เกณฑ์ ผศ. รศ. ศ. ตามประกาศ ก.พ.อ. ล่าสุด (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568)
เกณฑ์ ผศ. รศ. และ ศ. ที่ใช้อยู่ในปี 2569 คือประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขล่าสุดโดยประกาศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ที่มีผลตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2568 ฉบับใหม่นี้ผูกวารสารระดับชาติกับกลุ่ม TCI ชะลอการขอ รศ. และ ศ. ด้วยวิธีที่ 3 และให้ช่วงผ่อนผันหนึ่งปีที่กำลังจะสิ้นสุด
ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับไหนใช้อยู่ตอนนี้
หลักเกณฑ์กลางของการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการคือ ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564 ลงนามเมื่อ 27 ธันวาคม 2564 ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 7 มกราคม 2565 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ [1] ประกาศนี้เป็นมาตรฐานกลางที่สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางออกข้อบังคับของตนเอง สภาสถาบันจึงกำหนดเกณฑ์ให้เหมาะกับพันธกิจของตนได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าที่ ก.พ.อ. กำหนด
ฉบับแก้ไขที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังเตรียมผลงานคือ ประกาศ ก.พ.อ. (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ลงนามเมื่อ 29 ตุลาคม 2568 และลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2568 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ [2] สาระหลักที่กระทบผู้ขอตำแหน่งมีดังนี้
- ข้อ 2 บทความที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับชาติต้องอยู่ในฐานข้อมูล TCI โดย ผศ. ใช้ TCI กลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2 ส่วน รศ. ต้องเป็น TCI กลุ่ม 1 และสำหรับสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผศ. และ รศ. ใช้กลุ่ม 1 หรือ 2 ได้ แต่ ศ. ต้องเป็นกลุ่ม 1
- ข้อ 2 และข้อ 6 สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ที่เสนอรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์หรือผลงานกลุ่มอื่นที่มิใช่งานวิจัย ผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และใช้สัดส่วนเดียวกันกับการขอตำแหน่งด้วยผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม ผลงานการสอน และผลงานนวัตกรรม
- ข้อ 4 ชะลอการขอ รศ. และ ศ. โดยวิธีที่ 3 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น
- ข้อ 5 ผู้ขอ ศ. ต้องมีชั่วโมงสอนประจำวิชาในหลักสูตรที่เทียบค่าได้ไม่น้อยกว่าสามหน่วยกิตระบบทวิภาค
- ข้อ 11 ผลงานในวารสารระดับชาติที่เผยแพร่แล้วก่อนประกาศนี้มีผล ยังใช้เกณฑ์ พ.ศ. 2564 ได้โดยอนุโลมภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศใช้บังคับ
ภาพที่ 2 แสดงว่าเกณฑ์วารสารระดับชาติเปลี่ยนไปมาหลายรอบ ประกาศ ก.พ.อ. (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเกณฑ์ชุดก่อน เคยยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องเผยแพร่ในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI ของประกาศ พ.ศ. 2560 และ พ.ศ. 2563 และให้ใช้นิยามวารสารระดับชาติที่ต้องตีพิมพ์ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี และมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจากหลากหลายสถาบันอย่างน้อย 3 คนแทน [3] ก่อนหน้านั้น ก.พ.อ. ยังเคยมีประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ พ.ศ. 2562 ซึ่งปรับปรุงรายชื่อฐานข้อมูลและใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 [4] จึงควรตรวจตัวบทฉบับล่าสุดทุกครั้งก่อนวางแผนตีพิมพ์

เกณฑ์ ผศ.: คุณสมบัติ ผลการสอน และผลงานขั้นต่ำ
เกณฑ์ ผศ. ตามข้อ 5.1 ของประกาศ พ.ศ. 2564 มีสี่องค์ประกอบ ได้แก่ คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ผลการสอน ผลงานทางวิชาการ และจริยธรรมทางวิชาการ [1] ด้านคุณสมบัติ ผู้ขอต้องเป็นอาจารย์และสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปีถ้าจบปริญญาตรี สี่ปีถ้าจบปริญญาโท หรือหนึ่งปีถ้าจบปริญญาเอกและพ้นระยะทดลองการปฏิบัติงานแล้ว ผู้ที่เคยเป็นอาจารย์พิเศษหรือปฏิบัติงานวิชาชีพในสาขาที่ขอ อาจนำเวลานั้นมานับได้สามในสี่ส่วน
ด้านผลการสอน ผู้ขอต้องมีชั่วโมงสอนประจำวิชาในหลักสูตรที่เทียบได้ไม่น้อยกว่าสามหน่วยกิตระบบทวิภาค มีความชำนาญในการสอน และเสนอเอกสารประกอบการประเมินผลการสอนที่อ้างอิงแหล่งที่มาและใช้สอนมาแล้ว
ด้านผลงาน ข้อ 5.1.4 กำหนดผลงานคุณภาพระดับ B อย่างน้อยหนึ่งในสามชุด คือ (1) งานวิจัย 2 เรื่อง (2) งานวิจัย 1 เรื่องกับผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น 1 รายการ หรือ (3) งานวิจัย 1 เรื่องกับตำราหรือหนังสือ 1 เล่ม และในงานวิจัยเหล่านั้น ผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรก (first author) หรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ (corresponding author) อย่างน้อย 1 เรื่อง [1] สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์อาจใช้ผลงานลักษณะอื่นระดับ B หรือบทความวิชาการระดับ A แทนงานวิจัยในชุดที่ (2)–(3) ได้
ข้อห้ามที่ทำให้ผลงานตกบ่อยที่สุดคือ งานวิจัยที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญาใช้ไม่ได้ เว้นแต่ผู้ขอแสดงหลักฐานว่าได้วิจัยเพิ่มเติมจนก้าวหน้าชัดเจน และจะพิจารณาเฉพาะส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ผลงานทุกประเภทต้องแสดงหลักฐานว่าผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบัน
ระดับคุณภาพในเอกสารแนบท้ายมีความหมายเฉพาะ ระดับ B คืองานวิจัยที่กระบวนการวิจัยทุกขั้นตอนถูกต้องเหมาะสมและแสดงความก้าวหน้าทางวิชาการหรือนำไปใช้ประโยชน์ได้ ระดับ A ต้องเพิ่มการเสนอความรู้ใหม่ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม และเป็นที่ยอมรับหรือได้รับการอ้างอิงในฐานข้อมูลระดับชาติหรือนานาชาติ หรือนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลาย ส่วนระดับ A+ ต้องเป็นที่ยอมรับอย่างโดดเด่น และได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวางในฐานข้อมูลระดับแนวหน้านานาชาติ หรือนำไปใช้ประโยชน์ได้แพร่หลายเป็นอย่างมาก [1]
เกณฑ์ รศ. และ ศ.: วิธีที่ 1 วิธีที่ 2 และวิธีที่ 3 ที่ถูกชะลอ
ผู้ขอ รศ. ต้องดำรงตำแหน่ง ผศ. มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี และต้องมีความชำนาญพิเศษในการสอน ข้อ 5.2.3 เปิดให้เลือกผลงานได้สามวิธี [1] วิธีที่ 1 ใช้ผลงานระดับ B คือ งานวิจัย 2 เรื่อง (หรืองานวิจัย 1 เรื่องกับผลงานลักษณะอื่น 1 รายการ) และต้องมีตำราหรือหนังสือ 1 เล่ม วิธีที่ 2 ไม่ต้องมีตำรา แต่ต้องมีงานวิจัยอย่างน้อย 3 เรื่องที่เป็นระดับ A อย่างน้อย 2 เรื่องและระดับ B อย่างน้อย 1 เรื่อง
ผู้ขอ ศ. ต้องดำรงตำแหน่ง รศ. มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี วิธีที่ 1 ใช้ผลงานระดับ A คืองานวิจัยอย่างน้อย 5 เรื่องในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติ พร้อมตำราหรือหนังสือ 1 เล่ม วิธีที่ 2 ใช้งานวิจัยอย่างน้อย 5 เรื่องที่เป็นระดับ A+ อย่างน้อย 2 เรื่องและระดับ A อย่างน้อย 3 เรื่อง หรืองานวิจัยระดับ A อย่างน้อย 10 เรื่อง [1] สาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มีเส้นทางเฉพาะที่ใช้วารสารระดับชาติและตำราได้ เช่น วิธีที่ 1 ใช้งานวิจัยระดับ A อย่างน้อย 2 เรื่องกับตำราหรือหนังสืออย่างน้อย 2 เล่ม

สำหรับทั้ง รศ. และ ศ. ผลงานทุกประเภทต้องเป็นผลงานหลังได้รับตำแหน่งปัจจุบัน หากใช้ผลงานก่อนหน้านั้น ผลงานต้องเผยแพร่ไม่เกินห้าปีก่อนวันได้รับตำแหน่ง ใช้ได้ไม่เกินหนึ่งในสามของผลงานที่เสนอ และต้องมีผลงานใหม่ที่ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 2 เรื่อง [1] ตัวอย่างเช่น ผู้ขอ รศ. วิธีที่ 2 ที่เสนอ 3 เรื่อง ใช้ผลงานสมัยยังไม่เป็น ผศ. ได้มากที่สุด 1 เรื่อง
วิธีที่ 3 ในประกาศ พ.ศ. 2564 เป็นเส้นทางสำหรับนักวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ และสาขาอื่นตามที่ ก.พ.อ. กำหนด ที่มีผลงานจำนวนมาก โดยใช้ตัวชี้วัดจาก Scopus (สาขาบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์มีเกณฑ์ตัวเลขแยกต่างหาก) เช่น สำหรับ รศ. ต้องมีงานวิจัยอย่างน้อย 10 เรื่องในวารสาร Quartile 1–2 ของ Scopus ที่เผยแพร่หลังได้รับแต่งตั้งเป็น ผศ. ได้รับการอ้างอิงตลอดชีพอย่างน้อย 500 ครั้งโดยไม่นับการอ้างอิงตนเอง life-time h-index ไม่น้อยกว่า 8 และเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยที่ได้ทุนภายนอกอย่างน้อย 5 โครงการ [1] (h-index คือจำนวน h ที่มากที่สุดซึ่งมีบทความ h เรื่องได้รับการอ้างอิงอย่างน้อย h ครั้ง [5]) อย่างไรก็ดี ฉบับที่ 3 ข้อ 4 ได้ชะลอวิธีที่ 3 ทั้งของ รศ. และ ศ. ไว้ก่อน และข้อ 10 ให้ผู้ที่เตรียมยื่นด้วยวิธีนี้ไว้แล้วยื่นได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่ประกาศใช้บังคับ [2] เมื่อนับจาก 27 พฤศจิกายน 2568 ช่วงนี้สิ้นสุดราวปลายกุมภาพันธ์ 2569 ณ วันนี้ผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นจึงต้องวางแผนด้วยวิธีที่ 1 หรือ 2
ตารางที่ 1: เกณฑ์ ผศ. รศ. ศ. สายทั่วไป เรียบเรียงจากตัวบทประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 ข้อ 5 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568
| หัวข้อ | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) | รองศาสตราจารย์ (รศ.) | ศาสตราจารย์ (ศ.) |
|---|---|---|---|
| คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง | เป็นอาจารย์และสอนมาแล้ว: ป.ตรี ≥ 6 ปี, ป.โท ≥ 4 ปี, ป.เอก ≥ 1 ปี และพ้นทดลองงาน | ดำรงตำแหน่ง ผศ. ≥ 2 ปี | ดำรงตำแหน่ง รศ. ≥ 2 ปี |
| ผลการสอน | ชั่วโมงสอนวิชาในหลักสูตร ≥ 3 หน่วยกิตระบบทวิภาค มีความชำนาญในการสอน และเอกสารประเมินผลการสอน | เหมือน ผศ. แต่ต้องมีความชำนาญพิเศษในการสอน | ชั่วโมงสอนวิชาในหลักสูตร ≥ 3 หน่วยกิตระบบทวิภาค (แก้ไขโดยฉบับที่ 3) |
| ผลงานขั้นต่ำ (สายทั่วไป) | คุณภาพ B: วิจัย 2 เรื่อง หรือ วิจัย 1 + ผลงานลักษณะอื่น 1 หรือ วิจัย 1 + ตำรา/หนังสือ 1 | วิธีที่ 1 (B): วิจัย 2 (หรือวิจัย 1 + ผลงานลักษณะอื่น 1) และตำรา/หนังสือ 1 วิธีที่ 2: วิจัย ≥ 3 (A ≥ 2, B ≥ 1) หรือ วิจัย A ≥ 2 + ผลงานลักษณะอื่น B ≥ 1 | วิธีที่ 1 (A): วิจัย ≥ 5 ในฐานข้อมูลนานาชาติ (หรือวิจัย ≥ 1 + ผลงานลักษณะอื่นระดับนานาชาติ รวม ≥ 5) และตำรา/หนังสือ ≥ 1 วิธีที่ 2: วิจัย ≥ 5 (A+ ≥ 2, A ≥ 3) หรือ วิจัยระดับ A ≥ 10 |
| ผู้ประพันธ์หลัก (first/corresponding) | ≥ 1 เรื่อง | วิธีที่ 1: ≥ 1 เรื่อง และตำรา first author วิธีที่ 2: ≥ 2 เรื่องระดับ A | วิธีที่ 1: ≥ 2 เรื่อง และตำรา first author วิธีที่ 2: A+ ≥ 2 และ A ≥ 1 หรือ ≥ 6 เรื่องในกรณีวิจัย A 10 เรื่อง |
| แหล่งเผยแพร่งานวิจัย | ตามรูปแบบที่ ก.พ.อ. กำหนดในเอกสารแนบท้าย (เช่น วารสาร หนังสือรวมบทความ proceedings ที่เข้าเกณฑ์ รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์) | วารสารวิชาการระดับนานาชาติหรือระดับชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด | วารสารในฐานข้อมูลระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด (สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มีเส้นทางที่ใช้วารสารระดับชาติได้) |
| ถ้าเป็นวารสารระดับชาติ (ฉบับที่ 3) | TCI กลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2 | TCI กลุ่ม 1 (สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์: กลุ่ม 1 หรือ 2) | สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์: TCI กลุ่ม 1 |
| วิธีที่ 3 (ตัวชี้วัด Scopus) | ไม่มี | ชะลอไว้จนกว่าจะมีประกาศใหม่ | ชะลอไว้จนกว่าจะมีประกาศใหม่ |
ที่มา: ประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 ข้อ 5.1–5.3 [1] และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ข้อ 2, 4, 5 [2] ตารางนี้ย่อเฉพาะเส้นทางหลักของสายทั่วไป สภาสถาบันอุดมศึกษาอาจกำหนดเกณฑ์สูงกว่านี้ได้ ให้ยึดข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตนเองเป็นหลัก
ต้องตีพิมพ์ที่ไหน: วารสารระดับชาติ นานาชาติ และกลุ่ม TCI
เอกสารแนบท้ายประกาศ พ.ศ. 2564 กำหนดรูปแบบการเผยแพร่งานวิจัยไว้ห้าแบบ ได้แก่ บทความในวารสารวิชาการ หนังสือรวมบทความวิจัยที่มีบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ บทความฉบับเต็มใน proceedings ของการประชุมที่จัดโดยสมาคมวิชาการหรือวิชาชีพ (ไม่รวมการประชุมของสถาบันอุดมศึกษา) ซึ่งจัดต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ และหนังสือ (monograph) [1] ทั้งนี้ ผศ. อาจใช้รูปแบบเหล่านี้ได้ แต่ รศ. ตามวิธีที่ 1–2 กำหนดให้งานวิจัยต้องเผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติหรือระดับชาติ รายละเอียดเรื่อง proceedings อ่านต่อได้ที่ Scopus Conference Proceedings กับวารสาร: อะไรนับสำหรับการเลื่อนตำแหน่งวิชาการไทย
วารสารระดับนานาชาติ ตามนิยามของ ก.พ.อ. คือวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล ERIC, MathSciNet, PubMed, Scopus, Web of Science (เฉพาะ SCIE, SSCI และ AHCI), JSTOR และ Project Muse [1] วารสารต่างประเทศที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลเหล่านี้จึงไม่นับเป็นระดับนานาชาติ และควรตรวจว่าไม่ใช่วารสารนักล่า ซึ่งอาจอ้างการเป็นสมาชิกฐานข้อมูลเกินจริง
วารสารระดับชาติ ตามเอกสารแนบท้ายต้องตีพิมพ์ต่อเนื่องสม่ำเสมออย่างน้อย 3 ปี และมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจากหลากหลายสถาบันตรวจบทความอย่างน้อย 3 คน [1] และตั้งแต่ฉบับที่ 3 มีผล ต้องอยู่ในฐานข้อมูล TCI ตามกลุ่มที่กำหนดสำหรับแต่ละตำแหน่งด้วย [2] เงื่อนไขนี้ทำให้กลุ่มของวารสารในระบบ TCI ณ ช่วงเวลาที่บทความได้รับการเผยแพร่ กลายเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจก่อนส่งบทความ ไม่ใช่หลังได้รับการตอบรับ ความต่างระหว่างฐานข้อมูลอ่านเพิ่มได้ที่ TCI vs Scopus vs ISI
ตัวอย่างคำนวณ: ตรวจชุดผลงานก่อนยื่น ผศ.
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติ เพื่อแสดงวิธีอ่านตัวบทเป็นขั้นตอน อ.ดร. ก. สังกัดคณะสาธารณสุขศาสตร์ จบปริญญาเอก บรรจุเป็นอาจารย์ 1 กรกฎาคม 2567 สอนวิชาในหลักสูตร 3 หน่วยกิตทุกภาค และวางแผนเสนอขอ ผศ. ในเดือนธันวาคม 2569 มีผลงาน 4 ชิ้นดังตารางที่ 2
ตารางที่ 2: ตัวอย่างการคัดกรองผลงานของ อ.ดร. ก. ก่อนยื่นขอ ผศ. (กรณีสมมติ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ)
| ผลงาน | ข้อเท็จจริง (กรณีสมมติ) | ตรวจตามตัวบท | ผล |
|---|---|---|---|
| ก | งานวิจัย ผู้ประพันธ์อันดับแรก วารสารระดับชาติที่ไม่อยู่ใน TCI (ตีพิมพ์ต่อเนื่อง 6 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก 3 คน) เผยแพร่ตุลาคม 2568 | เผยแพร่ก่อนฉบับที่ 3 มีผล (27 พ.ย. 2568) จึงใช้เกณฑ์ พ.ศ. 2564 ได้โดยอนุโลมภายในหนึ่งปี (ข้อ 11) | ใช้ได้ถ้ายื่นภายในราว 26 พ.ย. 2569 |
| ข | งานวิจัย ผู้ประพันธ์ลำดับที่ 2 ไม่ใช่ corresponding author วารสาร TCI กลุ่ม 2 เผยแพร่มีนาคม 2569 | ผศ. ใช้ TCI กลุ่ม 1 หรือ 2 ได้ (ข้อ 2 ฉบับที่ 3) | นับเป็นงานวิจัยได้ แต่ไม่ช่วยเงื่อนไขผู้ประพันธ์หลัก |
| ค | งานวิจัย ผู้ประพันธ์ลำดับที่ 4 วารสารในฐานข้อมูล Scopus | Scopus อยู่ในรายชื่อฐานข้อมูลนานาชาติของ ก.พ.อ. | นับเป็นงานวิจัยได้ แต่ไม่ช่วยเงื่อนไขผู้ประพันธ์หลัก |
| ง | บทความจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ไม่มีการวิจัยต่อยอด | ห้ามใช้ผลงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เว้นแต่ขยายผลจนก้าวหน้าชัดเจน (ข้อ 5.1.4) | ใช้ไม่ได้ |
หลักฐานตามประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 [1] และฉบับที่ 3 [2] ระดับคุณภาพ B ตัดสินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ การผ่านขั้นคัดกรองนี้จึงเป็นเพียงเงื่อนไขขั้นต่ำ ไม่ใช่การรับประกันผล
กฎตัดสินใจ 4 ขั้นสำหรับ อ.ดร. ก.
- คุณสมบัติ: จบปริญญาเอก บรรจุเป็นอาจารย์ 1 ก.ค. 2567 สอนครบ 1 ปีเมื่อ 1 ก.ค. 2568 และพ้นทดลองงานแล้ว จึงผ่าน
- ปริมาณ: ต้องมีงานวิจัย 2 เรื่อง ผลงาน ก ข ค ผ่านเงื่อนไขแหล่งเผยแพร่ จึงมีให้เลือก 3 เรื่อง (ง ตัดออก)
- ผู้ประพันธ์หลัก: ต้องมีอย่างน้อย 1 เรื่องที่เป็น first หรือ corresponding author มีเพียงผลงาน ก ซึ่งพึ่งช่วงผ่อนผัน
- เส้นตาย: ฉบับที่ 3 มีผล 27 พ.ย. 2568 บวกหนึ่งปี เท่ากับต้องเสนอขอภายในราว 26 พ.ย. 2569 ถ้าพ้นวันนั้น ชุดผลงานจะขาดผู้ประพันธ์หลักทันที ต้องมีงานวิจัยใหม่ที่เป็น first หรือ corresponding author ในวารสาร TCI กลุ่ม 1/2 หรือฐานข้อมูลนานาชาติแทน
ข้อสรุปของกรณีนี้คือ อ.ดร. ก. มีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือเร่งเสนอขอก่อนสิ้นช่วงผ่อนผัน แล้วใช้ผลงาน ก คู่กับ ข หรือ ค ทางที่สองคือคงแผนเดือนธันวาคม แต่ต้องมีงานวิจัยใหม่ที่ตนเป็นผู้ประพันธ์หลักในวารสารที่ผ่านเกณฑ์ วันสิ้นสุดที่คำนวณไว้นับจากวันใช้บังคับตามตัวบท ส่วนการนับว่า “เสนอขอ” แล้วเมื่อใด ให้ยืนยันกับหน่วยบริหารงานบุคคลของสถาบัน
บริบทไทยและตัวอย่างจริง: หน่วยงานปรับตัวตามเกณฑ์อย่างไร
เกณฑ์ ก.พ.อ. ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ขอตำแหน่ง แต่กระทบวารสารไทยโดยตรง ตัวอย่างที่ตรวจสอบได้คือวารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งประกาศว่าเพื่อให้สอดรับกับประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 จะใช้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก 3 ท่านด้วยการประเมินแบบ double-blind โดยเริ่มกับบทความที่ส่งตั้งแต่ 21 มกราคม 2565 [6]
ด้านกระบวนการ ฉบับที่ 3 ข้อ 7 กำหนดว่าเมื่อสภาสถาบันมีมติอนุมัติ ต้องแจ้ง ก.พ.อ. ภายในสามสิบวัน และ ก.พ.อ. จะพิจารณาภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่ได้รับเรื่องพร้อมเอกสารครบถ้วน หากไม่มีข้อทักท้วงหรือพ้นกำหนดเวลา อธิการบดีจึงออกคำสั่งแต่งตั้งได้ และคำสั่งต้องระบุสาขาวิชาที่แสดงความเชี่ยวชาญของผู้ขอ [2]
ด้านจริยธรรม ข้อ 8 ของฉบับที่ 3 ให้สภาสถาบันงดการพิจารณาและห้ามเสนอขอตำแหน่งไม่น้อยกว่าห้าปีแต่ไม่เกินสิบปี หากพบว่าผู้ขอระบุการมีส่วนร่วมในผลงานไม่ตรงความจริงหรือผิดจริยธรรมทางวิชาการ และถ้าตรวจพบหลังได้รับแต่งตั้งแล้ว ให้ถอดถอนตำแหน่ง ผศ. และ รศ. ได้ [2] การกรอกแบบแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมจึงไม่ใช่งานเอกสารธรรมดา ควรตกลงสัดส่วนกับผู้ร่วมวิจัยตั้งแต่เริ่มเขียนบทความ
ตัวเลขไม่ใช่ทั้งหมด: หลักฐานจากงานวิจัยเรื่องการประเมินนักวิจัย
เกณฑ์ของไทยผสมทั้งเกณฑ์เชิงปริมาณ (จำนวนเรื่อง ฐานข้อมูล กลุ่ม TCI) และการตัดสินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (ระดับ B, A, A+) ซึ่งสอดคล้องกับข้อถกเถียงในวงวิชาการโลก Leiden Manifesto ซึ่งตีพิมพ์ใน Nature เสนอหลักข้อแรกว่า การประเมินเชิงปริมาณควรสนับสนุน ไม่ใช่แทนที่ การประเมินเชิงคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ [7] Moher และคณะจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญ 22 คนในปี 2560 และทบทวนเอกสารสำคัญ 22 ฉบับที่วิจารณ์ระบบแรงจูงใจในการประเมินนักวิจัย โดยตั้งต้นจากข้อสังเกตว่าผู้นำทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากขึ้นเห็นว่าระบบแรงจูงใจของอาจารย์ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับความต้องการของสังคม และไม่เชื่อมกับหลักฐานเรื่องคุณภาพของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ [8] การที่ ฉบับที่ 3 ชะลอวิธีที่ 3 ซึ่งอิงตัวชี้วัด Scopus ล้วน จึงควรอ่านว่าผู้ขอต้องพิสูจน์คุณภาพผ่านผู้ทรงคุณวุฒิมากขึ้น ไม่ใช่เพียงสะสมจำนวนบทความ
เรื่องผู้ประพันธ์หลักก็มีหลักฐานรองรับ Tscharntke และคณะชี้ว่าความหมายของลำดับชื่อผู้แต่งแตกต่างกันตามธรรมเนียมของแต่ละประเทศและสาขาวิชา และเสนอให้ระบุหลักการให้เครดิตอย่างชัดเจน เช่น การระบุสัดส่วนการมีส่วนร่วม [9] เกณฑ์ ก.พ.อ. ที่ให้แสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมและกำหนดจำนวนเรื่องที่ต้องเป็น first หรือ corresponding author จึงเป็นการแก้ความกำกวมนี้ในทางปฏิบัติ
สรุป
ใช้รายการต่อไปนี้ตรวจก่อนเสนอขอตำแหน่ง
- เปิดตัวบทประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 คู่กับข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตนเอง ซึ่งอาจเข้มกว่า
- ตรวจคุณสมบัติ: ระยะเวลาเป็นอาจารย์ตามวุฒิ (ผศ.) หรือดำรงตำแหน่งเดิมไม่น้อยกว่าสองปี (รศ. ศ.)
- ตรวจผลการสอน: วิชาในหลักสูตรไม่น้อยกว่าสามหน่วยกิตระบบทวิภาค และเอกสารประเมินการสอน
- นับผลงานตามวิธีที่เลือก (ภาพที่ 1) และนับจำนวนเรื่องที่เป็น first หรือ corresponding author แยกต่างหาก
- วารสารระดับนานาชาติต้องอยู่ในรายชื่อฐานข้อมูลของ ก.พ.อ. วารสารระดับชาติต้องเป็น TCI กลุ่ม 1/2 สำหรับ ผศ. และกลุ่ม 1 สำหรับ รศ. (ยกเว้นสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์)
- คัดผลงานจากวิทยานิพนธ์ที่ไม่มีการขยายผลออก
- ถ้าพึ่งผลงานวารสารระดับชาติที่เผยแพร่ก่อน 27 พ.ย. 2568 ให้เสนอขอภายในช่วงผ่อนผันหนึ่งปี (ราว 26 พ.ย. 2569) และยืนยันวันที่กับหน่วยงาน
- อย่าวางแผนด้วยวิธีที่ 3 จนกว่า ก.พ.อ. จะมีประกาศใหม่
- ตกลงและบันทึกสัดส่วนการมีส่วนร่วมกับผู้ร่วมวิจัยตั้งแต่เริ่มเขียน
สิ่งที่ผู้ขอตำแหน่งควบคุมได้คือคุณภาพของต้นฉบับและการเลือกวารสารที่ผ่านเกณฑ์ Editverse ช่วยตรวจความพร้อมของต้นฉบับ ภาษาอังกฤษวิชาการ การเลือกวารสาร และการตอบความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิ โดยบรรณาธิการที่ถือปริญญาเอกหรือแพทยศาสตรบัณฑิตในสาขาเดียวกับคุณ ผ่านบริการ สนับสนุนการตีพิมพ์ เราแก้ไขและยกระดับงานของคุณ เราไม่ได้ทำวิจัยแทนคุณ และไม่รับประกันการตอบรับหรือผลการพิจารณาตำแหน่ง ติดต่อได้ที่ [email protected]
คำถามที่พบบ่อย
ประกาศ ก.พ.อ. ฉบับใดใช้อยู่ตอนนี้
ประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขล่าสุดโดยประกาศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ที่มีผลตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2568
วารสารระดับชาติที่นับได้ต้องเป็น TCI กลุ่มใด
TCI กลุ่ม 1 หรือ 2 สำหรับ ผศ. และกลุ่ม 1 สำหรับ รศ. ยกเว้นสาขาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ใช้วิธีที่ 3 ขอ รศ. หรือ ศ. ได้หรือไม่
วิธีที่ 3 ถูกชะลอ จึงไม่ควรวางแผนด้วยวิธีนี้จนกว่า ก.พ.อ. จะมีประกาศใหม่
เอกสารอ้างอิง
- คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.). (2565). ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ. 2564 และเอกสารแนบท้าย. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 139 ตอนพิเศษ 4 ง (7 มกราคม 2565). https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17193313.pdf
- คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.). (2568). ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 142 ตอนพิเศษ 373 ง, หน้า 30–33 (26 พฤศจิกายน 2568). สำเนาฉบับราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ: personnel.rmutsb.ac.th (PDF)
- คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.). (2564). ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 138 ตอนพิเศษ 149 ง, หน้า 19–20 (5 กรกฎาคม 2564). สำเนาเผยแพร่โดยกองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์: https://hr.psu.ac.th/file/pdf/9.668.PDF
- คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.). (2562). ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ สำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 136 ตอนพิเศษ 151 ง (12 มิถุนายน 2562). https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17085888.pdf
- Hirsch, J. E. (2005). An index to quantify an individual’s scientific research output. Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America, 102(46), 16569–16572. doi:10.1073/pnas.0507655102 PMID: 16275915
- วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2565). ประกาศ เรื่อง การปรับหลักเกณฑ์พิจารณาบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก [ประกาศวารสาร, 4 เมษายน 2565]. https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/RMUTP/announcement/view/1877
- Hicks, D., Wouters, P., Waltman, L., de Rijcke, S., & Rafols, I. (2015). Bibliometrics: The Leiden Manifesto for research metrics. Nature, 520(7548), 429–431. doi:10.1038/520429a PMID: 25903611
- Moher, D., Naudet, F., Cristea, I. A., Miedema, F., Ioannidis, J. P. A., & Goodman, S. N. (2018). Assessing scientists for hiring, promotion, and tenure. PLoS Biology, 16(3), e2004089. doi:10.1371/journal.pbio.2004089 PMID: 29596415
- Tscharntke, T., Hochberg, M. E., Rand, T. A., Resh, V. H., & Krauss, J. (2007). Author sequence and credit for contributions in multiauthored publications. PLoS Biology, 5(1), e18. doi:10.1371/journal.pbio.0050018 PMID: 17227141
มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?
ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ





