APA 7 การอ้างอิงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมตัวอย่าง
APA 7 คือระบบการอ้างอิงแบบนาม-ปีตามคู่มือฉบับที่ 7 ของ American Psychological Association ซึ่งกำหนดให้ทุกการอ้างอิงในเนื้อหาต้องจับคู่กับรายการอ้างอิงท้ายเรื่องเพียงหนึ่งรายการ บทความนี้สรุปกฎที่ใช้บ่อยที่สุด พร้อมตัวอย่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ตรวจกับแหล่งทางการแล้ว
APA 7 คืออะไร และต่างจากฉบับที่ 6 ตรงไหนบ้าง
คู่มือ Publication Manual of the American Psychological Association ฉบับที่ 7 ตีพิมพ์ในปี 2020 [1] และเป็นรูปแบบการอ้างอิงที่วารสารสายสังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ จิตวิทยา พยาบาลศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัยหลายแห่งในไทยกำหนดให้ใช้ หัวใจของระบบคือการอ้างอิงแบบนาม-ปี (author–date) ซึ่งงานแต่ละชิ้นจะปรากฏสองที่ คือการอ้างอิงในเนื้อหาและรายการอ้างอิงท้ายเรื่อง และการอ้างอิงในเนื้อหาแต่ละครั้งต้องชี้ไปยังรายการอ้างอิงเพียงรายการเดียว [2] ตัวคู่มือมีตัวอย่างรายการอ้างอิงในบทที่ 10 มากกว่า 100 แบบ ซึ่งเว็บไซต์ APA Style นำบางส่วนมาเผยแพร่ฟรี
สำหรับผู้ที่คุ้นกับฉบับที่ 6 มีการเปลี่ยนแปลงที่กระทบงานเขียนประจำวันอยู่ไม่กี่ข้อ แต่เป็นจุดที่ผู้ประเมินสังเกตเห็นได้ทันที ข้อแรก งานที่มีผู้แต่งสามคนขึ้นไปให้ใช้ชื่อผู้แต่งคนแรกตามด้วย et al. ตั้งแต่การอ้างครั้งแรก [2] ข้อสอง รายการอ้างอิงท้ายเรื่องใส่ชื่อผู้แต่งได้ครบถึง 20 คน ถ้ามี 21 คนขึ้นไปให้ใส่ 19 คนแรก ตามด้วยจุดไข่ปลาและชื่อผู้แต่งคนสุดท้าย [3] ข้อสาม DOI ให้เขียนเป็นลิงก์รูปแบบ https://doi.org/ และไม่ต้องมีคำว่า Retrieved from [4] ข้อสี่ หนังสือไม่ต้องระบุเมืองที่ตั้งของสำนักพิมพ์อีกแล้ว [5] สี่ข้อนี้คือสิ่งที่ควรตรวจเป็นอันดับแรกเมื่อนำรายการอ้างอิงเก่ามาใช้ในงานใหม่
การอ้างอิงในเนื้อหา: แบบบรรยายและแบบในวงเล็บ
APA 7 แบ่งการอ้างอิงในเนื้อหาออกเป็นสองแบบ แบบบรรยาย (narrative) คือการนำชื่อผู้แต่งมาเป็นส่วนหนึ่งของประโยค แล้วใส่ปีไว้ในวงเล็บ ส่วนแบบในวงเล็บ (parenthetical) คือการใส่ทั้งชื่อและปีไว้ในวงเล็บท้ายข้อความ ความต่างเล็ก ๆ ที่มักผิดคือ งานที่มีผู้แต่งสองคน ถ้าอยู่ในวงเล็บให้คั่นด้วยเครื่องหมาย & แต่ถ้าเป็นแบบบรรยายให้สะกดคำว่า and เต็ม [2]
ตารางที่ 1: รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหาตาม APA 7 ทั้งชื่อภาษาอังกฤษและภาษาไทย
| จำนวนผู้แต่ง | แบบบรรยาย (narrative) | แบบในวงเล็บ (parenthetical) |
|---|---|---|
| 1 คน (อังกฤษ) | Luna (2020) | (Luna, 2020) |
| 2 คน (อังกฤษ) | Salas and D’Agostino (2020) | (Salas & D’Agostino, 2020) |
| 3 คนขึ้นไป (อังกฤษ) | Martin et al. (2020) | (Martin et al., 2020) |
| หน่วยงานที่มีชื่อย่อ (ครั้งแรก/ครั้งต่อมา) | National Institute of Mental Health (NIMH, 2020) / NIMH (2020) | (National Institute of Mental Health [NIMH], 2020) / (NIMH, 2020) |
| 1 คน (ไทย) | สุวพร ชื่นบาน (2557) | (สุวพร ชื่นบาน, 2557) |
| 2 คน (ไทย) | สุพร ชัยเดชสุริยะ และ พัชรี วรจรัสรังสี (2554) | (ศจี จิระโร และ ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง, 2553) |
| 3 คนขึ้นไป (ไทย) | อวยพร เรืองตระกูล และคณะ (2551) | (อรทัย วิมลโนธ และคณะ, 2551) |
ที่มา: ตัวอย่างภาษาอังกฤษจากหน้า Author–date citation system ของ APA Style [2] ตัวอย่างภาษาไทยจากคู่มือการอ้างอิงตาม APA 7 ของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [6]
กฎย่อยที่ควรจำ ได้แก่ การอ้างในเนื้อหาใช้เฉพาะปี แม้รายการท้ายเรื่องจะมีวันและเดือน งานที่ไม่ปรากฏปีใช้ n.d. งานที่ได้รับการตอบรับแต่ยังไม่ตีพิมพ์ใช้ in press และ APA ไม่ใช้คำว่า ibid. เมื่ออ้างซ้ำต้องระบุผู้แต่งและปีให้ครบเช่นเดิม (แบบบรรยายไม่ต้องซ้ำปีในย่อหน้าเดียวกัน เว้นแต่อ้างหลายงานของผู้แต่งเดียวกัน) ถ้าผู้แต่งชุดเดียวกันมีงานปีเดียวกันหลายชิ้น ให้เติมตัวอักษรต่อท้ายปี เช่น 2020a และ 2020b [2] สำหรับงานภาษาไทย คู่มือของบัณฑิตวิทยาลัยหลายแห่งใช้ ม.ป.ป. แทน n.d. และเขียนเลขหน้าเป็น “หน้า” เช่น (สุดแดน วิสุทธิลักษณ์, 2558, หน้า 211) ส่วนงานภาษาอังกฤษใช้ p. หรือ pp. [7]
ข้อสังเกตเรื่องชื่อผู้แต่งไทยในเนื้อหาคือ คู่มือไทยใช้ทั้งชื่อและนามสกุล ไม่ใช่นามสกุลอย่างเดียวแบบชื่อฝรั่ง และเมื่อมีผู้แต่งสามคนขึ้นไปใช้ “และคณะ” แทน et al. [6] แต่ถ้าคุณเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษ ผู้แต่งไทยจะถูกปฏิบัติเหมือนผู้แต่งทุกคน คือใช้นามสกุลในเนื้อหา เช่น (Laohawetwanit et al., 2025) [8]
รายการอ้างอิง APA 7: วารสาร หนังสือ และเว็บไซต์
รายการอ้างอิงแบบ APA ทุกประเภทประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสี่ส่วนเรียงตามลำดับ คือ ผู้แต่ง ปี ชื่อเรื่อง และแหล่งที่มา โดย DOI หรือ URL เป็นส่วนท้ายของแหล่งที่มา ภาพที่ 1 แยกองค์ประกอบเหล่านี้จากบทความจริงที่ผู้แต่งคนแรกเป็นนักวิจัยไทย

บทความวารสาร
รูปแบบคือ ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), หน้า. DOI ชื่อวารสารและเลขปีที่ (volume) เป็นตัวเอียง เลขฉบับที่ (issue) อยู่ในวงเล็บและไม่เอียง ช่วงเลขหน้าใช้ขีดสั้นแบบ en dash และ APA ระบุว่าให้ใส่เลขฉบับที่ทุกครั้งที่วารสารมี ถ้าวารสารใช้หมายเลขบทความแทนเลขหน้า ให้เขียนคำว่า Article นำหน้าหมายเลขนั้น [9] ชื่อบทความใช้ sentence case คือพิมพ์ใหญ่เฉพาะคำแรก คำแรกหลังเครื่องหมายทวิภาค และชื่อเฉพาะ แม้ต้นฉบับจะใช้ title case ก็ตาม [10]
Laohawetwanit, T., Pinto, D. G., & Bychkov, A. (2025). A survey analysis of the adoption of large language models among pathologists. American Journal of Clinical Pathology, 163(1), 52–59. https://doi.org/10.1093/ajcp/aqae093
Jergas, H., & Baethge, C. (2015). Quotation accuracy in medical journal articles—A systematic review and meta-analysis. PeerJ, 3, Article e1364. https://doi.org/10.7717/peerj.1364
ตัวอย่างที่สองแสดงกรณีวารสารที่ไม่มีเลขฉบับที่และใช้หมายเลขบทความ ข้อมูลทั้งสองรายการตรวจกับ Crossref แล้ว [8] [11]
หนังสือ
รูปแบบคือ ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์). สำนักพิมพ์. DOI ถ้ามี ชื่อหนังสือเป็นตัวเอียง ข้อมูลครั้งที่พิมพ์อยู่ในวงเล็บแบบไม่เอียง ไม่ใส่เมืองของสำนักพิมพ์ และใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหนังสือเล่มและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ [5] ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงคือตัวคู่มือเอง ซึ่งผู้แต่งและสำนักพิมพ์เป็นหน่วยงานเดียวกัน จึงไม่ต้องเขียนชื่อสำนักพิมพ์ซ้ำ
American Psychological Association. (2020). Publication manual of the American Psychological Association (7th ed.). https://doi.org/10.1037/0000165-000
หน้าเว็บ
หน้าเว็บใช้ชื่อหน้าเป็นตัวเอียง ใส่วันที่ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ปรากฏ และถ้าผู้แต่งกับชื่อเว็บไซต์เป็นหน่วยงานเดียวกัน ให้ตัดชื่อเว็บไซต์ออก ส่วนวันที่สืบค้นใส่เฉพาะหน้าที่เนื้อหาตั้งใจให้เปลี่ยนตลอดเวลาและไม่มีการเก็บฉบับเก่า [12] ตัวอย่างจากหน้า APA Style คือ
World Health Organization. (2018, May 24). The top 10 causes of death. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/the-top-10-causes-of-death
ชื่อผู้แต่งไทยใน APA 7 และบริบทวารสารไทย
นี่คือจุดที่นักวิจัยไทยสับสนมากที่สุด เพราะต้องสลับระหว่างสองระบบในงานเดียวกัน คู่มือการอ้างอิงตาม APA 7 ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดทำสำหรับวารสารครุศาสตร์และ OJED และเผยแพร่บน ThaiJO วางหลักไว้ชัดเจน [6] ในรายการอ้างอิงภาษาไทย ให้เขียนชื่อตามด้วยนามสกุลโดยไม่กลับลำดับ ใช้ปี พ.ศ. และใช้ “และ” คั่นผู้แต่ง เช่น
นัชนันท์ วิเชียรชม, มาลินี ประพิณวงศ์, และ อุดมลักษม์ กูลศรีโรจน์. (2561). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของพนักงานบริษัทโดยใช้แนวคิดการเรียนการสอนรายบุคคล. วารสารครุศาสตร์, 46(3), 100–117.
เมื่อวารสารกำหนดให้แปลรายการภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ (Translated Thai Reference) คู่มือฉบับเดียวกันกำหนดสี่ขั้น คือ เปลี่ยนชื่อผู้แต่งเป็นนามสกุลตามด้วยอักษรย่อชื่อ เขียนชื่อหน่วยงานเป็นภาษาอังกฤษ เปลี่ยนปี พ.ศ. เป็น ค.ศ. และแปลชื่อบทความกับชื่อวารสารเป็นภาษาอังกฤษ ผลลัพธ์ของรายการข้างต้นจึงเป็น
Vichienchom, N., Prapinwong, M., & Koolsriroj, U. (2018). Development of English oral communication skills for adult learners using the individualized instruction concept. Journal of Education Studies, 46(3), 100–117.
คู่มือนี้ยังกำหนดให้เรียงรายการอ้างอิงภาษาไทยก่อน ตามด้วยภาษาอังกฤษ และปิดท้ายด้วยรายการที่แปลจากภาษาไทย โดยเรียงภาษาไทยตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน [6] สังเกตว่าแนวทางของ APA เองสำหรับงานที่ใช้อักษรที่ไม่ใช่อักษรโรมันคือ ให้ถอดชื่อเรื่องเป็นอักษรโรมัน (transliterate) แล้วใส่คำแปลในวงเล็บเหลี่ยมต่อท้าย [13] ซึ่งต่างจากวิธีแปลทั้งรายการของคู่มือไทย ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ ให้ยึดคำแนะนำผู้แต่ง (Information for Authors) ของวารสารหรือคู่มือวิทยานิพนธ์ของสถาบันเป็นหลักเสมอ และใช้วิธีเดียวทั้งรายการ
ในทางปฏิบัติ วารสารในฐาน TCI และ ThaiJO จำนวนมากระบุรูปแบบ APA ไว้ในคำแนะนำผู้แต่ง แต่รายละเอียดปลีกย่อย เช่น การใส่ ม.ป.ป. การอ้างข้อมูลจากการสัมภาษณ์ หรือการอ้างราชกิจจานุเบกษา จะต่างกันตามสถาบัน ตัวอย่างเช่น คู่มือของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาให้อ้างการสัมภาษณ์เฉพาะในเนื้อหาโดยไม่ทำรายการท้ายเล่ม และอ้างผู้แต่งหน่วยงานด้วยชื่อย่อในวงเล็บเหลี่ยมในครั้งแรก เช่น (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย [ททท.], 2566) [7] สังเกตด้วยว่าตัวอย่างในคู่มือเหล่านี้เขียนชื่อผู้แต่งโดยไม่มีคำนำหน้าหรือตำแหน่งทางวิชาการ
รูปแบบ DOI ใน APA 7: กฎตัดสินใจและตัวอย่างแปลงทีละขั้น
DOI คือรหัสถาวรที่ชี้ไปยังงานแต่ละชิ้น APA 7 ให้แสดง DOI เป็นลิงก์ตามคำแนะนำปัจจุบันของ International DOI Foundation คือ https://doi.org/ ตามด้วยเลข DOI และให้ปรับ DOI รูปแบบเก่า เช่น doi: หรือ http://dx.doi.org/ ให้เป็นรูปแบบปัจจุบันทั้งรายการ ห้ามใส่จุดหลัง DOI เพราะอาจทำให้ลิงก์เสีย และควรคัดลอก DOI มาวางแทนการพิมพ์เองเพื่อลดความผิดพลาด หากต้องการให้สั้นลงสามารถใช้ shortDOI ได้ ทั้งนี้ ISBN และ ISSN ไม่ต้องใส่ในรายการอ้างอิงแบบ APA [4]
กฎตัดสินใจเรื่อง DOI และ URL (ทำตามลำดับ)
- งานนั้นมี DOI หรือไม่ ถ้ามี ใส่ DOI เสมอ แม้คุณจะอ่านฉบับพิมพ์ และไม่ต้องใส่ URL ซ้ำ
- ถ้าไม่มี DOI และเป็นงานพิมพ์ ไม่ต้องใส่ทั้ง DOI และ URL
- ถ้าไม่มี DOI และมาจากฐานข้อมูลวิชาการทั่วไป จบรายการที่เลขหน้า ไม่ต้องใส่ชื่อฐานข้อมูล
- ถ้าไม่มี DOI แต่อยู่บนเว็บไซต์ที่ผู้อ่านเปิดได้ ใส่ URL ที่ชี้ไปยังงานนั้นโดยตรง
- จัดรูปแบบเป็น https://doi.org/… ไม่เติม doi:, Retrieved from หรือจุดปิดท้าย และอย่าแก้ตัวพิมพ์เล็กใหญ่ของ DOI
เมื่อมีกฎตัดสินใจแล้ว ลองดูการแปลงรายการจริงหนึ่งรายการ ต้นทางเป็นรูปแบบที่นักวิจัยมักคัดลอกมาจากหน้าฐานข้อมูลหรือจากโปรแกรมจัดการอ้างอิงที่ตั้งค่าไว้เป็นรูปแบบตัวเลข ต้องแก้หกจุดจึงจะเป็น APA 7 ที่สมบูรณ์
ตัวอย่างแปลงทีละขั้น: จากรูปแบบที่คัดลอกมาจากฐานข้อมูล สู่ APA 7
ต้นทาง (รูปแบบตัวเลขที่พบบ่อยเมื่อคัดลอกจากฐานข้อมูล):
Bhattacharyya M, Miller VM, Bhattacharyya D, Miller LE. High Rates of Fabricated and Inaccurate References in ChatGPT-Generated Medical Content. Cureus. 2023;15(5):e39238. doi:10.7759/cureus.39238.
- ผู้แต่ง: เปลี่ยนเป็น นามสกุล, อักษรย่อ. คั่นด้วยจุลภาค และใส่ & หน้าคนสุดท้าย (มี 4 คน ไม่เกิน 20 จึงใส่ครบทุกคน)
- ปี: ย้าย 2023 มาไว้หลังชื่อผู้แต่งในวงเล็บ ตามด้วยจุด
- ชื่อบทความ: เปลี่ยนเป็น sentence case คงตัวใหญ่ไว้เฉพาะคำแรกและชื่อเฉพาะ (ChatGPT)
- แหล่งที่มา: ชื่อวารสารเต็มตัวเอียง ตามด้วย 15(5) โดยตัวเอียงเฉพาะเลขปีที่
- หมายเลขบทความ: e39238 เป็นหมายเลขบทความ ไม่ใช่เลขหน้า จึงเขียนว่า Article e39238
- DOI: เปลี่ยน doi: เป็น https://doi.org/ และลบจุดท้าย DOI
ผลลัพธ์ตาม APA 7:
Bhattacharyya, M., Miller, V. M., Bhattacharyya, D., & Miller, L. E. (2023). High rates of fabricated and inaccurate references in ChatGPT-generated medical content. Cureus, 15(5), Article e39238. https://doi.org/10.7759/cureus.39238
การอ้างในเนื้อหา: (Bhattacharyya et al., 2023) หรือ Bhattacharyya et al. (2023) ข้อมูลบรรณานุกรมทุกช่องตรวจกับ PubMed และ Crossref แล้ว [14]
สังเกตว่าหกจุดนี้ไม่มีจุดใดเกี่ยวกับเนื้อหาของงานเลย แต่ถ้าปล่อยไว้ทั้งรายการ ผู้ประเมินจะเห็นได้ทันทีว่าผู้เขียนไม่ได้ตรวจรูปแบบตามที่วารสารกำหนด ซึ่งเป็นสัญญาณด้านความไม่ประณีตแบบหนึ่งที่บรรณาธิการใช้ประกอบการคัดกรองเบื้องต้น ดูสาเหตุอื่นที่ทำให้บทความถูกปฏิเสธก่อนส่งผู้ทบทวนได้ที่บทความ 10 สาเหตุที่ทำให้บทความถูก Desk Rejected
ข้อผิดพลาด APA 7 ที่พบบ่อยและหลักฐานจากงานวิจัย
ปัญหาการอ้างอิงไม่ได้เป็นเรื่องของนักศึกษาเท่านั้น การศึกษาที่ตรวจรายการอ้างอิง 1,341 รายการจาก 50 บทความในวารสาร Research Quarterly for Exercise and Sport พบว่ารายการที่มีข้อผิดพลาดอย่างน้อยหนึ่งจุดคิดเป็นร้อยละ 40 และไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างปี 1999, 2009 และ 2019 (ร้อยละ 44, 38 และ 39 ตามลำดับ) [15] ในระดับเนื้อหา การทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานล่าสุดซึ่งรวม 46 การศึกษา ครอบคลุมราว 32,000 การอ้างอิงในวงการแพทย์ พบว่าร้อยละ 16.9 ของการอ้างอิงเป็นการอ้างที่แหล่งต้นทางไม่สนับสนุนข้อความ และราวครึ่งหนึ่งเป็นข้อผิดพลาดร้ายแรง (ร้อยละ 8.0) โดยไม่มีแนวโน้มดีขึ้นตามเวลา [16] ส่วนการวิเคราะห์อภิมานรุ่นก่อนหน้าของผู้วิจัยกลุ่มเดียวกันซึ่งรวม 28 การศึกษา ประมาณอัตราข้อผิดพลาดรวมไว้ที่ร้อยละ 25.4 [11] แม้ตัวเลขจะต่างกันตามชุดข้อมูล แต่ทั้งสองงานชี้ไปทางเดียวกันว่าการอ้างผิดเกิดขึ้นได้แม้ในวารสารที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นเมื่อให้ AI สร้างรายการอ้างอิง การศึกษาที่ให้ ChatGPT-3.5 เขียนบทความการแพทย์สั้น 30 เรื่อง ได้รายการอ้างอิง 115 รายการ ในจำนวนนี้ร้อยละ 47 ไม่มีอยู่จริง ร้อยละ 46 มีอยู่จริงแต่ข้อมูลผิด และมีเพียงร้อยละ 7 ที่ถูกต้องครบถ้วน องค์ประกอบที่ผิดบ่อยที่สุดคือเลข PMID ซึ่งพบในร้อยละ 93 ของบทความ รองลงมาคือเลขปีที่ เลขหน้า และปีที่พิมพ์ [14] อีกการศึกษาหนึ่งพบว่ารายการอ้างอิงที่ GPT-4 สร้างเพื่อจำลองการทบทวนอย่างเป็นระบบเป็นรายการที่ถูกแต่งขึ้น (hallucinated) ร้อยละ 28.6 [17] บทเรียนคือ ทุกรายการต้องตรวจกับฐานข้อมูลจริง เช่น Crossref หรือ PubMed ก่อนส่ง ไม่ว่ารายการนั้นจะมาจากคนหรือเครื่อง

ตารางด้านล่างรวบรวมข้อผิดพลาดด้านรูปแบบที่พบบ่อยในต้นฉบับ พร้อมวิธีแก้ที่ตรวจกับหน้าหลักเกณฑ์ของ APA Style แล้ว
ตารางที่ 2: ข้อผิดพลาด APA 7 ที่บรรณาธิการพบบ่อยในต้นฉบับของนักวิจัยไทย พร้อมวิธีแก้
| ข้อผิดพลาด | ผิด | ถูก (APA 7) |
|---|---|---|
| ใช้ & ในการอ้างแบบบรรยาย | Jergas & Baethge (2015) พบว่า | Jergas and Baethge (2015) พบว่า |
| เขียนชื่อผู้แต่งครบในการอ้างครั้งแรกเมื่อมี 3 คนขึ้นไป | (Laohawetwanit, Pinto, & Bychkov, 2025) | (Laohawetwanit et al., 2025) |
| ปีในเนื้อหาไม่ตรงกับรายการท้ายเรื่อง | (Logan, 2021) แต่ท้ายเรื่องเป็น 2022 | ใช้ปีเดียวกับรายการอ้างอิง (Logan, 2022) |
| ชื่อบทความเป็น Title Case | High Rates of Fabricated and Inaccurate References… | High rates of fabricated and inaccurate references… |
| ไม่ใส่เลขฉบับที่ (issue) | Cureus, 15, e39238. | Cureus, 15(5), Article e39238. |
| DOI รูปแบบเก่าและมีจุดปิดท้าย | doi:10.7759/cureus.39238. | https://doi.org/10.7759/cureus.39238 |
| ใส่เมืองของสำนักพิมพ์ | Washington, DC: American Psychological Association. | American Psychological Association. |
| กลับชื่อผู้แต่งไทยในรายการภาษาไทย | ชื่นบาน, สุวพร. (2557). | สุวพร ชื่นบาน. (2557). |
หลักเกณฑ์อ้างอิงจาก APA Style [2] [9] [10] [4] [5] และคู่มือภาษาไทย [6] ตัวอย่างฝั่ง “ผิด” เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่อการสอน
ข้อผิดพลาดด้านรูปแบบแก้ได้ด้วยการตรวจทีละรายการ แต่การอ้างเนื้อหาผิดต้องย้อนกลับไปอ่านแหล่งต้นทาง ซึ่งเป็นงานที่ผู้เขียนต้องทำเอง ส่วนการตรวจความคล้ายคลึงของข้อความด้วยโปรแกรมอย่าง Turnitin เป็นอีกขั้นหนึ่งที่แยกจากการจัดรูปแบบการอ้างอิง และการอ้างอิงให้ครบถ้วนก็เป็นส่วนหนึ่งของจริยธรรมการตีพิมพ์ ดูเพิ่มเติมที่ แนวทาง COPE
สรุป
ใช้รายการนี้ตรวจการอ้างอิงแบบ APA 7 ก่อนส่งบทความหรือวิทยานิพนธ์
- ทุกการอ้างอิงในเนื้อหามีรายการท้ายเรื่องตรงกันหนึ่งรายการ และปีตรงกันทุกตำแหน่ง
- ผู้แต่งสามคนขึ้นไปใช้ et al. หรือ “และคณะ” ตั้งแต่การอ้างครั้งแรก
- ใช้ & ในวงเล็บ และใช้ and ในการอ้างแบบบรรยาย
- รายการท้ายเรื่องใส่ชื่อผู้แต่งครบถึง 20 คน ถ้ามี 21 คนขึ้นไปใช้ 19 คนแรก จุดไข่ปลา และคนสุดท้าย
- ชื่อบทความเป็น sentence case ชื่อวารสารและเลขปีที่เป็นตัวเอียง และมีเลขฉบับที่ทุกครั้งที่วารสารมี
- หมายเลขบทความเขียนว่า Article ตามด้วยหมายเลข
- DOI อยู่ในรูป https://doi.org/… ไม่มี doi: ไม่มี Retrieved from และไม่มีจุดปิดท้าย
- หนังสือไม่มีเมืองของสำนักพิมพ์
- รายการภาษาไทยใช้ชื่อ-นามสกุลไม่กลับลำดับและปี พ.ศ. ส่วนรายการที่แปลเป็นภาษาอังกฤษใช้นามสกุลขึ้นก่อนและปี ค.ศ.
- ตรวจทุกรายการกับ Crossref หรือ PubMed โดยเฉพาะรายการที่ได้มาจาก AI
- เทียบกับคำแนะนำผู้แต่งของวารสารหรือคู่มือของบัณฑิตวิทยาลัยเป็นขั้นสุดท้าย
การอ้างอิงที่ถูกต้องและสม่ำเสมอทั้งรายการเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่บอกผู้ประเมินว่างานของคุณผ่านการตรวจอย่างละเอียด หากต้องการให้บรรณาธิการที่มีปริญญาเอกหรือแพทยศาสตรบัณฑิตในสาขาเดียวกับคุณตรวจภาษา ความสอดคล้องของการอ้างอิงในเนื้อหากับรายการท้ายเรื่อง และรูปแบบ APA 7 ตามที่วารสารเป้าหมายกำหนด ดูรายละเอียดได้ที่บริการแก้ไขบทความวิชาการ ของเรา เราแก้ไขและยกระดับงานของคุณ เราไม่ได้ทำวิจัยแทนคุณ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้แต่งสามคนขึ้นไปอ้างอย่างไรใน APA 7
ใช้ et al. หรือ “และคณะ” ตั้งแต่การอ้างครั้งแรก
รูปแบบ DOI ใน APA 7 เป็นอย่างไร
เขียนเป็น https://doi.org/ ตามด้วยรหัส ไม่ใส่ doi: ไม่ใส่ Retrieved from และไม่มีจุดปิดท้าย
รายการอ้างอิงภาษาไทยเขียนชื่อผู้แต่งอย่างไร
ใช้ชื่อ-นามสกุลโดยไม่กลับลำดับ และใช้ปี พ.ศ. ส่วนรายการที่แปลเป็นภาษาอังกฤษใช้นามสกุลขึ้นก่อนและปี ค.ศ.
เอกสารอ้างอิง
- American Psychological Association. (2020). Publication manual of the American Psychological Association (7th ed.). doi:10.1037/0000165-000
- American Psychological Association. (2019). Author–date citation system. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/citations/basic-principles/author-date
- McAdoo, T. (2019, November 7). How many names to include in an APA Style reference. APA Style Blog. https://apastyle.apa.org/blog/more-than-20-authors
- American Psychological Association. (2022). DOIs and URLs. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/dois-urls
- American Psychological Association. (2020). Book/ebook references. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/examples/book-references
- ศูนย์นวัตกรรมทางการศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2564). การอ้างอิงสารสนเทศตามแบบ APA (7th edition). An Online Journal of Education (OJED). https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/153272
- บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. (ม.ป.ป.). การอ้างอิง รูปแบบ APA 7th edition [เอกสาร PDF]. https://www.aru.ac.th/myadmin/uploads/grad/download/20260128-04fc02e5.pdf
- Laohawetwanit, T., Pinto, D. G., & Bychkov, A. (2025). A survey analysis of the adoption of large language models among pathologists. American Journal of Clinical Pathology, 163(1), 52–59. doi:10.1093/ajcp/aqae093 PMID: 39076014
- American Psychological Association. (2025). Journal article references. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/examples/journal-article-references
- American Psychological Association. (2022). Sentence case capitalization. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/capitalization/sentence-case
- Jergas, H., & Baethge, C. (2015). Quotation accuracy in medical journal articles—A systematic review and meta-analysis. PeerJ, 3, e1364. doi:10.7717/peerj.1364 PMID: 26528420
- American Psychological Association. (2026). Webpage on a website references. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/examples/webpage-website-references
- Adams, A. (2021, August 23). When and how to transliterate titles in references. APA Style Blog. https://apastyle.apa.org/blog/transliterated-titles-references
- Bhattacharyya, M., Miller, V. M., Bhattacharyya, D., & Miller, L. E. (2023). High rates of fabricated and inaccurate references in ChatGPT-generated medical content. Cureus, 15(5), e39238. doi:10.7759/cureus.39238 PMID: 37337480
- Logan, S. W. (2022). Reference accuracy in Research Quarterly for Exercise and Sport: A 30-year follow-up to Stull et al. (1991). Research Quarterly for Exercise and Sport, 93(2), 401–411. doi:10.1080/02701367.2020.1853019 PMID: 33411576
- Baethge, C., & Jergas, H. (2025). Systematic review and meta-analysis of quotation inaccuracy in medicine. Research Integrity and Peer Review, 10(1), 13. doi:10.1186/s41073-025-00173-z PMID: 40696441
- Chelli, M., Descamps, J., Lavoué, V., Trojani, C., Azar, M., Deckert, M., Raynier, J.-L., Clowez, G., Boileau, P., & Ruetsch-Chelli, C. (2024). Hallucination rates and reference accuracy of ChatGPT and Bard for systematic reviews: Comparative analysis. Journal of Medical Internet Research, 26, e53164. doi:10.2196/53164 PMID: 38776130
มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?
ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ





