อหา ส่วนกิตติกรรมประกาศ ชื่อไฟล์ และ metadata ของเอกสาร และเขียนการอ้างอิงงานตนเองในบุรุษที่สาม หากวารสารไม่ได้ระบุให้ปิดชื่อในรายการอ้างอิง

ขั้นตอนของ peer review ตั้งแต่ส่งบทความจนได้ผล

ระบบส่งบทความออนไลน์ของวารสารส่วนใหญ่มีลำดับคล้ายกัน แม้ชื่อสถานะจะต่างกัน ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) เองก็ประเมินว่าวารสารใช้ระบบออนไลน์ครบ 4 ขั้น คือ ผู้นิพนธ์ส่งบทความในระบบ ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินในระบบ วารสารแจ้งให้แก้ไข และผู้นิพนธ์อัปโหลดไฟล์ที่แก้แล้ว [5] ตารางด้านล่างแปลความหมายของสถานะที่มักเห็น

ตารางที่ 2: ขั้นตอนของ peer review และความหมายของสถานะในระบบส่งบทความออนไลน์

ขั้นสถานะที่มักเห็นในระบบสิ่งที่เกิดขึ้นจริงสิ่งที่ผู้นิพนธ์ควรทำ
1ส่งแล้ว / With Editorเจ้าหน้าที่ตรวจความครบถ้วนของไฟล์ แล้วบรรณาธิการอ่านเพื่อตัดสินว่าจะส่งทบทวนหรือปฏิเสธทันทีตอบอีเมลขอไฟล์เพิ่มเติมให้เร็วที่สุด
2Under Review / Reviewers Invitedบรรณาธิการเชิญผู้ทบทวน บางคนปฏิเสธ จึงต้องเชิญเพิ่มจนครบจำนวนที่วารสารกำหนดรอ ไม่ติดต่อผู้ทบทวนโดยตรง
3Required Reviews Completed / Decision in Processรายงานครบแล้ว บรรณาธิการชั่งน้ำหนักความเห็นและเขียนจดหมายผลการพิจารณาเตรียมโครงตอบกลับและเวลาว่างสำหรับแก้ไข
4Revise / Reject / Acceptผลรอบแรก อาจเป็นรับ แก้ไขเล็กน้อย แก้ไขมาก หรือปฏิเสธวางแผนแก้ไขตามกำหนดเวลาที่วารสารให้
5Revision Submittedบรรณาธิการอาจส่งกลับผู้ทบทวนเดิม เป็นการทบทวนรอบที่สองตอบทุกข้อในจดหมายโต้ตอบ

ชื่อสถานะแตกต่างกันตามระบบที่วารสารใช้ ตารางนี้สรุปเป็นลำดับทั่วไปเพื่อช่วยตีความ

ภาพที่ 1 นำตัวเลขจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์มาวางเป็นเส้นเวลา จุดที่ควรสังเกตคือ ขั้นที่ผู้ทบทวนเขียนรายงานจริงใช้เวลาเพียงราว 2–4 สัปดาห์ แต่เวลาจากส่งถึงผลรอบแรกยาวกว่านั้นหลายเท่า ช่องว่างนี้มาจากการหาผู้ทบทวน การรอคนที่ตอบรับแล้วแต่ส่งช้า และการทำงานของบรรณาธิการ ไม่ใช่เพราะบทความของคุณมีปัญหาเสมอไป

แผนภาพช่วงเวลาแต่ละขั้นของกระบวนการ peer review ตั้งแต่บรรณาธิการคัดกรองจนถึงตีพิมพ์ จากหลักฐานที่ตีพิมพ์
ภาพที่ 1: ช่วงเวลาของแต่ละขั้นใน peer review จากหลักฐานที่ตีพิมพ์ แถบแสดงช่วงค่าเฉลี่ยระหว่างสาขา จุดแสดงค่ากลางรวม ขั้นที่ 1, 3, 4, 5 จาก Huisman & Smits (2017) ขั้นที่ 2 จาก Publons (2018) ขั้นที่ 6 จาก Björk & Solomon (2013) ข้อมูลต่างชุดกัน จึงใช้เปรียบเทียบลำดับขนาดเท่านั้น

peer review ใช้เวลานานเท่าไร: หลักฐานจากงานวิจัย

เวลารอผลรอบแรกและเวลารวม

Huisman และ Smits วิเคราะห์ประสบการณ์การทบทวนบทความ 3,500 รายการที่ผู้นิพนธ์รายงานไว้ในเว็บไซต์ SciRev ระหว่างปี 2013–2016 พบว่าเวลารอผลรอบแรกเฉลี่ย 13 สัปดาห์ สาขาแพทยศาสตร์และสาธารณสุขเร็วที่สุดที่ราว 8–9 สัปดาห์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติราว 11 สัปดาห์ จิตวิทยาราว 14 สัปดาห์ ส่วนสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ เศรษฐศาสตร์และธุรกิจอยู่ที่ราว 16–18 สัปดาห์ [6] สำหรับบทความที่ได้รับการตอบรับ เวลาทบทวนรวมทุกรอบเฉลี่ย 17 สัปดาห์ ตั้งแต่ราว 12–14 สัปดาห์ในแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ไปจนถึงราว 25 สัปดาห์ในเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ จำนวนรอบการทบทวนเฉลี่ย 2.03 รอบ และผู้นิพนธ์ใช้เวลาแก้ไขเฉลี่ย 39 วัน

กราฟแท่งสัดส่วนเวลารอผลรอบแรกหลังส่งบทความ น้อยกว่า 1 เดือน 19% ถึงมากกว่า 6 เดือน 10%
ภาพที่ 2: การกระจายของเวลารอผลรอบแรก จากประสบการณ์การทบทวน 3,500 รายการที่ผู้นิพนธ์รายงาน ช่วง 1 ถึงไม่ถึง 3 เดือน และ 3–6 เดือน คำนวณจากค่าที่รายงาน (100−19−32 = 49% และ 32−10 = 22%) ที่มา: Huisman & Smits (2017)

ภาพที่ 2 แสดงว่ามีเพียง 19% ที่ได้ผลภายใน 1 เดือน ราวหนึ่งในสาม (32%) รอ 3 เดือนขึ้นไป และ 10% รอเกิน 6 เดือน [6] ตัวเลขนี้ช่วยตั้งความคาดหวัง: การรอ 2–3 เดือนเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าบทความถูกลืม

การปฏิเสธทันที (desk rejection)

ในกรณีที่บรรณาธิการปฏิเสธโดยไม่ส่งทบทวน ครึ่งหนึ่ง (50%) ของผู้นิพนธ์ได้รับแจ้งภายใน 1 สัปดาห์ แต่ 17% ต้องรอเกิน 4 สัปดาห์ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราว 10 วันในแพทยศาสตร์ และ 15–17 วันในจิตวิทยา สังคมศาสตร์ และคณิตศาสตร์กับคอมพิวเตอร์ [6] ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่าความล่าช้าส่วนนี้สะท้อนประสิทธิภาพงานบรรณาธิการ ไม่ใช่เวลาของผู้ทบทวน วิธีลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธตั้งแต่ขั้นนี้อ่านได้ที่ 10 สาเหตุที่ทำให้บทความถูก Desk Rejected และวิธีป้องกัน

เวลาของผู้ทบทวนและเวลาจนตีพิมพ์

รายงาน Global State of Peer Review 2018 ของ Publons ซึ่งใช้ข้อมูลจาก Web of Science, ScholarOne และการสำรวจนักวิจัยราว 11,000 คน พบว่าผู้ทบทวนใช้เวลามัธยฐาน 16.4 วัน (ค่าเฉลี่ย 19.1 วัน) ในการส่งรายงานหลังตอบรับคำเชิญ โดยสาขาเภสัชวิทยาและเคมีราว 12 วัน ส่วนเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ราว 30 วัน และสัดส่วนการตอบรับคำเชิญลดลงจากราว 54% ในปี 2013 เหลือราว 44% ในปี 2017 [7] อัตราตอบรับที่ลดลงหมายความว่าบรรณาธิการต้องเชิญหลายรอบกว่าจะได้ผู้ทบทวนครบ

หากนับถึงวันตีพิมพ์ Björk และ Solomon สุ่มบทความ 2,700 เรื่องจาก 135 วารสารใน Scopus พบว่าเคมีใช้เวลาเฉลี่ยราว 9 เดือน ขณะที่ธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ราว 18 เดือน และความแปรปรวนของเวลาจากส่งถึงตอบรับส่วนใหญ่เกิดระหว่างบทความภายในวารสารเดียวกัน มากกว่าระหว่างวารสารหรือสาขา [8] ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ ค่าเฉลี่ยของวารสารใช้วางแผนได้ แต่ไม่รับประกันเวลาของบทความเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

กฎตัดสินใจ: เมื่อไรควรส่ง inquiry ถึงวารสาร (ตัวอย่างคำนวณ)

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “รอนานแค่ไหนจึงถามได้โดยไม่เสียมารยาท” เราใช้หลักฐานข้างต้นสร้างกฎปฏิบัติที่ตรวจสอบได้ เริ่มจากค่าคาดหมาย แล้วตั้งจุดสอบถามที่ห่างพอจะไม่รบกวนบรรณาธิการ ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติของนักวิจัยสาธารณสุขที่ส่งบทความวันที่ 2 มีนาคม 2569 ไปยังวารสารต่างประเทศที่ไม่ได้ประกาศตัวเลขเวลาพิจารณา

ตารางที่ 3: กฎตัดสินใจว่าเมื่อไรควรส่ง inquiry พร้อมตัวอย่างคำนวณ (บทความส่งวันที่ 2 มีนาคม 2569)

ขั้นตอนตัดสินใจตัวอย่างการคำนวณ (สมมติ)ผลลัพธ์
ก. หาค่าคาดหมาย: ใช้ตัวเลขเวลาถึงผลแรกที่วารสารประกาศเอง ถ้าไม่มี ใช้ค่าเฉลี่ยของสาขาจาก Huisman & Smitsวารสารสาธารณสุขไม่ได้ประกาศตัวเลข จึงใช้ค่าบนของสาขา Medicine/Public health = 9 สัปดาห์คาดว่าจะได้ผลราว 4 พฤษภาคม 2569
ข. ถ้าสถานะยังเป็น With Editor เกิน 3 สัปดาห์ส่ง 2 มีนาคม 2569 → 23 มีนาคม 2569 ยังไม่ส่งทบทวนส่งอีเมลสอบถามสั้น ๆ ครั้งที่ 1
ค. ถ้าอยู่ใน Under Review นานเกิน 1.5 เท่าของค่าคาดหมาย9 × 1.5 = 13.5 ปัดเป็น 14 สัปดาห์สอบถามได้ตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2569
ง. ไม่มีคำตอบภายใน 4 สัปดาห์หลังสอบถาม14 + 4 = 18 สัปดาห์สอบถามครั้งที่ 2 วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ระบุว่ากำลังพิจารณาถอนบทความ
จ. ยังไม่มีความคืบหน้าหลังครั้งที่ 2แจ้งถอนเป็นลายลักษณ์อักษร รอยืนยัน แล้วจึงส่งวารสารใหม่

ตัวคูณ 1.5 เท่าและช่วง 3–4 สัปดาห์เป็นเกณฑ์ปฏิบัติที่ Editverse ใช้ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่มาตรฐานของวารสาร หากวารสารประกาศเวลามาตรฐานไว้ให้ยึดตามวารสาร

เหตุผลของเกณฑ์ในตาราง: ข้อ ข. อิงจากข้อมูลว่าครึ่งหนึ่งของการปฏิเสธทันทีแจ้งผลภายใน 1 สัปดาห์ และส่วนน้อยเกิน 4 สัปดาห์ [6] สถานะ With Editor ที่ค้างนานจึงควรถามได้ ข้อ ค. ใช้ 1.5 เท่าของค่าคาดหมาย เพราะค่าเฉลี่ยของสาขาเป็นเพียงจุดกึ่งกลาง และมีบทความจำนวนมากที่ใช้เวลานานกว่าค่าเฉลี่ยโดยไม่ผิดปกติ สำหรับสาขาสังคมศาสตร์ที่ค่าคาดหมายราว 18 สัปดาห์ จุดสอบถามจะเป็นราว 27 สัปดาห์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลว่า 10% ของผู้นิพนธ์ทุกสาขารอเกิน 6 เดือน

อีเมลสอบถามควรสั้น สุภาพ และอ้างหมายเลขบทความ ไม่ต้องอธิบายความจำเป็นส่วนตัวยืดยาว ตัวอย่างข้อความภาษาอังกฤษ:

Dear Dr [Editor’s surname],
I am writing to kindly enquire about the status of our manuscript “[Title]” (ID: [Manuscript number]), submitted on 2 March 2026. The online system has shown “Under Review” since [date]. We would be grateful for any update on the expected timeline. Thank you for your time and for handling our submission.
Yours sincerely,
[Name], on behalf of all authors

หากคุณมีเหตุจำเป็นด้านเวลา เช่น ต้องใช้ผลงานจบการศึกษาหรือรายงานทุน ให้ระบุสั้น ๆ หนึ่งประโยคว่าจำเป็นต้องทราบผลภายในวันใด บรรณาธิการไม่มีหน้าที่เร่งให้ แต่ข้อมูลนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าจะเชิญผู้ทบทวนเพิ่มหรือไม่

ระหว่างรอผล peer review ควรทำอะไร

ข้อห้ามข้อแรกคือการส่งบทความเดียวกันไปวารสารอื่นพร้อมกัน ICMJE ระบุว่าผู้นิพนธ์ไม่ควรส่งต้นฉบับเดียวกันไม่ว่าในภาษาเดียวกันหรือต่างภาษาไปยังวารสารมากกว่าหนึ่งฉบับในเวลาเดียวกัน [9] หากตัดสินใจเปลี่ยนวารสาร ต้องถอนบทความอย่างเป็นทางการและได้รับการยืนยันก่อน การส่งซ้อนอาจทำให้ถูกปฏิเสธจากทั้งสองวารสารและเป็นประเด็นจริยธรรม

สิ่งที่ควรทำเพื่อใช้เวลารอให้เกิดประโยชน์:

  • บันทึกเส้นเวลา จดวันที่ส่ง วันที่สถานะเปลี่ยน และหมายเลขบทความ เพื่อใช้ตามกฎในตารางที่ 3
  • เตรียมไฟล์ตอบผู้ทบทวนล่วงหน้า ทำแม่แบบจดหมายโต้ตอบ และรวบรวมข้อมูลดิบ โค้ดวิเคราะห์ และผลวิเคราะห์เพิ่มเติมที่อาจถูกขอ ดูวิธีเขียนได้ที่ วิธีเขียนจดหมายโต้ตอบผู้ทบทวนอย่างมืออาชีพ
  • อ่านจุดอ่อนของงานตัวเองอีกครั้ง ระบุข้อจำกัดที่ผู้ทบทวนน่าจะถาม เช่น ขนาดตัวอย่าง ตัวแปรกวน หรือการอธิบายวิธีวิจัยไม่พอ แล้วเตรียมคำตอบ
  • เตรียมวารสารสำรอง จัดอันดับ 2–3 ชื่อพร้อมรูปแบบที่ต้องปรับ เพื่อไม่ต้องเริ่มใหม่หากถูกปฏิเสธ
  • ไม่พยายามระบุตัวผู้ทบทวน ในระบบ double-blind การติดต่อผู้ที่คาดว่าเป็นผู้ทบทวนทำลายการปกปิดตัวตนที่ระบบออกแบบไว้ และแนวทางของ COPE กำหนดให้ผู้ทบทวนรักษาความลับของต้นฉบับที่ได้รับ [1]
  • เก็บหลักฐานการทบทวน อีเมลแจ้งผล รายงานผู้ทบทวน และจดหมายตอบรับ เพราะเป็นหลักฐานที่อาจต้องใช้ในการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ

เมื่อได้ผลเป็น major revision ให้วางแผนเวลาตามกำหนดที่วารสารให้ ข้อมูลของ Huisman และ Smits ชี้ว่าผู้นิพนธ์ใช้เวลาแก้ไขเฉลี่ย 39 วัน [6] แนวทางจัดลำดับการแก้ไขอ่านต่อได้ที่ วิธีแก้ไขบทความหลังได้รับ Major Reviewer Comments

บริบทไทย: peer review ตามเกณฑ์ ก.พ.อ. และ TCI

สำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัยไทย peer review ไม่ใช่แค่ขั้นตอนของวารสาร แต่เป็นเงื่อนไขของผลงานที่ใช้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ประกาศ ก.พ.อ. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผศ. รศ. และ ศ. พ.ศ. 2564 กำหนดว่าผลงานทุกประเภทต้องแสดงหลักฐานว่าการเผยแพร่ผ่านการประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น (peer reviewer) ที่มาจากหลากหลายสถาบัน และในเอกสารแนบท้าย วารสารวิชาการระดับชาติต้องตีพิมพ์ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี และมีการตรวจสอบคุณภาพบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบันอย่างน้อย 3 คน [10]

ตัวอย่างที่เห็นผลจริงคือ e-Journal of Education Studies ของมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งประกาศเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2564 ว่าเปลี่ยนการประเมินบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 คน เป็นอย่างน้อย 3 คน โดยอ้างประกาศ ก.พ.อ. และเริ่มใช้ตั้งแต่ปีที่ 3 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม–ธันวาคม 2564) [11] สำหรับผู้นิพนธ์ การเพิ่มจำนวนผู้ทบทวนหมายถึงต้องเผื่อเวลาให้บรรณาธิการหาผู้ทบทวนครบ และต้องเตรียมตอบความเห็นจากหลายคนในรอบเดียว

ฝั่ง TCI เกณฑ์ประเมินคุณภาพวารสารรอบที่ 5 (พ.ศ. 2568–2572) กำหนดให้วารสารระบุประเภทของ peer review (เช่น double blind หรือ single blind) และจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิต่อบทความไว้บนเว็บไซต์อย่างชัดเจน (ตรวจในเกณฑ์หลักข้อที่ 3 ซึ่งไม่คิดคะแนน) และในเกณฑ์รองข้อที่ 5 ให้คะแนนวารสารที่ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่สังกัดหน่วยงานเดียวกับผู้นิพนธ์อย่างน้อย 2 คนต่อบทความ และมีความเห็นเชิงวิชาการที่เข้มข้น โดยตรวจจากระบบ ThaiJO และ/หรือสำเนาผลประเมิน [5]

ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับนักวิจัยไทยจึงมีสามข้อ ข้อแรก ก่อนส่ง ให้เปิดหน้านโยบาย peer review ของวารสาร ตรวจว่าระบุประเภทและจำนวนผู้ทบทวนตรงกับที่หน่วยงานของคุณยอมรับหรือไม่ ข้อสอง เก็บอีเมลและไฟล์ผลประเมินทุกรอบไว้เป็นหลักฐาน ข้อสาม หากต้องใช้ผลงานภายในกำหนด เช่น เงื่อนไขสำเร็จการศึกษาหรือรายงานทุน ให้นับย้อนจากเส้นตายโดยใช้ค่าในภาพที่ 1 และไม่วางแผนบนสมมติฐานว่าจะได้รับการตอบรับในรอบแรก

สรุป

peer review เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาโดยธรรมชาติ หลักฐานชี้ว่าการรอผลรอบแรก 2–3 เดือนเป็นเรื่องปกติ และเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหาผู้ทบทวนและงานบรรณาธิการ ใช้รายการต่อไปนี้ก่อนและหลังส่งบทความ

  • อ่าน Peer Review Policy ของวารสาร: ประเภท (single/double/open) จำนวนผู้ทบทวน และเวลาพิจารณาที่ประกาศ
  • ถ้าเป็น double-blind ให้ลบชื่อ สังกัด กิตติกรรมประกาศ และ metadata ออกจากไฟล์ต้นฉบับ
  • ตั้งค่าคาดหมายจากตัวเลขของวารสาร หรือค่าเฉลี่ยของสาขา (แพทย์/สาธารณสุขราว 8–9 สัปดาห์ สังคมศาสตร์ราว 16–18 สัปดาห์)
  • สถานะ With Editor เกิน 3 สัปดาห์ หรือ Under Review เกิน 1.5 เท่าของค่าคาดหมาย จึงส่งอีเมลสอบถามสั้น ๆ
  • ไม่ส่งบทความเดียวกันไปวารสารอื่นจนกว่าจะถอนอย่างเป็นทางการ
  • เตรียมแม่แบบจดหมายโต้ตอบ ข้อมูลดิบ และวารสารสำรองระหว่างรอ
  • เก็บหลักฐานผลประเมินทุกรอบสำหรับการขอกำหนดตำแหน่งตามเกณฑ์ ก.พ.อ.

คุณภาพของต้นฉบับไม่ได้ทำให้ peer review เร็วขึ้นเสมอไป แต่ช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธทันทีและลดจำนวนรอบแก้ไข Editverse ช่วยตรวจความพร้อมของต้นฉบับก่อนส่ง ภาษาอังกฤษวิชาการ และการตอบความเห็นผู้ทบทวน โดยบรรณาธิการที่ถือปริญญาเอกหรือแพทยศาสตรบัณฑิตในสาขาเดียวกับคุณ ผ่านบริการ สนับสนุนการตีพิมพ์ เราแก้ไขและยกระดับงานของคุณ เราไม่ได้ทำวิจัยแทนคุณ และไม่รับประกันการตอบรับ ติดต่อได้ที่ [email protected]

คำถามที่พบบ่อย

peer review ใช้เวลานานเท่าไร

หลักฐานจากงานวิจัยชี้ว่าการรอผลรอบแรกเฉลี่ยราว 13 สัปดาห์ และต่างกันมากตามสาขา การรอ 2–3 เดือนจึงเป็นเรื่องปกติ

เมื่อใดควรส่งอีเมลสอบถามวารสาร

เกณฑ์ที่บทความเสนอคือ สถานะ With Editor เกิน 3 สัปดาห์ หรือ Under Review เกิน 1.5 เท่าของเวลาที่คาดหมาย

ระหว่างรอผลส่งบทความไปวารสารอื่นได้หรือไม่

ไม่ได้ จนกว่าจะถอนบทความออกจากวารสารเดิมอย่างเป็นทางการ

เอกสารอ้างอิง

  1. Committee on Publication Ethics (COPE). (2017). Ethical guidelines for peer reviewers (Version 2; ฉบับแรก 2013). doi:10.24318/cope.2019.1.9
  2. Smith, R. (2006). Peer review: A flawed process at the heart of science and journals. Journal of the Royal Society of Medicine, 99(4), 178–182. doi:10.1177/014107680609900414 PMID: 16574968
  3. Tomkins, A., Zhang, M., & Heavlin, W. D. (2017). Reviewer bias in single- versus double-blind peer review. Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America, 114(48), 12708–12713. doi:10.1073/pnas.1707323114 PMID: 29138317
  4. Ross-Hellauer, T. (2017). What is open peer review? A systematic review. F1000Research, 6, 588. doi:10.12688/f1000research.11369.2 PMID: 28580134
  5. ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI). (2569). เกณฑ์ประเมินคุณภาพวารสารในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 5 (พ.ศ. 2568–2572) (เอกสารชี้แจง 9 มกราคม 2569; สำเนาเผยแพร่โดยห้องสมุดมหาวิทยาลัยสยาม). e-library.siam.edu (PDF)
  6. Huisman, J., & Smits, J. (2017). Duration and quality of the peer review process: The author’s perspective. Scientometrics, 113(1), 633–650. doi:10.1007/s11192-017-2310-5
  7. Publons. (2018). Global State of Peer Review 2018. Clarivate Analytics. doi:10.14322/publons.gspr2018 (สรุปตัวเลขโดย European Association of Science Editors: ease.org.uk)
  8. Björk, B.-C., & Solomon, D. (2013). The publishing delay in scholarly peer-reviewed journals. Journal of Informetrics, 7(4), 914–923. doi:10.1016/j.joi.2013.09.001
  9. International Committee of Medical Journal Editors (ICMJE). (ม.ป.ป.). Overlapping publications: Duplicate submission. ใน Recommendations for the Conduct, Reporting, Editing, and Publication of Scholarly Work in Medical Journals. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2569 จาก https://www.icmje.org/recommendations/browse/publishing-and-editorial-issues/overlapping-publications.html
  10. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.). (2565). ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564 และเอกสารแนบท้าย. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 139 ตอนพิเศษ 4 ง (7 มกราคม 2565). https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17193313.pdf
  11. e-Journal of Education Studies, มหาวิทยาลัยบูรพา. (2564). การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer reviewer) จากเดิมอย่างน้อย 2 คน เป็นอย่างน้อย 3 คน [ประกาศวารสาร, 3 พฤศจิกายน 2564]. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/ejes/announcement/view/1919

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *