ทุน FF (Fundamental Fund): ส่งมอบบทความให้ตรงเงื่อนไขทุน
ทุน FF หรือทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ผูกงบประมาณไว้กับผลผลิตที่ต้องส่งมอบ ดังนั้นแผนงานที่ดีต้องเริ่มจากถามว่าบทความระดับใดต้องส่งวารสารภายในวันไหน แล้วจึงย้อนกลับมาวางการเก็บข้อมูลและการเขียน
ทุน FF คืออะไร และเงินไหลมาถึงนักวิจัยอย่างไร
คู่มือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) อธิบายว่างบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund; FF) คืองบสำหรับแผนงานหรือโครงการด้านการวิจัยและนวัตกรรมตามภารกิจของหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้รับงบโดยตรงคือหน่วยรับงบประมาณ เช่น สถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่นักวิจัยรายบุคคล [1]
ผลในทางปฏิบัติคือ นักวิจัยไม่ได้ยื่นทุน FF ตรงกับ สกสว. แต่ยื่นผ่านมหาวิทยาลัยต้นสังกัด มหาวิทยาลัยออกประกาศหลักเกณฑ์ของตนเอง คัดข้อเสนอโครงการ แล้วจึงนำเข้าระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS) ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เปิดรับข้อเสนอสำหรับปีงบประมาณ 2571 ในระบบภายใน (PRPM) ระหว่างวันที่ 1–15 กรกฎาคม 2569 ก่อนส่งเฉพาะโครงการที่ผ่านการพิจารณาเข้า NRIIS [2] ประกาศเดียวกันยังระบุว่ามหาวิทยาลัยจะแจ้งอนุมัติงบหลังได้รับกรอบวงเงินจาก สกสว. ซึ่งคาดว่าราวเดือนกันยายน 2570 และแนะนำให้เริ่มดำเนินการวิจัยหลังได้รับอนุมัติแล้ว เพราะบางโครงการอาจไม่ได้รับงบ [2]
ความแตกต่างระหว่างสถาบันจึงเป็นเรื่องปกติ เกณฑ์ผลผลิต เพดานงบ และรูปแบบโครงการขึ้นกับประกาศของแต่ละมหาวิทยาลัยในแต่ละปี และอาจเปลี่ยนจากปีก่อน เช่น ประกาศปีงบประมาณ 2570 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ยังเปิดรับทั้งโครงการเดี่ยวและชุดโครงการ [3] แต่ประกาศปีงบประมาณ 2571 รับเฉพาะโครงการเดี่ยว [2] อีกข้อที่มักถูกมองข้ามคือภาระไม่ได้จบเมื่อปิดโครงการ คู่มือ สกสว. กำหนดให้รายงานการใช้ประโยชน์และผลลัพธ์ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี [1] หากต้องการเปรียบเทียบ FF กับแหล่งทุนอื่น อ่านเพิ่มได้ที่ NSTDA vs NRCT vs TRF: เลือกแหล่งทุนวิจัยไทยแบบไหน
ผลผลิตตามระดับงบประมาณ: ตัวอย่างจากประกาศจริง
หลักคิดที่เห็นได้ในประกาศหลายแห่งคือ ยิ่งขอเงินมาก ยิ่งต้องผูกพันผลงานตีพิมพ์ระดับสูงขึ้น ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปีงบประมาณ 2571 ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ประกาศนี้แบ่งเกณฑ์ตามสถานะหัวหน้าโครงการและช่วงงบประมาณ และใช้ CiteScore ของ Scopus เป็นตัวกำหนดระดับวารสาร [2]
ตารางที่ 1: เกณฑ์ผลผลิตของกลุ่มโครงการวิจัย ทุน FF ปีงบประมาณ 2571 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ [2]
| งบประมาณที่เสนอขอ (ต่อปี/โครงการ) | หัวหน้าโครงการเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ | หัวหน้าโครงการไม่ใช่นักวิจัยใหม่ |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 500,000 บาท | Scopus อย่างน้อย 1 บทความ | Scopus Top 50% (Q2 CiteScore) อย่างน้อย 1 บทความ |
| 500,001–700,000 บาท | Scopus Top 25% (Q1 CiteScore) อย่างน้อย 1 บทความ | Scopus Top 25% (Q1 CiteScore) อย่างน้อย 1 บทความ |
| 700,001–1,000,000 บาท | Scopus Top 10% (Tier 1 CiteScore) อย่างน้อย 1 บทความ | Scopus Top 10% (Tier 1 CiteScore) อย่างน้อย 1 บทความ |
| 1,400,000 บาท | เกินเพดาน 1,000,000 บาทของนักวิจัยรุ่นใหม่ | Top 10% อย่างน้อย 1 บทความ + Scopus อีก 1 บทความ |
| 1,700,000 บาท | เกินเพดาน | Top 10% อย่างน้อย 1 บทความ + Top 25% อีก 1 บทความ |
นักวิจัยรุ่นใหม่ในประกาศนี้คือผู้สำเร็จปริญญาเอกไม่เกิน 5 ปี ขอได้ไม่เกิน 1 โครงการและไม่เกิน 1,000,000 บาท ส่วนผู้ที่ไม่ใช่นักวิจัยใหม่ขอได้ไม่เกิน 2 โครงการ และถ้าขอตั้งแต่ 2,000,000 บาทต้องหารือผลผลิตกับคณะทำงานก่อน

ประกาศเดียวกันกำหนดคุณสมบัติที่ผูกกับผลผลิตด้วย หัวหน้าโครงการต้องเคยเป็นผู้แต่งลำดับแรกหรือผู้ประสานงานของบทความวิจัยใน Scopus อย่างน้อย 1 เรื่องในช่วง 3 ปีย้อนหลัง (ยกเว้นผู้จบการศึกษาไม่เกิน 3 ปี) และในผลงานที่ส่งมอบ หัวหน้าโครงการต้องเป็น First Author หรือ Corresponding Author เท่านั้น [2] ข้อนี้มีผลต่อการวางแผนผู้แต่งตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ตอนเตรียมส่งบทความ
มหาวิทยาลัยมหาสารคามใช้อีกตรรกะหนึ่ง คือกำหนดงบประมาณตามผลผลิตที่ผูกพัน สไลด์ปฐมนิเทศผู้รับทุน FF68 ระบุอัตราไว้สี่ระดับ ส่วนเอกสารร่างประกาศ FF69 ที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ ปรับอัตราของกลุ่ม Scopus ขึ้น และกำหนดว่าผู้รับทุนต้องมีผลงานตีพิมพ์อย่างน้อย 1 ผลงานเพื่อปิดทุน [4] [5]
ตารางที่ 2: การผูกผลผลิตกับงบประมาณของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เทียบสองปีงบประมาณ [4] [5]
| ผลผลิตที่ต้องส่งมอบ | งบประมาณ FF68 (สไลด์ปฐมนิเทศ) | งบประมาณ FF69 (ร่างประกาศ) |
|---|---|---|
| ผลงานตีพิมพ์ ISI (Web of Science) Quartile 1–2 | 300,000 บาท | 300,000 บาท |
| ผลงานตีพิมพ์ ISI Quartile 3–4 | 250,000 บาท | 250,000 บาท |
| ผลงานตีพิมพ์ Scopus Quartile 1–2 | 150,000 บาท | 200,000 บาท |
| ผลงานตีพิมพ์ Scopus Quartile 3–4 | 100,000 บาท | 150,000 บาท |
ตัวเลข FF69 มาจากเอกสารที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ในชื่อร่างประกาศ ผู้ยื่นจริงควรยึดประกาศฉบับลงนามและบันทึกข้อตกลงของโครงการตนเอง
ร่างประกาศ FF69 ยังระบุว่าโครงการอาจเป็นแบบ 1 ปี หรือหลายปี (2–3 ปี) แต่ต้องส่งมอบผลผลิตเพื่อปิดโครงการทุกปี และเปิดช่องให้เสนอสิ่งที่ส่งมอบเพิ่มเติม เช่น การพัฒนากำลังคน ต้นแบบเทคโนโลยีตั้งแต่ TRL 4 สิทธิบัตรที่ได้รับการจดทะเบียน หรือหนังสือจากงานวิจัย [5] บทเรียนจากสองตัวอย่างนี้คือ ห้ามถือว่าเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยหนึ่งใช้กับอีกแห่งได้ และห้ามสมมุติว่าเกณฑ์ปีนี้จะเหมือนปีที่แล้ว
เงื่อนไขทุน FF: งวดเงิน เอกสาร และวันปิดโครงการ
นอกจากระดับผลงาน เงื่อนไขที่กำหนดจังหวะการทำงานจริงคือกำหนดส่งเอกสารแต่ละงวด สไลด์ปฐมนิเทศ FF68 ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัด โครงการมีระยะ 12 เดือน (1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568) และแบ่งการเบิกจ่ายเป็นสามงวด [4]
- งวดที่ 1 (60%) – บันทึกข้อตกลงการให้ทุน และรายงานความก้าวหน้าพร้อมเบิกจ่ายในระบบ NRIIS ภายในเดือนธันวาคม
- งวดที่ 2 (30%) – ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ และต้นฉบับบทความพร้อมหลักฐานว่าส่งวารสารแล้ว ภายในเดือนเมษายน
- งวดที่ 3 (10%) – รายงานฉบับสมบูรณ์ และการอัปเดตสถานะของต้นฉบับ ภายในเดือนกันยายน
เอกสารเดียวกันระบุด้วยว่าผลงานตีพิมพ์ต้องปรากฏในฐานข้อมูลตามบันทึกข้อตกลงการให้ทุน จึงจะถือว่าปิดโครงการโดยสมบูรณ์ [4] แปลว่า “ส่งวารสารแล้ว” ทำให้ผ่านงวดที่ 2 ได้ แต่ยังไม่ใช่การปิดทุน

เมื่อวางเงื่อนไขเหล่านี้บนปฏิทินจะเห็นปัญหาทันที เดือนเมษายนคือเดือนที่ 7 ของโครงการ ต้นฉบับจึงต้องเสร็จพร้อมส่งภายในราว 7 เดือนนับจากวันเริ่ม ซึ่งรวมการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ เขียน และตรวจภาษาไว้ทั้งหมด หลังจากนั้นเวลาที่เหลือขึ้นอยู่กับวารสารเกือบทั้งหมด
วางแผนย้อนจากผลผลิต: ตัวอย่างการคำนวณทีละขั้น
ปัญหาหลักของการวางแผนแบบเดินหน้า (เริ่มเก็บข้อมูลแล้วค่อยคิดเรื่องวารสาร) คือเวลาของวารสารยาวและคาดเดายาก งานทบทวนอย่างเป็นระบบของ Andersen และคณะรวบรวม 69 การศึกษาเกี่ยวกับวารสารชีวการแพทย์ พบว่าค่ามัธยฐานของเวลาจากส่งต้นฉบับถึงตีพิมพ์แตกต่างกันตั้งแต่ 70 ถึง 558 วัน [6] งานของ Björk และ Solomon ซึ่งสุ่มบทความ 2,700 เรื่องจาก 135 วารสารใน Scopus พบว่าสาขาธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ใช้เวลาเฉลี่ยราว 18 เดือน มากกว่าสาขาเคมีซึ่งใช้ราว 9 เดือนถึงสองเท่า [7] และแม้แต่งานที่ได้รับทุนก็อาจตีพิมพ์ช้ากว่ารอบทุนมาก ในการทดลองทางคลินิกที่ได้ทุน NIH และเสร็จสิ้นแล้ว มีเพียงร้อยละ 46 ที่ตีพิมพ์ภายใน 30 เดือน และในกลุ่มที่ตีพิมพ์ ค่ามัธยฐานของเวลาถึงการตีพิมพ์คือ 23 เดือน [8]
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าวารสารเป้าหมายของคุณจะใช้เวลาเท่าไร แต่บอกว่าต้องประเมินค่านี้ก่อน แล้วใช้มันเป็นตัวตั้ง ขั้นตอนมีดังนี้
- อ่านประกาศและบันทึกข้อตกลง เพื่อหาระดับผลงานที่ผูกพัน (เช่น Scopus Top 25%) และนิยามของคำว่าส่งมอบ ว่าหมายถึงส่งวารสาร ตอบรับ หรือปรากฏในฐานข้อมูล
- ทำรายชื่อวารสารเป้าหมาย 3 ฉบับ ที่อยู่ในระดับที่กำหนดจริงในปีที่จะส่ง และบันทึกเวลาพิจารณาที่วารสารแสดงไว้หรือที่คำนวณได้จากวันที่รับและวันที่ตอบรับในบทความล่าสุดของวารสารนั้น
- กำหนด T คือเวลาที่คาดว่าจะใช้ตั้งแต่ส่งต้นฉบับจนบทความปรากฏในฐานข้อมูล ถ้าวางแผนเผื่อการถูกปฏิเสธหนึ่งครั้ง ให้บวกเวลาพิจารณาของวารสารแรกเข้าไปด้วย
- คำนวณวันส่งช้าสุด = วันสิ้นสุดโครงการ − T แล้วเทียบกับกำหนดส่งต้นฉบับของงวดเงิน เลือกวันที่เร็วกว่าเป็นเส้นตาย
- ถอยหลังต่อ จากเส้นตายนั้น เผื่อเวลาตรวจภาษาและจัดรูปแบบตามวารสาร (เช่น 3–4 สัปดาห์) เวลาเขียน และเวลาวิเคราะห์ จนได้วันที่การเก็บข้อมูลต้องเสร็จ
ตัวอย่างที่ทำงานได้จริง
ดร.ก. ไม่ใช่นักวิจัยใหม่ ยื่นภายใต้เกณฑ์แบบในตารางที่ 1 ด้วยงบ 650,000 บาท จึงต้องผูกพันบทความใน Scopus Top 25% (Q1 CiteScore) อย่างน้อย 1 เรื่อง โครงการเริ่ม 1 ต.ค. 2570 สิ้นสุด 30 ก.ย. 2571 วารสาร Q1 ที่เลือกใช้เวลาราว 150 วันจากส่งถึงตีพิมพ์ วันส่งช้าสุดคือ 30 ก.ย. 2571 − 150 วัน = 3 พ.ค. 2571 ส่วนเงื่อนไขงวดที่ 2 แบบมหาวิทยาลัยมหาสารคามบังคับให้ส่งภายในเมษายน เส้นตายจริงจึงเป็น 30 เม.ย. 2571 เมื่อเผื่อตรวจภาษา 4 สัปดาห์และเขียน 8 สัปดาห์ การวิเคราะห์ต้องเสร็จราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ และการเก็บข้อมูลต้องจบภายในมกราคม หากเก็บข้อมูลไม่ทัน ทางเลือกที่สมเหตุสมผลคือขอวงเงินในช่วงที่ผลผลิตสอดคล้องกับเวลาที่มี หรือเสนอเป็นโครงการหลายปี ไม่ใช่หวังว่าวารสารจะเร็วขึ้นเอง
ตารางที่ 3: ตัวอย่างการคำนวณย้อนกลับสำหรับโครงการ 12 เดือน (1 ต.ค. 2570 – 30 ก.ย. 2571)
| เวลาที่วารสารใช้จนบทความปรากฏในฐานข้อมูล (T) | วันส่งต้นฉบับช้าสุด หากต้องตีพิมพ์ภายใน 30 ก.ย. 2571 | ตรงกับวันที่เท่าไรของโครงการ | ถ้าส่งตามกำหนดงวด 2 (30 เม.ย. 2571) จะตีพิมพ์ราว |
|---|---|---|---|
| 90 วัน | 2 ก.ค. 2571 | วันที่ 276 | 29 ก.ค. 2571 (ทันในปีโครงการ) |
| 150 วัน | 3 พ.ค. 2571 | วันที่ 216 | 27 ก.ย. 2571 (ทันแบบเฉียดฉิว) |
| 270 วัน | 4 ม.ค. 2571 | วันที่ 96 | 25 ม.ค. 2572 (หลังปิดปีงบประมาณ) |
| 365 วัน | 1 ต.ค. 2570 | วันแรกของโครงการ | 30 เม.ย. 2572 |
สูตร: วันส่งต้นฉบับช้าสุด = วันสิ้นสุดโครงการ − T คำนวณตามปฏิทินจริง (ปี 2571 ตรงกับ ค.ศ. 2028 ซึ่งมี 29 ก.พ.) ค่า T ในตารางเป็นค่าสมมุติเพื่อสาธิต ไม่ใช่สถิติของวารสารใดวารสารหนึ่ง
ตารางที่ 3 แสดงกฎตัดสินใจที่ใช้ได้ทันที ถ้า T ของวารสารเป้าหมายเกินประมาณ 150 วัน บทความจากข้อมูลที่เก็บในปีโครงการเดียวกันแทบจะไม่มีทางตีพิมพ์ทันวันสิ้นสุดโครงการ ในกรณีนั้นต้องตรวจให้ชัดว่ามหาวิทยาลัยของคุณยอมรับสถานะใดเป็นการส่งมอบ และวางแผนติดตามหลังปิดปีงบประมาณไว้ล่วงหน้า ตัวอย่างหนึ่งคือประกาศของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ผ่อนผันให้ผู้ซึ่งยังค้างผลผลิตของทุนก่อนปีงบประมาณ 2566 ยื่นขอทุนใหม่ได้ หากส่งบทความให้วารสารแล้วและแนบหลักฐานว่าอย่างน้อยผ่านขั้น Under Review [2] การเลือกวารสารให้เหมาะกับระดับที่ต้องส่งมอบเป็นอีกทักษะหนึ่ง ดูวิธีคิดได้ที่ วิธีเลือกวารสาร Q1 Q2 Q3 Q4
หมวดงบประมาณที่เกี่ยวกับการส่งมอบบทความ
รายการงบที่ช่วยให้ส่งมอบผลผลิตได้ควรถูกวางไว้ในข้อเสนอตั้งแต่ต้น เพราะเพิ่มทีหลังได้ยาก ประกาศและเอกสารแนบท้ายทุน FF ปีงบประมาณ 2571 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นตัวอย่างที่ระบุรายละเอียดไว้ชัด [2]
- ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ (page charge) อยู่ในหมวดค่าใช้สอยที่มหาวิทยาลัยสนับสนุน
- ค่าวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ไม่เกิน 5,000 บาทต่อโครงการ เฉพาะงานเชิงปริมาณที่มีกลุ่มตัวอย่าง 1,000 ตัวอย่างขึ้นไป และไม่สนับสนุนหากจ้างผู้ช่วยวิจัยแล้ว
- ค่าเดินทางเสนอผลงาน ไม่เกิน 10,000 บาทต่อโครงการสำหรับหัวหน้าโครงการ และอีกไม่เกิน 10,000 บาทสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษาในโครงการ
- ค่าตอบแทน สนับสนุนเฉพาะการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ไม่เกินร้อยละ 5 ของงบโครงการ (ไม่รวมครุภัณฑ์)
- ครุภัณฑ์ ตั้งเท่าที่จำเป็น อ้างอิงบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ และแนบใบเสนอราคา 3 บริษัท โดยมหาวิทยาลัยจะหักค่าครุภัณฑ์ทั้งก้อนจากงวดแรก
ประกาศเดียวกันระบุรายการที่ตั้งไม่ได้ตามที่ สกสว. กำหนด เช่น เงินเดือนบุคลากรประจำ ค่าที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ค่าบำรุงสถาบัน และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมทั้งกำหนดให้งบรวมลงท้ายด้วยหลักพันและแจกแจงตัวคูณทุกรายการ [2] ส่วนการเขียนตัวคูณและคำชี้แจงความจำเป็นของแต่ละหมวด ดูรายละเอียดได้ที่ วิธีเขียนส่วนงบประมาณในข้อเสนอโครงการวิจัย หากโครงการต้องใช้บริการตรวจภาษาหรือแก้ไขต้นฉบับก่อนส่งวารสาร ควรสอบถามหน่วยบริหารงานวิจัยของคุณว่าเบิกจากหมวดใดได้ เพราะแต่ละสถาบันตีความต่างกัน
บริบทไทย: กติกาที่ทำให้ผู้รับทุนติดค้างผลผลิต
การส่งมอบไม่ทันมีผลเกินกว่าโครงการเดียว ร่างประกาศ FF69 ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามกำหนดว่าหัวหน้าโครงการต้องไม่ติดค้างผลผลิตสุดท้ายของทุน FF ปีงบประมาณ 2564–2566 และต้องไม่ค้างรายงานความก้าวหน้าของ FF ปี 2567 [5] ส่วนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุในหลักเกณฑ์การจัดสรรว่าจะไม่จัดสรรทุนให้นักวิจัยที่ค้างส่งรายงานฉบับสมบูรณ์หรือผลงานตามเงื่อนไขประกาศทุน [2] อีกทั้งโครงการที่ยาวเกิน 1 ปีต้องเสนอขอเป็นรายปี โดยพิจารณาจากผลผลิตที่ส่งมอบในปีก่อนหน้า [2]
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้บทความไม่ถูกนับก็พบบ่อยเช่นกัน ประการแรกคือข้อความกิตติกรรมประกาศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กำหนดข้อความทั้งภาษาไทยและอังกฤษ โดยฉบับภาษาอังกฤษคือ “This work was supported by Prince of Songkla University (Ref. No. …), Thailand Science Research and Innovation (TSRI) [Grant numbers…], and National Science, Research and Innovation Fund (NSRF)” [2] ขณะที่สไลด์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามใช้ข้อความอีกรูปแบบหนึ่ง และกำหนดให้รายงานมหาวิทยาลัยทุกครั้งที่เผยแพร่ [4] ประการที่สองคือลำดับผู้แต่ง ถ้าหัวหน้าโครงการไม่ได้เป็น First Author หรือ Corresponding Author ตามที่ประกาศกำหนด บทความอาจไม่ถูกนับเป็นผลผลิต [2] ประการที่สามคือระดับวารสาร ซึ่งต้องตรวจในปีที่ส่งจริง เพราะ quartile และ percentile เปลี่ยนได้ทุกปี
ข้อเสนอโครงการที่เขียนผลผลิตไว้ชัดและสมจริงยังช่วยให้ผ่านการคัดเลือกด้วย ประกาศของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุว่าผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาทั้งความเป็นไปได้ที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ ควบคู่กับผลงานตีพิมพ์ของหัวหน้าโครงการในรอบ 3 ปี [2] แนวทางเขียนข้อเสนอทีละส่วนดูได้ที่ คู่มือเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย TSRI NRCT และสาเหตุที่ต้นฉบับมักถูกปฏิเสธตั้งแต่ด่านแรกซึ่งทำให้เสียเวลาหลายเดือน อ่านได้ที่ 10 สาเหตุที่ทำให้บทความถูก Desk Rejected
สรุป
ใช้รายการนี้ตรวจแผนทุน FF ของคุณก่อนยื่นข้อเสนอและทุกครั้งที่ถึงงวดเงิน
- อ่านประกาศฉบับลงนามของมหาวิทยาลัยในปีที่ยื่นจริง ไม่ใช้เกณฑ์ปีก่อนหรือของสถาบันอื่น
- ระบุระดับผลงานที่ผูกพันตามช่วงงบ (เช่น Scopus Top 50%, Top 25%, Top 10%) และนิยามของคำว่าส่งมอบ
- ทำรายชื่อวารสารเป้าหมาย 3 ฉบับที่อยู่ในระดับนั้นจริง พร้อมประมาณเวลาส่งถึงตีพิมพ์ (T)
- คำนวณวันส่งต้นฉบับช้าสุด = วันสิ้นสุดโครงการ − T แล้วเทียบกับกำหนดงวดเงิน
- ถอยหลังจากเส้นตายเพื่อกำหนดวันจบการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการเขียน
- วางหัวหน้าโครงการเป็น First Author หรือ Corresponding Author ตามเงื่อนไข
- ใส่ข้อความกิตติกรรมประกาศและเลขที่สัญญาตามที่ประกาศกำหนด
- ตั้งงบค่าตีพิมพ์และรายการที่จำเป็นต่อการส่งมอบไว้ในข้อเสนอตั้งแต่ต้น
- รายงานความก้าวหน้าใน NRIIS ให้ตรงงวด และเตรียมรายงานผลลัพธ์ต่อเนื่อง 5 ปีหลังปิดโครงการ
ทุน FF ให้เงินตามคำสัญญาเรื่องผลผลิต ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่ใช่การเขียนข้อเสนอไม่สวย แต่เป็นการสัญญาผลผลิตที่เวลาในโครงการรองรับไม่ได้ ถ้าต้องการให้บรรณาธิการที่มีปริญญาเอกหรือแพทยศาสตรบัณฑิตในสาขาเดียวกับคุณช่วยตรวจข้อเสนอโครงการ ความสอดคล้องระหว่างงบกับผลผลิต และขัดเกลาต้นฉบับภาษาอังกฤษให้พร้อมส่งวารสารเป้าหมายตามกำหนดงวด ดูรายละเอียดได้ที่บริการทุนวิจัย ของเรา เราแก้ไขและยกระดับงานของคุณ เราไม่ได้ทำวิจัยแทนคุณ และไม่มีใครรับประกันผลการพิจารณาของวารสารหรือแหล่งทุนได้
คำถามที่พบบ่อย
ทุน FF กำหนดผลผลิตอย่างไร
ผูกระดับบทความที่ต้องส่งมอบกับช่วงงบประมาณ เช่น Scopus Top 50%, Top 25% หรือ Top 10% ตามประกาศของแต่ละมหาวิทยาลัยในปีที่ยื่น
วางแผนวันส่งบทความอย่างไร
คำนวณวันส่งต้นฉบับช้าสุด = วันสิ้นสุดโครงการ − เวลาคาดการณ์จากส่งถึงตีพิมพ์ แล้วถอยหลังเพื่อกำหนดวันจบการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการเขียน
ใช้เกณฑ์ปีก่อนหรือของสถาบันอื่นได้หรือไม่
ไม่ควร ให้อ่านประกาศฉบับลงนามของมหาวิทยาลัยตนเองในปีที่ยื่นจริง
เอกสารอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.). (2567). คู่มือการจัดทำคำของบประมาณและการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐานตามพันธกิจของหน่วยรับงบประมาณ (Fundamental Fund; FF) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 [เอกสาร PDF เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหิดล]. https://op.mahidol.ac.th/ra/contents/research_fund/FF/FF-2569_MANUAL.pdf
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2569). ประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่อง การสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัย จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประเภทงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 (ประกาศ ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2569). https://research.psu.ac.th/wp-content/uploads/2026/06/272_2569_การสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัย-จากกองท.pdf
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2568). ประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่อง การสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัย จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประเภทงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (ประกาศ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2568). https://research.psu.ac.th/wp-content/uploads/2025/07/ประกาศทุน-FF70-SIGN.pdf
- กองส่งเสริมการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2567). โครงการปฐมนิเทศผู้รับทุน ประเภททุน Fundamental Fund ประจำปีงบประมาณ 2568 [สไลด์ประกอบการบรรยาย 30 ตุลาคม 2567]. https://res.msu.ac.th/wp-content/uploads/2024/10/สไลด์โครงการปฐมนิเทศผู้รับทุน-FF68_สำหรับนักวิจัย-301067.pdf
- มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2567). ร่างประกาศมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรื่อง หลักเกณฑ์การสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประเภททุนสนับสนุนงานมูลฐาน Fundamental Fund; FF ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569. https://res.msu.ac.th/wp-content/uploads/2024/08/ร่าง-ประกาศหลักเกณฑ์-FF69.pdf
- Andersen, M. Z., Fonnes, S., & Rosenberg, J. (2021). Time from submission to publication varied widely for biomedical journals: A systematic review. Current Medical Research and Opinion, 37(6), 985–993. doi:10.1080/03007995.2021.1905622 PMID: 33735591
- Björk, B.-C., & Solomon, D. (2013). The publishing delay in scholarly peer-reviewed journals. Journal of Informetrics, 7(4), 914–923. doi:10.1016/j.joi.2013.09.001
- Ross, J. S., Tse, T., Zarin, D. A., Xu, H., Zhou, L., & Krumholz, H. M. (2012). Publication of NIH funded trials registered in ClinicalTrials.gov: Cross sectional analysis. BMJ, 344, d7292. doi:10.1136/bmj.d7292 PMID: 22214755
มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?
ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ





