เส้นเวลาประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 แสดงวันมีผล 27 พฤศจิกายน 2568 ช่วง 90 วันของวิธีที่ 3 และช่วงผ่อนผันหนึ่งปีถึงราว 26 พฤศจิกายน 2569

ก.พ.อ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568: TCI กลุ่ม 2 ใช้ขอ รศ. ได้ถึงเมื่อไร

ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2568 และเปิดให้ใช้ผลงานในวารสารระดับชาติที่เผยแพร่ก่อนวันนั้น รวมถึงบทความใน TCI กลุ่ม 2 ตามเกณฑ์เดิมได้อีกเพียงหนึ่งปี ซึ่งเมื่อนับตามถ้อยคำในราชกิจจานุเบกษาจะครบกำหนดราววันที่ 26 พฤศจิกายน 2569 ผู้ที่วางแผนขอรองศาสตราจารย์สาขาทั่วไปด้วยบทความ TCI กลุ่ม 2 จึงเหลือเวลาไม่ถึงสองเดือน

ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3 เปลี่ยนอะไรเรื่องวารสารระดับชาติ

ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ลงนามเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 และลงราชกิจจานุเบกษาเล่ม 142 ตอนพิเศษ 373 ง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 [1] ประกาศนี้ไม่ได้ยกเลิกเกณฑ์ปี 2564 ทั้งฉบับ แต่แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 ซึ่งลงราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2565 [2] และต่อจากฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ที่มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2568 ซึ่งเน้นเรื่องคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งสำหรับการขอตำแหน่งเฉพาะด้าน [3]

ประเด็นที่กระทบผู้เตรียมขอตำแหน่งมากที่สุดอยู่ในข้อ 2 ของประกาศฉบับที่ 3 ซึ่งกำหนดว่า การเผยแพร่บทความวิจัยหรือบทความทางวิชาการในวารสารวิชาการระดับชาติ "ต้องได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI" โดยตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ใช้ได้ทั้ง TCI กลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2 แต่ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ต้องเป็น TCI กลุ่ม 1 สำหรับสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผศ. และ รศ. ใช้ TCI กลุ่ม 1 หรือ 2 ได้ ส่วนศาสตราจารย์ต้องเป็น TCI กลุ่ม 1 [1] เอกสารแนบท้ายหัวข้อ 7.1 ยังนิยามใหม่ว่า วารสารวิชาการระดับชาติต้องอยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย "เฉพาะวารสารที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2" [1]

เปรียบเทียบกับเกณฑ์ปี 2564 เดิม วารสารระดับชาติไม่จำเป็นต้องอยู่ใน TCI เพียงแต่ต้องเป็นวารสารที่มีคุณภาพ ตีพิมพ์ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี และมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจากหลากหลายสถาบันตรวจบทความอย่างน้อย 3 คน [2] นั่นหมายความว่า บทความ TCI กลุ่ม 2 เคยใช้ขอ รศ. สาขาทั่วไปได้ แต่ตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไปใช้ไม่ได้แล้ว ยกเว้นผ่านบทผ่อนผันที่จะอธิบายในหัวข้อถัดไป ส่วนวารสารระดับนานาชาติยังใช้รายชื่อฐานข้อมูลเดิม คือ ERIC, MathSciNet, PubMed, Scopus, Web of Science (เฉพาะ SCIE, SSCI และ AHCI), JSTOR และ Project Muse [1]

ตารางที่ 1: วารสารระดับชาติที่นับได้ ก่อนและหลังประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3

ตำแหน่งที่ขอเกณฑ์ พ.ศ. 2564 (ก่อน 27 พ.ย. 2568)ประกาศฉบับที่ 3 (ตั้งแต่ 27 พ.ย. 2568)
ผศ. (ทุกสาขา)วารสารระดับชาติที่มีคุณภาพ ตีพิมพ์ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี มีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจากหลากหลายสถาบันอย่างน้อย 3 คน (ไม่บังคับว่าต้องอยู่ใน TCI)TCI กลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2
รศ. สาขาทั่วไปเช่นเดียวกับแถวบนTCI กลุ่ม 1 เท่านั้น
รศ. สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เช่นเดียวกับแถวบนTCI กลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2
ศ. สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เช่นเดียวกับแถวบนTCI กลุ่ม 1
รศ. และ ศ. โดยวิธีที่ 3 (ตัวชี้วัด Scopus)เปิดให้ยื่นชะลอไว้ก่อน จนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น

ที่มา: ประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 เอกสารแนบท้ายหัวข้อ 7.1 [2] และประกาศ ก.พ.อ. (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ข้อ 2 ข้อ 4 และเอกสารแนบท้ายหัวข้อ 7.1 [1] ตารางนี้สรุปเฉพาะเรื่องวารสารระดับชาติ ไม่ใช่เกณฑ์ขอตำแหน่งทั้งหมด

การเปลี่ยนนิยามนี้ส่งผลถึงฝั่งวารสารด้วย ตัวอย่างจริงคือวารสารสุขภาพและอาหารเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ว่าลดจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความจากอย่างน้อย 3 คนเป็นอย่างน้อย 2 คนต่อบทความ โดยอ้างว่าประกาศฉบับที่ 3 ได้ยกเลิกข้อกำหนดเดิมเรื่องผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน [4] ผู้เขียนจึงไม่ควรใช้จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิเป็นตัวตัดสินว่าวารสารใดนับได้อีกต่อไป เกณฑ์ที่ชี้ขาดคือกลุ่ม TCI ของวารสาร

ช่วงผ่อนผันหนึ่งปีตามข้อ 11: ถ้อยคำจริงและวันที่ที่คำนวณได้

คำถามที่ผู้อ่านถามบ่อยที่สุดคือ "บทความ TCI กลุ่ม 2 ที่ตีพิมพ์ไปแล้วยังใช้ได้ถึงเมื่อไร" คำตอบอยู่ในข้อ 11 ของประกาศฉบับที่ 3 ซึ่งเขียนว่า "ให้การเผยแพร่ผลงานในวารสารวิชาการระดับชาติ ซึ่งได้เผยแพร่ไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ อาจนำการเผยแพร่ตามประกาศ ก.พ.อ. … พ.ศ. 2564 มาใช้เสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการได้โดยอนุโลมภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ" [1]

ข้อ 1 ของประกาศกำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และหนังสือแจ้งเวียนของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ยืนยันว่าวันมีผลคือ 27 พฤศจิกายน 2568 พร้อมแจ้งว่า สป.อว. ได้ขอแก้ไขข้อความคลาดเคลื่อนในราชกิจจานุเบกษาฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 [1] เมื่อนับหนึ่งปีจากวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 วันสุดท้ายของช่วงผ่อนผันจึงตกราววันที่ 26 พฤศจิกายน 2569

ต้องบอกให้ชัดว่า ประกาศไม่ได้ระบุวันที่ปฏิทินของวันสิ้นสุดไว้ ตัวเลข 26 พฤศจิกายน 2569 เป็นการคำนวณจากถ้อยคำ "ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ" เท่านั้น นอกจากนี้ประกาศไม่ได้นิยามว่า "เสนอขอ" หมายถึงวันที่ภาควิชา คณะ หรือกองบริหารงานบุคคลลงรับเรื่อง สถาบันแต่ละแห่งอาจตีความต่างกัน ผู้ที่ต้องพึ่งบทผ่อนผันจึงควรยืนยันกับหน่วยงานของตนและวางแผนให้เรื่องถูกลงรับก่อนวันดังกล่าวพอสมควร

เส้นเวลาประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 แสดงวันมีผล 27 พฤศจิกายน 2568 ช่วง 90 วันของวิธีที่ 3 และช่วงผ่อนผันหนึ่งปีถึงราว 26 พฤศจิกายน 2569
ภาพที่ 1: เส้นเวลาของประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 2 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 พร้อมช่วง 90 วันของวิธีที่ 3 และช่วงผ่อนผันหนึ่งปีของวารสารระดับชาติ วันที่มีเครื่องหมาย ≈ คำนวณจากถ้อยคำในประกาศ ที่มา: ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 373 ง และหนังสือแจ้งเวียนของ สป.อว.

สังเกตว่าบทผ่อนผันข้อ 11 ใช้กับ "การเผยแพร่ผลงานในวารสารวิชาการระดับชาติ" ทั้งหมด ไม่ได้จำกัดเฉพาะ TCI กลุ่ม 2 ดังนั้นบทความในวารสารระดับชาติที่ไม่อยู่ใน TCI แต่ผ่านเกณฑ์คุณภาพของปี 2564 และเผยแพร่ก่อน 27 พฤศจิกายน 2568 ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน หลังพ้นช่วงผ่อนผัน ผลงานลักษณะนี้จะใช้ไม่ได้ในทุกตำแหน่ง ส่วนบทความ TCI กลุ่ม 2 ยังใช้ขอ ผศ. และ รศ. สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ได้ตามปกติ คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวันสิ้นสุดจึงเป็นผู้ขอ รศ. สาขาทั่วไปที่ถือบทความ TCI กลุ่ม 2 หรือบทความในวารสารระดับชาตินอก TCI

วิธีที่ 3 ที่ใช้ตัวชี้วัด Scopus ถูกชะลอ: สถานะล่าสุด

ข้อ 4 ของประกาศฉบับที่ 3 ให้ "ชะลอการขอกำหนดตำแหน่งรองศาสตราจารย์ โดยวิธีที่ 3 … และตำแหน่งศาสตราจารย์ โดยวิธีที่ 3 … ไว้ก่อน จนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น" [1] วิธีที่ 3 ในเกณฑ์ปี 2564 คือช่องทางที่ใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณแทนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวอย่างเช่น รศ. สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และแพทยศาสตร์ ต้องมีงานวิจัยอย่างน้อย 10 เรื่องในวารสาร Quartile 1 และ 2 ของ Scopus หลังได้เป็น ผศ. ซึ่งอย่างน้อย 5 เรื่องเป็น first หรือ corresponding author มีการอ้างอิงตลอดชีพจาก Scopus อย่างน้อย 500 รายการโดยไม่นับการอ้างอิงตนเอง มีค่า life-time h-index ไม่น้อยกว่า 8 และเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยที่ได้ทุนภายนอกอย่างน้อย 5 โครงการ [2] หากคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการเห็นว่าผลงานและจริยธรรมเป็นไปตามเกณฑ์ ให้เสนอสภาสถาบันพิจารณาอนุมัติได้โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประเมินผลงาน [2]

ข้อ 10 ให้ผู้ที่เตรียมยื่นวิธีที่ 3 ไว้แล้วยื่นได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศใช้บังคับ ซึ่งเมื่อนับจากวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 จะครบราววันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 และกรณีที่สภาสถาบันรับเรื่องไว้แล้วก่อนประกาศมีผลให้พิจารณาต่อจนเสร็จ [1] ช่วงเวลานี้จึงผ่านไปแล้ว ณ วันที่ตรวจข้อมูล (1 ตุลาคม 2569) หน้ารวมประกาศของ สป.อว. ยังแสดงประกาศฉบับที่ 3 เป็นฉบับล่าสุดในหมวดนี้ [5] และแบบ ก.พ.อ.03 ฉบับปรับปรุงของมหาวิทยาลัยนเรศวรก็ระบุตำแหน่ง รศ. และ ศ. ไว้เพียง "วิธีที่ 1 หรือ 2" [6] ผู้ที่วางแผนจะใช้ h-index หรือจำนวน citation เป็นทางลัดจึงต้องกลับมาวางแผนผ่านวิธีที่ 1 หรือ 2 ซึ่งมีการประเมินคุณภาพผลงานโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

มุมมองจากวรรณกรรมด้านการประเมินงานวิจัยช่วยอธิบายทิศทางนี้ h-index ถูกนิยามโดย Hirsch ว่าเป็นจำนวนบทความ h เรื่องที่แต่ละเรื่องได้รับการอ้างอิงอย่างน้อย h ครั้ง [7] ตัวเลขเดียวนี้สรุปผลผลิตและการอ้างอิงได้สะดวก แต่ไม่ได้บอกคุณภาพของงานแต่ละชิ้น Leiden Manifesto ซึ่งตีพิมพ์ใน Nature จึงเสนอหลักการข้อแรกว่า การประเมินเชิงปริมาณควรสนับสนุน ไม่ใช่แทนที่ การประเมินเชิงคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ [8] การชะลอวิธีที่ 3 จึงสอดคล้องกับหลักการนี้ แม้ ก.พ.อ. จะไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในตัวประกาศ

ตัวอย่างคำนวณ: ตรวจบทความ 3 เรื่องของผู้ขอ รศ. ทีละเรื่อง

สมมุติ ผศ.ดร. ก สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับแต่งตั้งเป็น ผศ. มาแล้วเกินสองปี จึงผ่านคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง รศ. ตามข้อ 5.2.1 [2] และวางแผนยื่นวิธีที่ 1 โดยเลือกชุดผลงานคุณภาพระดับ B แบบงานวิจัย 2 เรื่อง (เกณฑ์เปิดให้ใช้งานวิจัย 1 เรื่องร่วมกับผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น 1 รายการแทนได้) ที่เผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด อย่างน้อย 1 เรื่องเป็น first หรือ corresponding author ร่วมกับตำราหรือหนังสือ 1 เล่ม [2] วันที่ตรวจคือ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งห่างจากวันครบกำหนดที่คำนวณได้ 56 วัน

ขั้นที่ 1 ระบุ "วันที่เผยแพร่" ของแต่ละบทความให้ถูกตามนิยามใหม่ เอกสารแนบท้ายประกาศฉบับที่ 3 กำหนดว่า บทความที่มีเลข DOI และสืบค้นได้แต่ยังไม่มี volume และเลขหน้า หากเป็น DOI ของ Crossref สามารถใช้วันที่ได้รับเลข DOI เป็นวันที่เผยแพร่ได้ ถ้าไม่มี DOI ให้ใช้วันที่เผยแพร่ในวารสารที่ระบุ volume และเลขหน้าครบถ้วนแล้ว [1] วันที่ได้รับ DOI ตรวจได้จากระเบียน Crossref ของบทความ (ช่อง created ใน api.crossref.org/works/ตามด้วยเลข DOI)

ขั้นที่ 2 เทียบกับเส้นแบ่ง 27 พฤศจิกายน 2568 และขั้นที่ 3 ตรวจว่ายื่นทันช่วงผ่อนผันหรือไม่ ผลของ ผศ.ดร. ก แสดงในตารางที่ 2

ตารางที่ 2: ตัวอย่างสมมุติ ตรวจบทความ 3 เรื่องของผู้ขอ รศ. สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569

บทความแหล่งตีพิมพ์วันที่เผยแพร่ที่ใช้นับผลต่อการขอ รศ. สาขาทั่วไป
Aวารสาร TCI กลุ่ม 2ได้รับ DOI ของ Crossref 10 ต.ค. 2568 (ลงเล่มพร้อมเลขหน้า ม.ค. 2569)เผยแพร่ก่อน 27 พ.ย. 2568 จึงใช้ได้โดยอนุโลม ถ้ายื่นเสนอขอภายในช่วงผ่อนผัน
Bวารสาร TCI กลุ่ม 2 (ไม่มี DOI)ฉบับระบุเดือน ก.ย.–ธ.ค. 2568 แต่ออกเล่มพร้อมเลขหน้าจริง 15 ธ.ค. 2568เสี่ยงสูง: ถ้านับวันออกเล่มจริง จะเป็นผลงานหลังประกาศมีผล ใช้ขอ รศ. สาขาทั่วไปไม่ได้
Cวารสารในฐานข้อมูล Scopusเผยแพร่ มี.ค. 2569นับเป็นวารสารระดับนานาชาติตามรายชื่อฐานข้อมูลที่ ก.พ.อ. กำหนด ไม่ขึ้นกับช่วงผ่อนผัน

ข้อมูลบทความเป็นตัวอย่างสมมุติเพื่ออธิบายวิธีคิด กฎวันที่เผยแพร่มาจากเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับที่ 3 หัวข้อ 7.1 [1] ส่วนการตัดสินคุณภาพระดับ B เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อสรุปของตัวอย่างนี้คือ ถ้า ผศ.ดร. ก ยื่นทันก่อนราว 26 พฤศจิกายน 2569 จะใช้บทความ A และ C เป็นงานวิจัย 2 เรื่องได้ แต่ถ้ายื่นไม่ทัน บทความ A จะหลุดทันที และต้องมีบทความใน TCI กลุ่ม 1 หรือวารสารในฐานข้อมูลนานาชาติอีก 1 เรื่องมาแทน บทความ B แสดงจุดเสี่ยงที่พบบ่อยในวารสารไทย คือฉบับที่ระบุช่วงเดือนบนปกแต่ออกเล่มจริงช้ากว่า ควรขอหนังสือรับรองวันเผยแพร่จากบรรณาธิการ และสอบถามสถาบันว่าจะใช้วันใด ภาพที่ 2 สรุปตรรกะเดียวกันเป็นผังตัดสินใจ

ผังตัดสินใจว่าบทความในวารสาร TCI กลุ่ม 2 ใช้ขอตำแหน่ง ผศ. หรือ รศ. ได้หรือไม่ตามประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3
ภาพที่ 2: ผังตัดสินใจว่าบทความใน TCI กลุ่ม 2 ใช้ขอ ผศ. หรือ รศ. ได้หรือไม่ หลังประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3 ที่มา: ประกาศ ก.พ.อ. (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ข้อ 2 ข้อ 11 และเอกสารแนบท้ายหัวข้อ 7.1

อย่าลืมว่ากลุ่มวารสารเป็นเพียงเงื่อนไขขั้นต่ำของช่องทางเผยแพร่ ผลงานยังต้องผ่านการประเมินคุณภาพระดับ B หรือ A จากผู้ทรงคุณวุฒิ บทความใน TCI กลุ่ม 1 ที่ระเบียบวิธีอ่อนจึงอาจไม่ผ่านได้เช่นกัน

บริบทไทย: ใครต้องใช้เกณฑ์นี้ และหน่วยงานปรับตัวอย่างไร

ประกาศ ก.พ.อ. ออกเพื่อ "ให้สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางในการออกข้อบังคับ" [1] ผลบังคับต่อผู้ขอแต่ละคนจึงผ่านข้อบังคับของมหาวิทยาลัยที่สังกัด เอกสารบรรยายของ สป.อว. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 แสดงภาพรวมว่าข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาใช้ประกาศ ก.พ.อ. คณาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนใช้ระเบียบ กกอ. ส่วนพนักงานมหาวิทยาลัยและอาจารย์มหาวิทยาลัยนอกสังกัด อว. ใช้ข้อบังคับของแต่ละแห่ง ซึ่งเอกสารระบุว่า "อาจอิงเกณฑ์ ก.พ.อ. หรือไม่ ก็ได้" แต่ "พึงอิงเกณฑ์ ก.พ.อ. เพื่อให้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นมาตรฐานเดียวกัน" [9] เอกสารเดียวกันสรุปบทผ่อนผันว่าใช้กับ "ประกาศ ก.พ.อ./ระเบียบ กกอ. ฉบับนี้" ทั้งช่วง 90 วันของวิธีที่ 3 และช่วงหนึ่งปีของวารสารระดับชาติ [9] แปลว่าวันที่ในบทความนี้เป็นกรอบกลาง แต่ข้อบังคับของสถาบันคุณอาจกำหนดรายละเอียดเพิ่ม

มหาวิทยาลัยหลายแห่งปรับเอกสารแล้ว เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวรเผยแพร่แบบคำขอ ก.พ.อ.03 ที่อ้างประกาศฉบับที่ 3 โดยตรง [6] ด้านวารสาร ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทยประเมินคุณภาพวารสารรอบที่ 5 โดยผลการจัดกลุ่มมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 ตามที่วารสารในฐานข้อมูลแจ้งไว้ [10] กลุ่มของวารสารส่วนใหญ่จึงไม่ควรเปลี่ยนระหว่างช่วงผ่อนผัน แต่ควรตรวจสถานะจากเว็บไซต์ TCI โดยตรงและบันทึกหลักฐานไว้ทุกครั้ง หากต้องการทบทวนความต่างระหว่าง TCI กับฐานข้อมูลนานาชาติ อ่านเพิ่มได้ที่ TCI vs Scopus vs ISI

อีกเรื่องที่ควรระวังคือแรงกดดันด้านเวลา ผู้ที่ต้องหาบทความมาแทนภายในไม่กี่เดือนมักได้รับอีเมลเชิญจากวารสารที่สัญญาว่าจะตีพิมพ์เร็ว ก่อนส่งให้ตรวจตามแนวทางใน วิธีระบุและหลีกเลี่ยงวารสารนักล่า และอย่าลืมว่าวารสารที่ไม่อยู่ใน TCI กลุ่ม 1 หรือฐานข้อมูลนานาชาติตามรายชื่อของ ก.พ.อ. จะไม่ช่วยการขอ รศ. สาขาทั่วไปเลยหลังจากนี้

แผนปฏิบัติก่อนหมดช่วงผ่อนผัน

สำหรับผู้ที่ถือบทความในวารสารระดับชาติที่เผยแพร่ก่อน 27 พฤศจิกายน 2568 และตั้งใจใช้ขอ รศ. สาขาทั่วไป เวลาที่เหลือประมาณ 8 สัปดาห์ แผนด้านล่างนับถอยหลังจากวันที่คำนวณได้ และเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนภายในของคณะ

ตารางที่ 3: แผนปฏิบัติแบบนับถอยหลังสำหรับผู้ที่ต้องพึ่งบทผ่อนผัน (ข้อเสนอแนะของ Editverse ไม่ใช่ข้อกำหนดทางราชการ)

ช่วงเวลา (นับถอยหลังจาก ≈ 26 พ.ย. 2569)สิ่งที่ต้องทำ
สัปดาห์นี้ (ต้น ต.ค. 2569)ทำบัญชีผลงานทุกชิ้น ระบุกลุ่ม TCI วันที่ได้รับ DOI วันที่ออกเล่ม และบทบาท first/corresponding author
ภายในกลาง ต.ค. 2569ถามกองบริหารงานบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษรว่า "วันยื่นเสนอขอ" นับจากวันที่หน่วยใดรับเรื่อง และข้อบังคับของสถาบันรับบทผ่อนผันข้อ 11 ไว้อย่างไร
ภายในปลาย ต.ค. 2569ขอหนังสือรับรองวันเผยแพร่จากบรรณาธิการวารสารสำหรับบทความที่วันที่ก้ำกึ่ง และบันทึกหน้าจอสถานะ TCI ของวารสาร
ต้น พ.ย. 2569รวมเอกสารประกอบ ผลการสอน หลักฐานการมีส่วนร่วม และตรวจรูปแบบตามแบบ ก.พ.อ.03 ฉบับปรับปรุงของสถาบัน
อย่างช้ากลาง พ.ย. 2569ยื่นเรื่องให้หน่วยงานลงรับ เก็บหลักฐานวันที่ลงรับ อย่ารอวันสุดท้าย

ถ้าประเมินแล้วว่ายื่นไม่ทัน ทางเลือกที่ตรงไปตรงมาคือวางแผนชุดผลงานใหม่ที่ไม่พึ่งบทผ่อนผัน ได้แก่ บทความใน TCI กลุ่ม 1 หรือวารสารในฐานข้อมูลนานาชาติตามรายชื่อของ ก.พ.อ. การเลือกวารสารเป้าหมายตาม Quartile อ่านได้ใน วิธีเลือกวารสาร Q1 Q2 Q3 Q4 และควรเผื่อเวลาสำหรับรอบแก้ไขด้วย เพราะบทความที่ถูกปฏิเสธจากปัญหาสถิติหรือการรายงานผลจะทำให้เสียเวลาหลายเดือน

สรุป

ใช้รายการนี้ตรวจสถานะของคุณภายในสัปดาห์นี้

  • จำวันสำคัญ: ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 3 มีผล 27 พฤศจิกายน 2568 ช่วงผ่อนผันหนึ่งปีครบราว 26 พฤศจิกายน 2569 (คำนวณจากถ้อยคำ ประกาศไม่ได้ระบุวันที่ปฏิทิน)
  • ผศ. ทุกสาขา และ รศ. สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ยังใช้ TCI กลุ่ม 2 ได้ตามปกติ
  • รศ. สาขาทั่วไปใช้ TCI กลุ่ม 2 ได้เฉพาะบทความที่เผยแพร่ก่อน 27 พฤศจิกายน 2568 และยื่นเสนอขอภายในช่วงผ่อนผัน
  • ตรวจวันที่เผยแพร่ตามนิยามใหม่: วันที่ได้รับ DOI ของ Crossref หรือวันที่มี volume และเลขหน้าครบ
  • วิธีที่ 3 ที่ใช้ตัวชี้วัด Scopus ถูกชะลอ และช่วงยื่น 90 วันสิ้นสุดไปแล้วราว 24 กุมภาพันธ์ 2569
  • ยืนยันกับกองบริหารงานบุคคลว่า "วันยื่นเสนอขอ" นับจากหน่วยใด และเก็บหลักฐานการลงรับ
  • บันทึกหลักฐานกลุ่ม TCI ของวารสาร ณ วันที่ตรวจ และขอหนังสือรับรองวันเผยแพร่เมื่อวันที่ก้ำกึ่ง
  • ถ้ายื่นไม่ทัน ให้วางแผนบทความใน TCI กลุ่ม 1 หรือวารสารนานาชาติตามรายชื่อของ ก.พ.อ. แทน

เมื่อต้องเขียนบทความใหม่เพื่อแทนผลงานที่นับไม่ได้ เวลาคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด การให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจการวิเคราะห์ข้อมูลและการรายงานผลก่อนส่งช่วยลดรอบแก้ไขที่ไม่จำเป็น Editverse มีบริการ ตรวจสอบสถิติก่อนส่ง โดยบรรณาธิการที่ถือปริญญาเอกหรือแพทยศาสตรบัณฑิตในสาขาเดียวกับคุณ เราแก้ไขและยกระดับงานของคุณ เราไม่ได้ทำวิจัยแทนคุณ และไม่รับประกันการตอบรับหรือผลการพิจารณาตำแหน่ง ติดต่อได้ที่ [email protected]

คำถามที่พบบ่อย

ช่วงผ่อนผันสิ้นสุดเมื่อไร

เมื่อนับตามถ้อยคำในประกาศ จะครบกำหนดราววันที่ 26 พฤศจิกายน 2569 แต่ประกาศไม่ได้ระบุวันที่ปฏิทินไว้ จึงควรยืนยันกับหน่วยงานของตนเอง

ใครยังใช้ TCI กลุ่ม 2 ได้ตามปกติ

ผศ. ทุกสาขา และ รศ. สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

นับวันที่เผยแพร่บทความจากอะไร

ตามนิยามใหม่ นับจากวันที่ได้รับ DOI ของ Crossref หรือวันที่บทความมี volume และเลขหน้าครบ

เอกสารอ้างอิง

  1. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.). (2568). ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 373 ง หน้า 30–33 และเอกสารแนบท้าย (26 พฤศจิกายน 2568) เผยแพร่พร้อมหนังสือแจ้งเวียนของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. ops.go.th (PDF)
  2. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.). (2565). ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 4 ง (7 มกราคม 2565). https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17193313.pdf
  3. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2568). หนังสือแจ้งเวียน เรื่อง ประกาศ ก.พ.อ. … (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 99 ง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 มีผล 1 มีนาคม 2568). ops.go.th (PDF)
  4. วารสารสุขภาพและอาหารเชิงสร้างสรรค์. (2569, 1 กันยายน). ประกาศ แจ้งปรับเปลี่ยนจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความวารสาร. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/JHFC/announcement/view/97
  5. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2568). มาตรฐานตำแหน่งทางวิชาการ: (สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ) หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ [เข้าถึงเมื่อ 1 ตุลาคม 2569]. https://www.ops.go.th/th/content_page/item/13735-2025-12-01-09-01-19
  6. กองการบริหารงานบุคคล มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2568). แบบ ก.พ.อ.03 แบบคำขอรับการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการทั่วไป ตามประกาศ ก.พ.อ. (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568. dhr.nu.ac.th (DOCX)
  7. Hirsch, J. E. (2005). An index to quantify an individual’s scientific research output. Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America, 102(46), 16569–16572. doi:10.1073/pnas.0507655102 PMID: 16275915
  8. Hicks, D., Wouters, P., Waltman, L., de Rijcke, S., & Rafols, I. (2015). Bibliometrics: The Leiden Manifesto for research metrics. Nature, 520(7548), 429–431. doi:10.1038/520429a PMID: 25903611
  9. สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ และ สุทิศา จั่นมุกดา. (2568). หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ [เอกสารบรรยาย สำนักงานปลัดกระทรวง อว., 26 ธันวาคม 2568; เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช]. race.nstru.ac.th (PDF)
  10. Journal of Educational Review, Faculty of Education, MCU. (2568). ผลการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 5 พ.ศ. 2568–2572 [ประกาศของวารสาร อ้างผลจากศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย]. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/announcement/view/2160 และศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI). https://tci-thailand.org/

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *