เปรียบเทียบข้อมูลสมมติชุดเดียวกัน แผงซ้ายเป็นแท่งพร้อมค่าคลาดเคลื่อนมาตรฐาน แผงขวาแสดงข้อมูลรายคน ทำให้เห็นว่ากลุ่มทดลองแยกเป็นสองกลุ่มย่อย

ตารางและรูปในบทความวิชาการ: Table 1 กราฟ และไฟล์ภาพ

ตารางและรูปในบทความวิชาการ ต้องให้ผู้อ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องกลับไปอ่านเนื้อหา แต่ละชิ้นสื่อข้อความเดียว มีหน่วยและคำย่ออธิบายครบ และส่งเป็นไฟล์ตามความละเอียดและขนาดที่วารสารกำหนด

ตารางและรูปในบทความวิชาการ: เลือกว่าอะไรควรเป็นตาราง อะไรควรเป็นรูป

กฎตัดสินใจที่ใช้ได้เร็ว: ถ้าผู้อ่านต้องการ “ตัวเลขที่แน่นอน” (ค่าเฉลี่ย, OR, 95% CI) ใช้ตาราง ถ้าผู้อ่านต้องการเห็น “รูปแบบ” (แนวโน้ม การกระจาย ความต่างระหว่างกลุ่ม) ใช้รูป และถ้าสรุปได้ในหนึ่งประโยค เช่น “ไม่มีความแตกต่างของอายุระหว่างกลุ่ม” ให้เขียนเป็นประโยคแทนการสร้างตารางหรือรูป แต่ละชิ้นควรตอบคำถามเดียว ถ้าต้องอธิบายสองประเด็นในรูปเดียว ให้แยกเป็นสองรูป

การจัดวางบทผลการวิจัยทั้งบท รวมถึงการเขียนบรรยายประกอบตาราง ดู บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล และ Results Section ภาษาอังกฤษ บทความนี้เน้นการออกแบบตัวตารางและรูปเอง

Table 1: ลักษณะพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง ควรรายงานอะไร

Hayes-Larson และคณะ (2019) ทบทวนและสังเคราะห์แนวทางสำหรับ Table 1 ในงานระบาดวิทยาและงานวิจัยทางคลินิก โดยเสนอโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับคอลัมน์ แถว และเซลล์ เพื่อให้ผู้อ่านประเมินความตรงภายในและภายนอกของการศึกษาได้ รวมถึงปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ ข้อมูลขาดหาย ตัวถ่วงน้ำหนัก ข้อมูลแบบกลุ่ม และปฏิสัมพันธ์ (ตามบทคัดย่อของบทความ เราอ่านเฉพาะบทคัดย่อ) ที่ต้องชั่งน้ำหนักคือความครบถ้วนกับความกระชับ ใช้เป็นกรอบคิดได้ ดังนี้

  • แถวหัวตาราง: ระบุจำนวนผู้เข้าร่วมในแต่ละกลุ่ม (n) ในหัวคอลัมน์
  • ตัวแปรต่อเนื่อง: รายงานค่าเฉลี่ยพร้อม SD หรือมัธยฐานพร้อมพิสัยระหว่างควอร์ไทล์ถ้าการกระจายเบ้ CONSORT 2010 E&E ระบุว่า SE และช่วงความเชื่อมั่นไม่เหมาะกับการบรรยายความแปรปรวน เพราะเป็นสถิติเชิงอนุมาน ไม่ใช่เชิงบรรยาย (Moher et al., 2010)
  • ตัวแปรกลุ่ม: รายงานจำนวนและร้อยละของแต่ละระดับ
  • ข้อมูลที่ขาด: ระบุจำนวนที่ขาดของตัวแปรสำคัญ เพราะเป็นประเด็นที่ Hayes-Larson และคณะยกขึ้นมาในกรอบของ Table 1
  • หน่วยและทศนิยม: ใช้หน่วยและจำนวนทศนิยมคงที่ในตัวแปรเดียวกัน

งาน RCT: ไม่ใส่ p-value เทียบกลุ่มใน Table 1

รายการที่ 15 ของ CONSORT 2010 กำหนดให้มีตารางลักษณะพื้นฐานทางประชากรและทางคลินิกของแต่ละกลุ่ม (Schulz et al., 2010) และคำอธิบายประกอบ (Moher et al., 2010) ระบุว่า การทดสอบนัยสำคัญของความต่างก่อนเริ่มการทดลองยังพบบ่อย ซึ่งรายงานในครึ่งหนึ่งของ RCT 50 เรื่องที่ตีพิมพ์ในวารสารทั่วไปชั้นนำปี 1997 แต่เหตุผลคือ ความแตกต่างใด ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นผลของโอกาส จึงเป็นการทดสอบที่ “ไม่ผิดนัก แต่ไม่สมเหตุผล” (not necessarily wrong, just illogical) และ “superfluous and can mislead” ให้ประเมินจากความสำคัญเชิงพยากรณ์ของตัวแปรและขนาดของความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นแทน ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ตัวเลขสมมติ

ลักษณะกลุ่มทดลอง (n = 60)กลุ่มควบคุม (n = 60)
อายุ (ปี) ค่าเฉลี่ย (SD)54.2 (9.8)53.6 (10.4)
เพศหญิง n (%)33 (55.0)31 (51.7)
ดัชนีมวลกาย (กก./ม.²) ค่าเฉลี่ย (SD)27.1 (3.9)27.4 (4.2)
ความดันซิสโตลิกก่อนเริ่ม (mmHg) ค่าเฉลี่ย (SD)148.3 (12.1)147.9 (11.8)
ข้อมูลที่ขาดของตัวแปรหลัก n (%)0 (0)0 (0)

ตัวอย่างสมมติข้างต้นไม่มีคอลัมน์ p-value และรายงานค่าเฉลี่ยพร้อม SD ผู้อ่านดูได้ว่าความดันซิสโตลิกก่อนเริ่มต่างกัน 0.4 mmHg ซึ่งเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ SD ราว 12 mmHg ถ้ามีตัวแปรที่พยากรณ์ผลลัพธ์ได้แรงและกลุ่มไม่สมดุล ให้อภิปรายและปรับในการวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัดสินด้วย p ส่วนงาน observational ให้ใช้ตารางตามแนวทางที่เหมาะกับแบบการศึกษา ดู STROBE checklist และ เลือก reporting guideline

รูป: ข้อความเดียว แกนและหน่วยครบ คำอธิบายอ่านจบในตัวเอง

ลำดับตรวจรูปก่อนส่ง (เรียงตามลำดับที่ควรทำ)

  1. เขียนข้อความหลักของรูปเป็นหนึ่งประโยค แล้วตั้งเป็นต้นร่างของ caption ถ้าเขียนไม่ได้ แสดงว่ารูปสื่อมากกว่าหนึ่งเรื่อง
  2. เลือกชนิดกราฟให้ตรงกับชนิดข้อมูล: ข้อมูลต่อเนื่องจำนวนน้อยใช้จุดรายคน กล่องหรือฮิสโตแกรม ไม่ใช่แท่งพร้อม SE (ดูหัวข้อถัดไป)
  3. แกนทุกแกนมีชื่อและหน่วย แกนแท่งเริ่มที่ศูนย์ ตัวอักษรบนรูปต้องอ่านได้ที่ขนาดพิมพ์จริง
  4. Legend และคำย่อ: อธิบายสัญลักษณ์ ค่าที่แสดง (ค่าเฉลี่ย ± SD หรือมัธยฐาน IQR) และ n ใน caption Wiley ระบุให้ legend อธิบายคำย่อและสัญลักษณ์ในรูปทั้งหมด (Wiley)
  5. Caption อ่านจบในตัวเอง: ผู้อ่านที่เห็นเฉพาะรูปกับ caption ควรรู้ว่าข้อมูลคืออะไร มาจากใคร จำนวนเท่าใด และใช้สถิติใด
  6. อ้างถึงทุกรูปในเนื้อความและเรียงเลขตามลำดับที่ปรากฏ ตามรายการตรวจสอบของ Wiley และ Elsevier (Elsevier)

สูตร caption ที่ใช้ได้: “ภาพที่ N: [ข้อสรุปหรือเนื้อหา] (n = …; แสดง [ค่าเฉลี่ย ± SD / มัธยฐาน (IQR)]). [คำย่อ]. [ที่มาของข้อมูล]” ตัวอย่างอยู่ใต้ภาพที่ 1 ด้านล่าง ซึ่งระบุว่าเป็นข้อมูลสมมติ จำนวน และวิธีสร้างข้อมูล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: กราฟแท่งพร้อม SE และแกนที่ถูกตัด

Weissgerber และคณะ (2015) ทบทวนอย่างเป็นระบบบทความ 703 เรื่องในวารสารสรีรวิทยาชั้นนำ พบว่าบทความส่วนใหญ่แสดงข้อมูลต่อเนื่องด้วยกราฟแท่งหรือกราฟเส้น และแทบไม่มี scatterplot, box plot หรือ histogram ที่ให้ผู้อ่านตรวจข้อมูลดิบได้ ปัญหาคือ ข้อมูลที่กระจายต่างกันมากให้กราฟแท่งหรือเส้นเดียวกันได้ ข้อสรุปจากข้อมูลทั้งหมดอาจต่างจากสถิติสรุป ผู้เขียนเสนอให้แสดงข้อมูลรายคนในงานที่มีตัวอย่างน้อย ภาพที่ 1 ด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติ: ข้อมูลชุดเดียวกัน แต่แผงซ้ายซ่อนความจริงว่ากลุ่มทดลองแยกเป็นสองกลุ่มย่อย (7 คนต่ำ 5 คนสูง)

เปรียบเทียบข้อมูลสมมติชุดเดียวกัน แผงซ้ายเป็นแท่งพร้อมค่าคลาดเคลื่อนมาตรฐาน แผงขวาแสดงข้อมูลรายคน ทำให้เห็นว่ากลุ่มทดลองแยกเป็นสองกลุ่มย่อย
ภาพที่ 1: ข้อมูลสมมติ (HYPOTHETICAL) n = 12 ต่อกลุ่ม สร้างด้วย R set.seed(2026) แผงซ้ายคือแท่งค่าเฉลี่ยพร้อม SE (กลุ่มควบคุม 46.5 ± 1.4, กลุ่มทดลอง 52.4 ± 4.2) แผงขวาคือข้อมูลชุดเดียวกันที่แสดงทุกจุด กลุ่มทดลองมี 7 คนต่ำ (31.8–47.4) และ 5 คนสูง (62.4–73.9) สีตามชุด Okabe-Ito

ในตัวอย่างนี้ Welch t-test ให้ t = −1.32, df = 13.2, p = 0.21 (คำนวณจากข้อมูลสมมติเดียวกัน) แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าทำไมความแปรปรวนต่างกัน (SD 4.7 เทียบกับ 14.7) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้อ่านเห็นได้ทันทีเมื่อมีจุดรายคน ถ้าตัวอย่างต่อกลุ่มน้อย ให้แสดงทุกจุด

  • แกนถูกตัดในกราฟแท่ง: ความสูงของแท่งสื่อขนาดของค่า จึงควรเริ่มแกนที่ศูนย์ งานของ Yang และคณะ (2021) ใช้ชื่อบทความว่า “Truncating bar graphs persistently misleads viewers” (เราอ่านเฉพาะชื่อและข้อมูลบรรณานุกรม) ถ้าช่วงที่สนใจแคบจริง ให้ใช้กราฟจุดหรือเส้นแทนแท่ง และบอกช่วงของแกนใน caption
  • SE แทน SD เพื่อให้แถบดูสั้นลง: SE เป็นสถิติเชิงอนุมาน ไม่ใช่การบรรยายการกระจาย (Moher et al., 2010) ระบุให้ชัดเสมอว่าแถบคือ SD, SE หรือ 95% CI
  • ไม่บอก n: ใส่ n ต่อกลุ่มใน caption หรือใต้แกน
  • ใช้สีอย่างเดียวแยกกลุ่ม: ดูหัวข้อถัดไป

สีที่ผู้มีภาวะตาบอดสีอ่านได้

Wong (2011) ใน Nature Methods เขียนว่าผู้ชายเชื้อสายยุโรปเหนือมากถึง 8% และผู้หญิง 0.5% มีภาวะตาบอดสีแดง–เขียวชนิดที่พบบ่อย และมีโอกาส 22% ที่ผู้ประเมินสามคนที่เป็นชายเชื้อสายยุโรปเหนือจะมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ตาบอดสี (ตัวเลขนี้เป็นของประชากรกลุ่มนั้น ไม่ใช่ประชากรไทย และเราอ่านได้เฉพาะส่วนต้นของบทความที่เปิดให้อ่านฟรี) Elsevier ระบุว่าภาวะนี้พบ 5–10% ของประชากร ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย และแนะนำห้าข้อ ได้แก่ ใช้จานสีที่ปลอดภัยกับตาบอดสี ใช้ความคมชัดสูง เปลี่ยนสีแดงเป็นแมเจนตาในภาพเรืองแสงแดง–เขียว จำลองการมองของผู้ตาบอดสี และพิจารณาว่าต้องใช้สีหรือไม่ โดยอาจใช้รูปร่าง ตำแหน่ง หรือชนิดเส้นแทน (Elsevier artwork)

จานสีที่ใช้บ่อยคือชุดของ Okabe และ Ito ซึ่งหน้าของผู้เสนอระบุว่าเลือกให้แยกได้ทั้งผู้ตาบอดสีและไม่ตาบอดสี เช่น ใช้ vermilion แทนแดง และ bluish green แทนเขียว (Okabe & Ito) และคำแก้ไขของบทความ Wong ระบุว่าจานสีในบทความนั้นอ้างอิงงานของ Ito และ Okabe (2002) ใน R 4.x เรียกใช้ได้ด้วยคำสั่งเดียว

palette.colors(8, "Okabe-Ito")   # ชุดสีที่มากับ R 4.x (R 4.3.3)
#  black "#000000"  orange "#E69F00"  skyblue "#56B4E9"  bluishgreen "#009E73"
#  yellow "#F0E442" blue "#0072B2"  vermillion "#D55E00" reddishpurple "#CC79A7"
# รูปที่ 1 ใช้ blue (#0072B2) และ vermillion (#D55E00)

กฎปฏิบัติ: ใช้ไม่เกินสี่ถึงห้าสีในรูปเดียว แยกกลุ่มด้วยรูปร่างจุดหรือชนิดเส้นควบคู่กับสี และตรวจรูปในโหมดขาวดำก่อนส่ง

ความละเอียดและชนิดไฟล์ตามข้อกำหนดของวารสาร

ตัวเลขด้านล่างเป็นข้อกำหนดของ Elsevier และ Wiley ตามที่เขียนไว้ในหน้าทางการ (ตรวจเมื่อ 11 ตุลาคม 2569) ไม่ใช่ข้อกำหนดของทุกวารสาร Elsevier ย้ำว่าบางวารสารมีคำแนะนำเฉพาะเพิ่มเติม ให้ตรวจ guide for authors ของวารสารที่ส่งก่อนเสมอ

รายการElsevier (ตามหน้า artwork sizing และ formats)Wiley (ตามหน้า figure preparation)
ความละเอียด300 DPI ภาพ halftone; 500 DPI combination art; 1000 DPI line artline art 600 dpi; images 300 dpi
ขนาดกว้างsingle column 90 mm; 1.5 column 140 mm; double column 190 mm80–180 mm (ขนาดต่ำสุด “at least 80mm canvas size or 1800 pixels wide”)
ขนาดตัวอักษรในรูปขนาดพิมพ์สำเร็จ 7 pt สำหรับข้อความปกติ และไม่เล็กกว่า 6 pt สำหรับตัวห้อย/ตัวยก (ระบุว่าเป็น rule-of-thumb)ตัวอักษรและสัญลักษณ์ต้องใหญ่พอให้อ่านง่าย (ไม่ระบุขนาด pt ในหน้านี้)
ชนิดไฟล์TIFF, JPEG, EPS, PDF และไฟล์ Office (ตารางรูปแบบที่ยอมรับ)line art: PDF เป็นรูปแบบที่แนะนำ; images: PNG, TIFF
ขนาดไฟล์ไม่ระบุในหน้าที่เปิดไม่เกิน 10 MB ต่อไฟล์
คำอธิบายภาพ (caption/legend)ส่งแยกกับต้นฉบับ หรือไว้ท้ายไฟล์ต้นฉบับ ถ้าระบบไม่มีช่อง Figure Captionแยกเป็นหัวข้อ “Figure legend” ในไฟล์หลัก และอธิบายคำย่อกับสัญลักษณ์

ตัวอย่างคำนวณ: จำนวนพิกเซล = DPI × ความกว้างเป็นนิ้ว (Elsevier) รูปกว้าง 90 mm (3.543 นิ้ว) ที่ 300 DPI ต้องมีอย่างน้อยประมาณ 1,063 พิกเซล ซึ่งตรงกับตารางของ Elsevier ส่วนภาพกว้าง 1,600 พิกเซลสำหรับเว็บ (เช่น ภาพที่ 1 ในหน้านี้) ถ้าขยายเต็มคอลัมน์คู่กว้าง 190 mm (7.48 นิ้ว) จะเหลือเพียง 1600 / 7.48 ≈ 214 DPI ต่ำกว่า 300 DPI จึงควรส่งออกใหม่จากโค้ดที่ขนาดและความละเอียดเป้าหมาย ไม่ใช่ขยายภาพเดิม ตัวอย่างใน R:

library(ggplot2)
# ส่งออก TIFF กว้าง 90 mm (single column) ที่ 300 dpi ด้วย ragg
ggsave("Figure_1.tiff", plot = p, width = 90, height = 70, units = "mm",
       dpi = 300, device = ragg::agg_tiff, compression = "lzw")
# ผลที่ได้จากการทดสอบ: ไฟล์กว้าง 1,062 พิกเซล (90 mm = 3.543 นิ้ว; 3.543 x 300 = 1,063)

# กราฟเวกเตอร์ (line art) ใช้ PDF แทน เพื่อไม่ต้องกังวลเรื่อง dpi
ggsave("Figure_2.pdf", plot = p, width = 90, height = 70, units = "mm")

ขนาดไฟล์ภาพถ่ายและภาพสำหรับ graphical abstract มีข้อกำหนดแยกต่างหาก ดู graphical abstract คือ? ขนาดไฟล์และนโยบายของ Elsevier สำหรับวิทยานิพนธ์ภาษาไทย รูปแบบตาราง รูป และเลขกำกับตามคู่มือบัณฑิตวิทยาลัยของแต่ละมหาวิทยาลัย เราไม่ได้ตรวจคู่มือของสถาบันใด ให้ตรวจฉบับของสถาบันตนเองก่อนจัดรูปเล่ม

สรุป

  • ตัวเลขแน่นอนใช้ตาราง รูปแบบและการกระจายใช้รูป และเขียนข้อความหลักของแต่ละชิ้นเป็นหนึ่งประโยค
  • Table 1: ใส่ n ต่อกลุ่ม ค่าเฉลี่ยพร้อม SD (หรือมัธยฐานพร้อม IQR) จำนวนและร้อยละของตัวแปรกลุ่ม และจำนวนข้อมูลขาด งาน RCT ไม่ใส่ p-value เทียบกลุ่ม
  • แสดงข้อมูลรายคนเมื่อตัวอย่างน้อย อย่าใช้แท่งพร้อม SE กับข้อมูลต่อเนื่องจำนวนน้อย และเริ่มแกนแท่งที่ศูนย์
  • แกนมีชื่อและหน่วย ระบุว่าแถบคือ SD, SE หรือ CI และมี n ใน caption
  • ใช้จานสีที่ตาบอดสีอ่านได้ เช่น Okabe-Ito และแยกกลุ่มด้วยรูปร่างหรือชนิดเส้นด้วย
  • ส่งออกไฟล์ตามขนาดและ DPI ที่วารสารระบุ (ตัวอย่างของ Elsevier และ Wiley ในตาราง) และเทียบกับ guide for authors

ถ้าต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจตารางและรูปก่อนส่งต้นฉบับ ดูบริการ วิเคราะห์สถิติ และสอบถามส่วนลดสำหรับนักศึกษาหรือนักวิจัยที่ไม่มีทุน หรือขอคำชี้แจงเพิ่มเติมผ่านแบบฟอร์มที่ ติดต่อเรา หรืออีเมล [email protected] บริการของเราดำเนินการตามแนวทาง ICMJE, COPE และ GPP3

เอกสารอ้างอิง

  1. Elsevier. (n.d.). Artwork and media instructions; Artwork sizing; Artwork formats checklist. https://www.elsevier.com/about/policies-and-standards/author/artwork-and-media-instructions
  2. Hayes-Larson, E., Kezios, K. L., Mooney, S. J., & Lovasi, G. (2019). Who is in this study, anyway? Guidelines for a useful Table 1. Journal of Clinical Epidemiology, 114, 125–132. doi:10.1016/j.jclinepi.2019.06.011 PMID: 31229583
  3. Moher, D., Hopewell, S., Schulz, K. F., Montori, V., Gøtzsche, P. C., Devereaux, P. J., Elbourne, D., Egger, M., & Altman, D. G. (2010). CONSORT 2010 explanation and elaboration: updated guidelines for reporting parallel group randomised trials. BMJ, 340, c869. doi:10.1136/bmj.c869 PMID: 20332511
  4. Okabe, M., & Ito, K. (2002; modified 2008). Color Universal Design (CUD): How to make figures and presentations that are friendly to colorblind people. https://jfly.uni-koeln.de/color/
  5. Schulz, K. F., Altman, D. G., Moher, D., & CONSORT Group. (2010). CONSORT 2010 statement: updated guidelines for reporting parallel group randomised trials. BMJ, 340, c332. doi:10.1136/bmj.c332 PMID: 20332509
  6. Weissgerber, T. L., Milic, N. M., Winham, S. J., & Garovic, V. D. (2015). Beyond bar and line graphs: time for a new data presentation paradigm. PLoS Biology, 13(4), e1002128. doi:10.1371/journal.pbio.1002128 PMID: 25901488
  7. Wiley Author Services. (n.d.). Guidelines for the preparation of figures. https://authorservices.wiley.com/author-resources/Journal-Authors/Prepare/manuscript-preparation-guidelines.html/figure-preparation.html
  8. Wong, B. (2011). Points of view: Color blindness. Nature Methods, 8(6), 441. doi:10.1038/nmeth.1618 PMID: 21774112; Author Correction (2023), Nature Methods, 20(8), 1266. doi:10.1038/s41592-023-01974-0
  9. Yang, B. W., Vargas Restrepo, C., Stanley, M. L., & Marsh, E. J. (2021). Truncating bar graphs persistently misleads viewers. Journal of Applied Research in Memory and Cognition, 10(2), 298–311. doi:10.1016/j.jarmac.2020.10.002

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *