แผนภาพ PRISMA 2020 flow diagram ตัวอย่างสมมติ แสดงจำนวนระเบียนจากการระบุ การคัดกรอง และการรวมเข้าในการทบทวนอย่างเป็นระบบ

PRISMA flow diagram: วิธีวาดและบันทึกกลยุทธ์ค้นหา

PRISMA flow diagram คือแผนภาพที่แสดงจำนวนระเบียนที่ค้นพบ คัดกรอง คัดออก และรวมเข้าในการทบทวนอย่างเป็นระบบตามแนวทาง PRISMA 2020 ซึ่งผู้ทบทวนบทความและกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ใช้ตรวจว่ากระบวนการค้นหาและคัดเลือกงานวิจัยของคุณโปร่งใสและทำซ้ำได้หรือไม่

PRISMA flow diagram คืออะไร และอยู่ตรงไหนของ PRISMA 2020

PRISMA ย่อมาจาก Preferred Reporting Items for Systematic reviews and Meta-Analyses เป็นแนวทางรายงานการทบทวนอย่างเป็นระบบที่เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2009 และปรับปรุงเป็นฉบับ PRISMA 2020 เพื่อให้ทันกับวิธีการและคำศัพท์ที่เปลี่ยนไปตลอดทศวรรษที่ผ่านมา (Page et al., 2021) เอกสารฉบับนี้ประกอบด้วยรายการตรวจสอบ 27 ข้อ และแผนภาพการไหลของข้อมูลที่เรียกว่า flow diagram ซึ่งทำหน้าที่สรุปว่าจากระเบียนทั้งหมดที่ค้นพบ เหลือกี่รายการที่ผ่านการคัดกรองจนรวมเข้าในการทบทวนจริง

ในรายการตรวจสอบ ข้อ 16a กำหนดให้รายงานผลการค้นหาและการคัดเลือกตั้งแต่จำนวนระเบียนที่ค้นพบจนถึงจำนวนการศึกษาที่รวมเข้า โดยควรแสดงด้วย flow diagram ส่วนข้อ 16b กำหนดให้ระบุการศึกษาที่ดูเหมือนตรงเกณฑ์แต่ถูกคัดออก พร้อมเหตุผล (Page et al., 2021) กล่าวอีกนัยหนึ่ง แผนภาพนี้ไม่ใช่ภาพประกอบเพื่อความสวยงาม แต่เป็นหลักฐานหลักที่ผู้อ่านใช้ประเมินว่าผู้ทบทวนไม่ได้เลือกงานวิจัยตามอำเภอใจ

เว็บไซต์ PRISMA ให้แม่แบบแผนภาพ 4 แบบ ได้แก่ รีวิวใหม่ที่ค้นเฉพาะฐานข้อมูลและทะเบียน รีวิวใหม่ที่มีแหล่งอื่นด้วย รีวิวฉบับปรับปรุงที่ค้นเฉพาะฐานข้อมูลและทะเบียน และรีวิวฉบับปรับปรุงที่มีแหล่งอื่นด้วย (PRISMA, 2021) นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ R ชื่อ PRISMA2020 และ Shiny app สำหรับสร้างแผนภาพ โดยผู้พัฒนาระบุว่า flow diagram ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจขั้นตอนหลักของรีวิวได้อย่างรวดเร็ว และมองเห็นว่าระเบียนที่ไม่เกี่ยวข้องถูกคัดทิ้งไปในแต่ละขั้นเท่าใด (Haddaway et al., 2022)

หากคุณยังอยู่ในช่วงวางแผนการทำ Systematic Review ทั้งฉบับ ให้อ่านภาพรวมขั้นตอนในบทความ วิธีทำ Systematic Review สำหรับวิทยานิพนธ์บัณฑิตศึกษาไทย ก่อน และหากยังแยกไม่ออกว่างานของคุณเป็น Systematic Review หรือการทบทวนวรรณกรรมทั่วไป ให้ดู การทบทวนวรรณกรรมทีละขั้น บทความนี้จะลงรายละเอียดเฉพาะสองเรื่องที่มักทำให้งานถูกส่งกลับ คือการนับตัวเลขใน flow diagram ให้ลงตัว และการบันทึกกลยุทธ์ค้นหาให้คนอื่นทำซ้ำได้

ตัวเลขในแผนภาพมาจากไหน: ระบุ คัดกรอง และรวมเข้า

แผนภาพแบ่งเป็นสามช่วงที่อ่านจากบนลงล่าง คือ การระบุ (Identification) การคัดกรอง (Screening) และรวมเข้า (Included) ตัวเลขทุกกล่องต้องมาจากบันทึกการทำงานจริง ไม่ใช่การประมาณย้อนหลัง และต้องคำนวณต่อเนื่องกันได้ครบทุกขั้น

แยกให้ออกระหว่างระเบียน รายงาน และการศึกษา

PRISMA 2020 แยกหน่วยนับเป็นสามระดับ ระเบียน (record) คือรายการที่ได้จากฐานข้อมูลหรือทะเบียน รายงาน (report) คือเอกสารฉบับเต็มของการศึกษา เช่น บทความวารสาร บทคัดย่อ หรือรายงานทะเบียน และการศึกษา (study) คือโครงการวิจัยหนึ่งโครงการ ซึ่งอาจมีหลายรายงาน ดังนั้นกล่องสุดท้ายของแผนภาพควรบอกทั้งจำนวนการศึกษาและจำนวนรายงานที่รวมเข้า เพราะสองตัวเลขนี้มักไม่เท่ากัน การสับสนหน่วยนับเป็นเหตุให้ตัวเลขไม่ลงตัวบ่อยที่สุด

ช่วงสูตรของตัวเลขข้อควรบันทึก
การระบุระเบียนที่ค้นพบ = ผลรวมจากทุกฐานข้อมูลและทะเบียนผลรวมของทุกแหล่งใน search log
การระบุระเบียนที่คัดกรอง = ระเบียนที่ค้นพบ − ระเบียนซ้ำ (และระเบียนที่ถูกตัดโดยเครื่องมืออัตโนมัติ ถ้ามี)เก็บจำนวนก่อนและหลังตัดซ้ำไว้ทุกครั้ง
การคัดกรองรายงานที่ขอสืบค้นฉบับเต็ม = ระเบียนที่คัดกรอง − ระเบียนที่คัดออกจากชื่อเรื่องและบทคัดย่อระบุว่าใครคัดกรองและคัดกรองอิสระหรือไม่
การคัดกรองรายงานที่ประเมินความเหมาะสม = รายงานที่ขอสืบค้น − รายงานที่หาฉบับเต็มไม่ได้บันทึกความพยายามหาฉบับเต็ม
รวมเข้ารายงานที่รวมเข้า = รายงานที่ประเมินความเหมาะสม − รายงานที่คัดออกพร้อมเหตุผลผลรวมเหตุผลต้องเท่ากับจำนวนที่คัดออก

ข้อ 8 ของ PRISMA 2020 กำหนดให้รายงานวิธีคัดเลือกการศึกษา รวมถึงจำนวนผู้ทบทวนที่คัดกรองแต่ละระเบียนและแต่ละรายงาน ทำงานอิสระต่อกันหรือไม่ และใช้เครื่องมืออัตโนมัติหรือไม่ (Page et al., 2021) ข้อมูลเหล่านี้ไม่ปรากฏในกล่อง แต่ควรอยู่ในส่วนวิธีการและต้องสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในกระบวนการคัดกรอง

ตัวอย่างคำนวณและวาด PRISMA flow diagram ด้วย R

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อการสอน ไม่ใช่ผลของการทบทวนจริง สมมติว่าทีมวิจัยค้นจาก PubMed, Embase, Cochrane CENTRAL และ Scopus รวมทั้งทะเบียนการวิจัย แล้วเพิ่มการสืบค้นรายการอ้างอิงของการศึกษาที่รวมเข้า การนับทำตามสูตรในตารางข้างต้น

ขั้นตอนการคำนวณผลลัพธ์
ระเบียนที่ค้นพบ1,260 + 1,415 + 540 + 1,105 + 1184,438
ระเบียนที่คัดกรอง4,438 − 1,306 (ระเบียนซ้ำ)3,132
รายงานที่ขอสืบค้นฉบับเต็ม3,132 − 2,871 (คัดออกจากชื่อเรื่อง/บทคัดย่อ)261
รายงานที่ประเมินความเหมาะสม261 − 9 (หาฉบับเต็มไม่ได้)252
รายงานที่รวมเข้า (ฐานข้อมูลและทะเบียน)252 − 227 (71 + 54 + 48 + 39 + 15)25
รายงานที่รวมเข้า (วิธีอื่น)46 − 1 = 45 แล้ว 45 − 396
รายงานที่รวมเข้าทั้งหมด25 + 631 รายงาน (27 การศึกษา)

เมื่อตัวเลขลงตัวแล้ว ให้โปรแกรมตรวจสมการทุกครั้งก่อนวาดภาพ แทนการเชื่อสายตา วิธีที่ง่ายที่สุดคือเขียนเงื่อนไขตรวจใน R แล้วให้โปรแกรมหยุดทันทีเมื่อมีตัวเลขใดไม่ตรง จากนั้นจึงวาดภาพด้วย ggplot2 หรือแพ็กเกจ PRISMA2020 ในตัวอย่างนี้ใช้ ggplot2 วาดกล่องและลูกศรเอง เพื่อให้ควบคุมภาษาและรูปแบบได้ครบ

db  <- c(PubMed = 1260, Embase = 1415, CENTRAL = 540, Scopus = 1105)
reg <- 118
identified <- sum(db) + reg            # 4438
screened   <- identified - 1306        # 3132
sought     <- screened - 2871          # 261
assessed   <- sought - 9               # 252
included_db <- assessed - sum(c(71, 54, 48, 39, 15))   # 25
included_other <- (46 - 1) - 39        # 6
stopifnot(identified == 4438, screened == 3132, sought == 261,
          assessed == 252, included_db + included_other == 31)
แผนภาพ PRISMA 2020 flow diagram ตัวอย่างสมมติ แสดงจำนวนระเบียนจากการระบุ การคัดกรอง และการรวมเข้าในการทบทวนอย่างเป็นระบบ
ภาพที่ 1: ตัวอย่าง PRISMA 2020 flow diagram (ตัวเลขสมมติเพื่อการสอน ไม่ใช่ผลของการทบทวนจริง) คำนวณและวาดด้วย R ตามโครงสร้างแม่แบบ “รีวิวใหม่ ค้นจากฐานข้อมูล ทะเบียน และวิธีอื่น” ของ PRISMA 2020 ที่มา: โครงสร้างตาม Page et al. (2021)

สังเกตว่ากล่องฝั่งขวาของแผนภาพ คือการสืบค้นรายการอ้างอิง ถูกนับแยกจากฐานข้อมูล และไปรวมกับกล่องสุดท้ายเมื่อผ่านการประเมินความเหมาะสม เหตุผลที่ต้องแยกคือแหล่งสองประเภทนี้มีวิธีค้นและวิธีตัดซ้ำต่างกัน ผู้อ่านจึงต้องเห็นว่าแต่ละแหล่งช่วยเพิ่มการศึกษาที่รวมเข้ากี่รายงาน

สร้างกลยุทธ์ค้นหา PubMed ที่ทำซ้ำได้ด้วย MeSH และคำค้นอิสระ

กลยุทธ์ค้นหาที่ดีเริ่มจากคำถามวิจัย แปลงเป็นแนวคิดหลัก (concept) ตามกรอบ PICO แล้วรวบรวมคำที่มีความหมายเดียวกันของแต่ละแนวคิด ทั้งหัวเรื่อง MeSH ที่ NLM กำหนดไว้ และคำค้นอิสระในชื่อเรื่องหรือบทคัดย่อ จากนั้นเชื่อมคำของแนวคิดเดียวกันด้วย OR และเชื่อมต่างแนวคิดด้วย AND คู่มือ PubMed ระบุว่าต้องพิมพ์ตัวดำเนินการ Boolean ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ และการใช้ wildcard (*) ต้องมีอักษรอย่างน้อย 4 ตัวก่อนเครื่องหมายดอกจัน (National Library of Medicine, n.d.)

เพื่อให้เห็นภาพจริง ทีมงานทดลองค้นหัวข้อตัวอย่างเรื่อง “การออกกำลังกายสำหรับข้อเข่าเสื่อม” ใน PubMed เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 (11 October 2026) ตัวเลขในตารางต่อไปนี้เป็นผลค้นจริงของวันดังกล่าว แต่หัวข้อนี้ใช้เพื่อสาธิตเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับตัวเลขในแผนภาพของหัวข้อที่แล้ว

("Osteoarthritis, Knee"[Mesh] OR "knee osteoarthritis"[tiab])
AND ("Exercise Therapy"[Mesh] OR exercise*[tiab])
AND (randomized controlled trial[pt] OR randomized[tiab] OR randomised[tiab])
AND 2020/01/01:2025/12/31[dp]
ชุดค้นหาสตริงจำนวนระเบียน (11 ต.ค. 2569)
#1“Osteoarthritis, Knee”[Mesh] AND “Exercise Therapy”[Mesh]1,788
#2(MeSH OR คำค้นอิสระ ของข้อเข่าเสื่อม) AND (MeSH OR exercise*[tiab])3,776
#3#2 AND (randomized controlled trial[pt] OR randomized[tiab] OR randomised[tiab])1,824
#4#3 AND 2020/01/01:2025/12/31[dp]864

ตารางนี้สอนได้สามเรื่อง เรื่องแรก การใช้ MeSH อย่างเดียว (#1) ได้ 1,788 ระเบียน แต่เมื่อเพิ่มคำค้นอิสระ (#2) ได้ 3,776 ระเบียน มากกว่าราว 2.1 เท่า เพราะระเบียนที่เพิ่งเข้าฐานข้อมูลอาจยังไม่ถูกกำหนด MeSH เรื่องที่สอง คู่มือ PubMed เตือนว่าตัวกรองประเภทบทความที่อาศัย publication type [pt] อาจตัดระเบียนที่ยังไม่ผ่านกระบวนการจัดทำดัชนี MEDLINE ออกไป จึงควรใช้ร่วมกับคำค้นอิสระอย่าง randomized[tiab] ดังในสตริงด้านบน (National Library of Medicine, n.d.) เรื่องที่สาม ตัวกรองวันที่ควรเขียนรูปแบบ yyyy/mm/dd:yyyy/mm/dd ตามด้วยแท็ก [dp] เพื่อให้ผู้ค้นซ้ำใช้ช่วงวันที่เดียวกันได้ตรงกัน

สำหรับรีวิว Cochrane ด้านการแทรกแซง Cochrane Handbook ระบุว่าควรค้น CENTRAL, MEDLINE และ Embase (หากทีมเข้าถึง Embase ได้) และควรค้นทะเบียนการทดลองและคลังผลการวิจัยด้วย (Lefebvre et al., 2025) ซึ่งเป็นแนวทางที่นำไปปรับใช้กับรีวิวประเภทอื่นได้ ผู้ที่ต้องการดูตัวอย่างการใช้ฐานข้อมูลหลายแหล่งในประเทศไทย ควรอ่านเพิ่มเติมเรื่องการเข้าถึงฐานข้อมูลผ่านสถาบันในบทความ ThaiLIS TDC และ TNRR

บันทึกวันที่และรายละเอียดเพื่อให้คนอื่นค้นซ้ำได้

PRISMA 2020 ข้อ 6 กำหนดให้ระบุวันที่ที่ค้นหรือเข้าถึงแต่ละแหล่งครั้งสุดท้าย และข้อ 7 กำหนดให้นำเสนอกลยุทธ์ค้นหาฉบับเต็มของทุกฐานข้อมูล ทะเบียน และเว็บไซต์ รวมถึงตัวกรองและข้อจำกัดที่ใช้ (Page et al., 2021) ส่วนแนวทาง PRISMA-S เป็นส่วนขยายของ PRISMA สำหรับการรายงานการค้นหาโดยเฉพาะ เพราะการรายงานการค้นหามักไม่ครบถ้วนและแนวทางเดิมไม่ละเอียดพอ (Rethlefsen et al., 2021) ในทางปฏิบัติ ให้เปิดตาราง search log ตั้งแต่ครั้งแรกที่ค้น แล้วบันทึกต่อไปนี้ทุกครั้ง

ช่องข้อมูลตัวอย่างที่ควรบันทึกเหตุผลหรืออ้างอิง
แหล่ง/แพลตฟอร์มPubMed (NLM), Embase (Ovid หรือ Elsevier), CENTRAL, ThaiJOต้องระบุแพลตฟอร์ม เพราะไวยากรณ์ค้นหาต่างกัน
วันที่ค้นวัน เดือน ปี ของการค้นแต่ละครั้งPRISMA 2020 ข้อ 6
สตริงค้นหาคัดลอกจากหน้าค้นหาจริง ไม่พิมพ์ใหม่PRISMA 2020 ข้อ 7
ตัวกรองและข้อจำกัดภาษา ช่วงปี ประเภทการศึกษาต้องระบุเหตุผล
จำนวนระเบียนก่อนตัดซ้ำ และหลังตัดซ้ำตัวเลขเข้ากล่องแรกของ flow diagram
ไฟล์ส่งออกชื่อไฟล์และรูปแบบ เช่น RIS หรือ NBIBเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ตรวจสอบ

การตัดระเบียนซ้ำควรทำด้วยวิธีที่บันทึกขั้นตอนไว้ได้ Bramer และคณะ (2016) อธิบายวิธีตัดระเบียนซ้ำจากผลค้นหลายฐานข้อมูลในโปรแกรม EndNote ที่ทำซ้ำได้ ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมใด ให้บันทึกจำนวนก่อนและหลังตัดซ้ำเสมอ และไม่ตัดซ้ำด้วยการจำชื่อบทความด้วยสายตา

ข้อควรระวังอีกข้อคือเวลา แนวทางกรอกข้อมูลของทะเบียน PROSPERO ระบุว่าการค้นซ้ำก่อนการวิเคราะห์ขั้นสุดท้ายถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Centre for Reviews and Dissemination, n.d.) ดังนั้นควรวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะค้นซ้ำเมื่อใด และบันทึกวันที่ค้นครั้งใหม่แยกต่างหากจากครั้งแรก เพื่อให้ flow diagram ฉบับปรับปรุงแสดงจำนวนได้ถูกต้อง ผู้ที่วางแผนลงทะเบียนโปรโตคอลควรเตรียมกลยุทธ์ค้นหาให้เสร็จก่อนยื่นลงทะเบียน

บริบทของนักวิจัยไทย: ฐานข้อมูลไทย ภาษา และการตรวจวิทยานิพนธ์

นักศึกษาไทยจำนวนมากทำ Systematic Review ในหัวข้อที่มีงานวิจัยภาษาไทยอยู่ด้วย หากต้องการรวมวารสารไทย ให้ถือว่าฐานข้อมูลไทย เช่น ThaiJO และฐานข้อมูลของ TCI เป็นแหล่งสืบค้นอีกแหล่งหนึ่ง และบันทึกวันที่ สตริงค้น และจำนวนระเบียนเช่นเดียวกับ PubMed ส่วนกล่องในแผนภาพก็ต้องแยกแสดงแหล่งเหล่านี้ ไม่ควรรวมเป็น “ฐานข้อมูลอื่น ๆ” โดยไม่แจกแจง เพราะผู้อ่านจะตรวจย้อนไม่ได้

หากตัดสินใจจำกัดภาษา เช่น รวมเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาไทย ให้เขียนเหตุผลไว้ในส่วนวิธีการ และให้สอดคล้องกับตัวกรองในสตริงค้นหาจริง ความไม่สอดคล้องระหว่างเกณฑ์คัดเลือกที่เขียนกับตัวกรองที่ใช้เป็นสิ่งที่กรรมการสอบตรวจเจอได้ง่ายที่สุด เพราะเปรียบเทียบได้ในไม่กี่นาที นอกจากนี้ควรให้ที่ปรึกษาหรือบรรณารักษ์ของสถาบันตรวจสตริงค้นหาก่อนค้นจริง เพราะข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ในสตริงทำให้ตกหล่นงานที่ควรรวมเข้าได้โดยไม่รู้ตัว

สำหรับงานที่ต้องการตีพิมพ์ต่อ ควรเตรียม flow diagram และรายการตรวจสอบ PRISMA 2020 ที่กรอกเลขหน้าแล้วไว้ตั้งแต่ขั้นวิทยานิพนธ์ เพื่อประหยัดเวลาเมื่อแปลงเป็นบทความ ดูแนวทางการตัดย่อได้ใน แปลงวิทยานิพนธ์เป็นบทความวารสาร และหากกำลังเลือกแนวทางรายงานให้ตรงกับงาน ดูตัวอย่างรายการตรวจสอบของงานสังเกตการณ์ใน STROBE Checklist

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนส่ง flow diagram

  • ตัวเลขไม่ลงตัว ผลรวมของเหตุผลที่คัดออกไม่เท่ากับจำนวนที่คัดออก หรือจำนวนที่รวมเข้าในแผนภาพไม่ตรงกับตารางลักษณะการศึกษา แก้โดยตรวจสมการด้วยโค้ดดังตัวอย่างข้างต้น
  • สับสนระหว่างระเบียน รายงาน และการศึกษา ใช้คำว่า “บทความ” ปนกันทั้งสามระดับ ทำให้อ่านไม่ออกว่านับอะไร
  • รายงานสตริงค้นหาเฉพาะ PubMed ทั้งที่ค้นหลายฐานข้อมูล ข้อ 7 ของ PRISMA 2020 ต้องการสตริงของทุกแหล่ง
  • ไม่มีวันที่ค้น หรือมีเพียงปีเดียว ทำให้ผู้อ่านไม่ทราบว่างานที่ตีพิมพ์หลังจากนั้นถูกพลาดไปหรือไม่
  • ไม่ระบุเหตุผลการคัดออกที่ขั้นอ่านฉบับเต็ม ข้อ 16b ต้องการเหตุผล และควรกำหนดลำดับความสำคัญของเหตุผลล่วงหน้าเพื่อให้แต่ละรายงานนับเพียงเหตุผลเดียว
  • เปลี่ยนเกณฑ์คัดเลือกกลางทางโดยไม่บันทึก หากมีการเปลี่ยน ให้บันทึกและอธิบายตามข้อ 24c ของ PRISMA 2020

สรุป

PRISMA flow diagram ที่ดีคือแผนภาพที่ตัวเลขทุกกล่องย้อนกลับไปหา search log ได้ และสมการระหว่างกล่องลงตัวทุกขั้น ก่อนส่งงาน ให้ตรวจรายการต่อไปนี้

  • เลือกแม่แบบ PRISMA 2020 ให้ตรงกับประเภทรีวิว (ใหม่หรือปรับปรุง และมีแหล่งอื่นหรือไม่)
  • แยกหน่วยนับ ระเบียน รายงาน และการศึกษา ให้ชัดเจนในทุกกล่อง
  • ตรวจสมการทุกขั้นด้วยโค้ดหรือสเปรดชีต ไม่ตรวจด้วยสายตา
  • ระบุเหตุผลการคัดออกที่ขั้นอ่านฉบับเต็ม และผลรวมต้องเท่ากับจำนวนที่คัดออก
  • บันทึกวันที่ค้น สตริงฉบับเต็ม ตัวกรอง และจำนวนระเบียนของทุกแหล่งใน search log
  • ผสมคำ MeSH กับคำค้นอิสระ และตรวจสตริงกับบรรณารักษ์หรือที่ปรึกษา
  • วางแผนค้นซ้ำก่อนวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย และอัปเดตแผนภาพทุกครั้งที่ค้นใหม่
  • เก็บไฟล์ส่งออกและสคริปต์ที่ใช้นับไว้เพื่อให้ตรวจย้อนได้

หากต้องการตรวจสตริงค้นหา ตรวจสมการใน flow diagram หรือสอบถามเรื่องการทำ Systematic Review ทั้งฉบับ ดูบริการ ทบทวนวรรณกรรม Systematic Review และ Meta-analysis ของเรา และสามารถใช้แบบฟอร์มที่ /tittot-rao/ หรืออีเมล [email protected] เพื่อสอบถาม ขอรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสอบถามส่วนลดพิเศษสำหรับนักศึกษาและนักวิจัยที่ไม่มีทุนสนับสนุน บริการของเราดำเนินการตามแนวทาง ICMJE, COPE และ GPP3 โดยระบุการสนับสนุนด้านการเขียนและการแก้ไขในกิตติกรรมประกาศ

เอกสารอ้างอิง

  1. Page, M. J., McKenzie, J. E., Bossuyt, P. M., Boutron, I., Hoffmann, T. C., Mulrow, C. D., et al. (2021). The PRISMA 2020 statement: an updated guideline for reporting systematic reviews. BMJ, 372, n71. doi:10.1136/bmj.n71 PMID: 33782057
  2. Page, M. J., Moher, D., Bossuyt, P. M., Boutron, I., Hoffmann, T. C., Mulrow, C. D., et al. (2021). PRISMA 2020 explanation and elaboration: updated guidance and exemplars for reporting systematic reviews. BMJ, 372, n160. doi:10.1136/bmj.n160 PMID: 33781993
  3. Rethlefsen, M. L., Kirtley, S., Waffenschmidt, S., Ayala, A. P., Moher, D., Page, M. J., et al. (2021). PRISMA-S: an extension to the PRISMA statement for reporting literature searches in systematic reviews. Systematic Reviews, 10(1), 39. doi:10.1186/s13643-020-01542-z PMID: 33499930
  4. Haddaway, N. R., Page, M. J., Pritchard, C. C., & McGuinness, L. A. (2022). PRISMA2020: An R package and Shiny app for producing PRISMA 2020-compliant flow diagrams, with interactivity for optimised digital transparency and Open Synthesis. Campbell Systematic Reviews, 18(2), e1230. doi:10.1002/cl2.1230
  5. Bramer, W. M., Giustini, D., de Jonge, G. B., Holland, L., & Bekhuis, T. (2016). De-duplication of database search results for systematic reviews in EndNote. Journal of the Medical Library Association, 104(3), 240-243. doi:10.3163/1536-5050.104.3.014
  6. Lefebvre, C., Glanville, J., Briscoe, S., et al. (2025). Chapter 4: Searching for and selecting studies. In J. P. T. Higgins, J. Thomas, J. Chandler, et al. (Eds.), Cochrane Handbook for Systematic Reviews of Interventions (version 6.5.1). Cochrane. https://www.cochrane.org/authors/handbooks-and-manuals/handbook/current/chapter-04
  7. National Library of Medicine. (n.d.). PubMed user guide: Help. National Center for Biotechnology Information. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/help/
  8. PRISMA. (2021). PRISMA 2020 flow diagram. https://www.prisma-statement.org/prisma-2020-flow-diagram
  9. Centre for Reviews and Dissemination, University of York. (n.d.). PROSPERO: International prospective register of systematic reviews (help text for the search strategy field). https://www.crd.york.ac.uk/prospero/

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *