แผนภูมิแท่งแสดงเหตุผลที่บทความถูกปฏิเสธหลังผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จากรายงานของ Menon 2022

ข้อผิดพลาดในการเขียนบทความทางการแพทย์ ที่ทำให้ถูกปฏิเสธ

ข้อผิดพลาดในการเขียนบทความทางการแพทย์ ที่ทำให้ถูกปฏิเสธมีรูปแบบซ้ำกันในหลักฐานที่ตีพิมพ์ ได้แก่ ประเด็นไม่ตรงขอบเขตวารสาร ความใหม่ไม่ชัด การออกแบบและสถิติ ข้อสรุปเกินผล และส่วนต่าง ๆ ของต้นฉบับที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งตรวจพบได้เองก่อนส่งด้วยรายการตรวจ 9 ข้อในบทความนี้

ข้อผิดพลาดในการเขียนบทความทางการแพทย์ในรายงานปฏิเสธต้นฉบับ: หลักฐานที่ตีพิมพ์

บทความนี้ใช้หลักฐานสามชุดที่ตรวจสอบได้ แต่ละชุดมาจากบริบทเดียว จึงใช้ดูรูปแบบของปัญหา ไม่ใช่อัตราที่ใช้ทำนายผลของต้นฉบับของท่าน

  • Bordage (Academic Medicine 2001) วิเคราะห์ความเห็นผู้ทบทวนต่อต้นฉบับวิจัย 151 เรื่องที่ส่งเข้าการประชุม Research in Medical Education ปี ค.ศ. 1997–1998 (ผู้ทบทวนเฉลี่ย 4.1 คนต่อเรื่อง) สิบเหตุผลแรกของการปฏิเสธคือ สถิติไม่เหมาะสมหรือไม่ครบ ตีความผลเกิน เครื่องมือวัดไม่เหมาะสม กลุ่มตัวอย่างเล็กหรือเอนเอียง ข้อความอ่านตามยาก การตั้งปัญหาไม่พอ ข้อมูลที่รายงานไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกัน การทบทวนวรรณกรรมไม่ครบหรือล้าสมัย ข้อมูลที่นำเสนอไม่พอ และตารางหรือภาพบกพร่อง ผู้เขียนสรุปว่าการตีความเกินผลและการใช้สถิติผิดแก้ได้ แต่การไม่สนใจวรรณกรรม การออกแบบงานไม่ดี การเลือกเครื่องมือผิด และการเขียนไม่ดี มีแนวโน้มเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง
  • Pierson (Respiratory Care 2004) ชี้ว่าเหตุผลที่เลี่ยงได้ง่ายคือการส่งต้นฉบับที่ไม่ตรงกับประเภทบทความหรือเนื้อหาที่วารสารตีพิมพ์ การเขียนไม่ดีขัดขวางการทบทวนแต่ไม่ค่อยเป็นเหตุผลหลัก ข้อบกพร่องของ Methods, Results และ Discussion แก้ไขได้ ส่วนข้อบกพร่องพื้นฐานของการออกแบบงานมักทำให้บทความไปต่อไม่ได้เมื่อทำวิจัยเสร็จแล้ว
  • Menon และคณะ (Indian Journal of Psychological Medicine 2022) วิเคราะห์รายงานปฏิเสธ 898 ฉบับ (ม.ค. 2018 – พ.ค. 2020) พบว่า desk rejection มีมัธยฐานเวลา 3 วัน ส่วนการปฏิเสธหลังผู้ทรงคุณวุฒิทบทวนและหลังบรรณาธิการทบทวนซ้ำใช้ 42 และ 96 วัน เหตุผลที่พบมากที่สุดตอน desk rejection คือขาดความใหม่หรืออยู่นอกขอบเขตวารสาร ส่วนหลังทบทวนคือการออกแบบงานไม่เหมาะ การอธิบายวิธีวิจัยไม่ดี การเขียนไม่ดี และเหตุผลสนับสนุนงานอ่อน
แผนภูมิแท่งแสดงเหตุผลที่บทความถูกปฏิเสธหลังผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จากรายงานของ Menon 2022
ภาพที่ 1: เหตุผลที่บทความถูกปฏิเสธหลังผู้ทรงคุณวุฒิทบทวน (217 ฉบับ) ของวารสารจิตเวชศาสตร์อินเดียหนึ่งฉบับ หนึ่งฉบับมีได้หลายเหตุผล ที่มา: Menon et al., Indian J Psychol Med 2022;44(1):59-65, ตารางที่ 2 (PMID 35509668) ตัวเลขใช้ตามที่บทความรายงาน

ระยะ desk rejection ในงานเดียวกัน (627 ฉบับ) เหตุผลหลักคือขาดความใหม่ 51.8% และอยู่นอกขอบเขตวารสาร 17.4% สองข้อนี้แก้ไม่ได้ด้วยการเกลาต้นฉบับ ต้องแก้ที่การเลือกวารสารและการวางตำแหน่งงาน (ดู 10 สาเหตุที่ทำให้บทความถูก Desk Rejected และวิธีป้องกัน)

9 ข้อผิดพลาด หลักฐานประกอบ และวิธีตรวจก่อนส่ง

ข้อผิดพลาดหลักฐานที่ตีพิมพ์วิธีตรวจก่อนส่ง (กฎตัดสินใจ)
1. ไม่มีคำถามวิจัยที่ชัดBordage: การตั้งปัญหาไม่พอ อยู่ในสิบเหตุผลแรก; Menon: เหตุผลสนับสนุนงานอ่อนพบบ่อยหลังทบทวนเขียนคำถามเป็นประโยคเดียว (PICO หรือเทียบเท่า) แล้วตรวจว่าคำสำคัญตรงกันในย่อหน้าสุดท้ายของบทนำ วัตถุประสงค์ และบทคัดย่อ
2. aim, methods และข้อสรุปไม่ตรงกันMenon: ข้อสรุปไม่สอดคล้องกับผล 17.5% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวน (n = 217)ทำตารางจับคู่ตามขั้นตอน 5 ขั้นในหัวข้อถัดไป
3. ไม่ระบุ reporting guidelineTurner (Cochrane 2012): RCT ในวารสารที่รับรอง CONSORT อธิบาย allocation concealment ครบ 45% (393/876) เทียบ 22% (329/1520) ในวารสารที่ไม่รับรองเลือก checklist ตามรูปแบบการศึกษา แนบและระบุตำแหน่งที่รายงานแต่ละข้อ (ดู เลือก reporting guideline ให้ตรงกับรูปแบบการศึกษา และ STROBE Checklist สำหรับงาน Retrospective และ Observational)
4. ตีความเกินผลBordage: อันดับ 2 ในสิบเหตุผลแรก; Menon: 17.5% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวน; ICMJE: บทคัดย่อต้องไม่ตีความเกินผลให้ทุกประโยคสรุปชี้ไปที่ตัวเลขหนึ่งตัวในตารางได้ ถ้าชี้ไม่ได้ให้ตัดหรือลดระดับ (ดู คำที่ควรหลีกเลี่ยงในบทความทางการแพทย์)
5. ข้อจำกัดไม่เพียงพอIoannidis (2007): ใน 400 บทความ มี 67 เรื่อง (17%) ที่ใช้คำเกี่ยวกับข้อจำกัดอย่างน้อยหนึ่งคำ และเพียง 4 เรื่อง (1%) ใช้ในบทคัดย่อ; Menon: อภิปรายไม่เพียงพอ 30.4% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวนเขียนข้อจำกัดเป็นข้อ ๆ โดยบอกทิศทางของอคติและผลต่อข้อสรุป ไม่ใช่เพียงประโยคว่า “ควรศึกษาเพิ่มเติม”
6. บทคัดย่อไม่ตรงกับเนื้อหาPitkin (JAMA 1999): ใน 6 วารสาร สัดส่วนบทคัดย่อที่มีข้อมูลไม่สอดคล้องหรือไม่พบในเนื้อหาอยู่ระหว่าง 18% ถึง 68%เขียนบทคัดย่อเป็นส่วนสุดท้าย แล้วเทียบตัวเลขทีละตัวกับตารางและเนื้อหา
7. ไม่ตรงขอบเขตและคำแนะนำผู้นิพนธ์Menon: อยู่นอกขอบเขต 17.4% ของ desk rejection (n = 627); Pierson: ส่งผิดประเภทบทความหรือเนื้อหาเป็นเหตุผลที่เลี่ยงได้อ่านบทความล่าสุดของวารสารในประเภทเดียวกับงานของท่านสามเรื่อง แล้วเทียบความยาว โครงสร้าง และประเภทบทความ
8. ภาษาและการนำเสนอMenon: การนำเสนอไม่ดีพบ 50.7% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวน (เขียนไม่ดี 45.2%); Pierson: เขียนไม่ดีขัดขวางการทบทวนแต่ไม่ค่อยเป็นเหตุผลหลักตรวจภาษาหลังโครงสร้างและตัวเลขนิ่งแล้ว (ดู เรียบเรียงบทความวิชาการใหม่ ต่างจากตรวจแก้ภาษาอย่างไร)
9. ไม่มีข้อความด้านจริยธรรมMenon: ข้อผิดพลาดด้านจริยธรรม (รวมไม่มีการยินยอมหรือใบรับรองของคณะกรรมการ ลอกเลียน ไม่ลงทะเบียนการทดลอง ส่งซ้ำ) 5.9% ของ desk rejection; ICMJE: ผู้เขียนควรขออนุมัติจากหน่วยพิจารณาอิสระและพร้อมแสดงเอกสารใส่ข้อความรับรองหรือยกเว้น เลขที่ วันที่ และการยินยอมไว้ใน Methods (ดู ขอรับรองจริยธรรมการวิจัย: ระยะเวลาและการวางแผนย้อนหลัง)

เรียงลำดับแก้ตามความแก้ไขได้ยาก ข้อ 1, 2, 7 และ 9 กระทบโครงของงาน ควรแก้ก่อน ข้อ 4, 5, 6 แก้ที่ตัวบทและตัวเลข ข้อ 3 และ 8 แก้ทีหลังเพราะขึ้นกับว่าโครงและเนื้อหานิ่งแล้วหรือยัง

ตัวอย่างคำนวณ: ตรวจความสอดคล้องของบทความใน 5 ขั้น

ข้อ 1, 2, 4 และ 6 ของตารางตรวจได้ด้วยวิธีเดียว คือจับคู่ทุกส่วนของบทความกับวัตถุประสงค์ ภาพที่ 2 แสดงลำดับ และตัวอย่างด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติ สร้างขึ้นเพื่อสาธิตวิธี ไม่ได้มาจากงานตีพิมพ์ใด

ผังรายการตรวจความสอดคล้องของบทความ ตั้งแต่คำถามวิจัยถึงบทคัดย่อ
ภาพที่ 2: ลำดับตรวจความสอดคล้องของบทความทีละส่วน เป็นรายการตรวจของผู้เขียนบทความนี้ ไม่ใช่เกณฑ์ทางการของวารสารใด
  1. คัดวัตถุประสงค์จากบทนำเป็นรายการ (ตัวอย่างสมมติ: 3 ข้อ คือ ก. เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง HbA1c ข. เปรียบเทียบเหตุการณ์น้ำตาลต่ำ ค. อธิบายการกินยาตามสั่ง)
  2. จับคู่กับ Methods ว่ามีตัวแปร วิธีวัด และวิธีวิเคราะห์ต่อข้อหรือไม่ (ตัวอย่าง: ครอบคลุม ก. และ ข. = 2 จาก 3 ข้อ)
  3. จับคู่กับ Results ว่ารายงานผลครบทุกข้อหรือไม่ (ตัวอย่าง: มีผลของ ก. และ ข. ไม่มีผลของ ค. = 2 จาก 3 ข้อ)
  4. ขีดเส้นใต้ทุกข้ออ้างใน Discussion และข้อสรุป แล้วชี้ว่ามาจากวัตถุประสงค์ข้อใด (ตัวอย่าง: ประโยค “โปรแกรมช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต” ไม่ตรงกับข้อใดเลย จึงต้องตัดหรือเพิ่มการวัดที่รองรับ)
  5. เทียบตัวเลขในบทคัดย่อกับเนื้อหา (ตัวอย่าง: บทคัดย่อมีตัวเลข 6 ตัว ตรงกับตาราง 5 ตัว ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมบทคัดย่อเขียน 52 ราย แต่ตารางที่ 1 เขียน 50 ราย)
จุดตรวจผลในตัวอย่างสมมติการแก้
Methods ครอบคลุมวัตถุประสงค์2/3เพิ่มวิธีวัดการกินยาตามสั่ง หรือตัดข้อ ค. ออกจากวัตถุประสงค์
Results ครอบคลุมวัตถุประสงค์2/3รายงานผลข้อ ค. แม้ไม่น่าสนใจ ผลที่ไม่เป็นบวกต้องรายงานด้วย
ข้อสรุปที่ไม่มีวัตถุประสงค์รองรับ1 ประโยคตัดหรือเปลี่ยนเป็นสมมติฐานสำหรับงานต่อไป
ตัวเลขบทคัดย่อตรงกับเนื้อหา5/6 (83%)ต้องได้ 6/6 ก่อนส่ง เพราะตัวเลขที่ไม่ตรงทำให้ผู้ทบทวนสงสัยทั้งฉบับ

หลักตัดสินใจ: ถ้าจุดตรวจใดไม่ได้ครบทุกข้อ ให้แก้ที่ต้นทางก่อน คือวัตถุประสงค์หรือข้อมูล แล้วจึงแก้ปลายทาง การแก้ข้อความท้ายบทความอย่างเดียวไม่ทำให้ Methods ที่ไม่ครอบคลุมครบขึ้นมาได้ ตามที่ Bordage สรุปว่าปัญหาด้านการออกแบบงานมักแก้ไม่ได้ด้วยการเขียนใหม่

ข้อผิดพลาดที่แก้ได้ กับข้อผิดพลาดที่ต้องกลับไปที่งานวิจัย

Bordage และ Pierson ให้เส้นแบ่งตรงกัน ข้อที่แก้ได้ด้วยการเขียนคือการตีความเกินผล สถิติที่ใช้ไม่เหมาะ ตารางและภาพที่บกพร่อง ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน และการเขียนที่เข้าใจยาก ส่วนข้อที่ต้องกลับไปที่งานคือการออกแบบที่ตอบคำถามไม่ได้ เครื่องมือวัดที่ไม่เหมาะ กลุ่มตัวอย่างที่เล็กหรือเอนเอียง และไม่มีการอนุมัติด้านจริยธรรมก่อนเก็บข้อมูล ผู้เขียนควรแยกสองกลุ่มนี้ก่อนตัดสินใจว่าจะส่งวารสารใด เพราะข้อบกพร่องกลุ่มหลังบางข้อไม่มีบริการแก้ไขหรือเรียบเรียงใดแก้ให้ได้ และงานเรียบเรียงบทความที่ทำได้จริงคืออะไรดู เรียบเรียงบทความวิชาการใหม่ ต่างจากตรวจแก้ภาษาอย่างไร

บริบทผู้เขียนไทย: ข้อความด้านจริยธรรมและเอกสารที่วารสารขอ

ข้อ 9 เป็นข้อที่ผู้เขียนไทยจัดการได้ล่วงหน้า แนวทาง ICMJE (ส่วน E, Protection of Research Participants) ระบุว่าผู้เขียนทุกคนควรขออนุมัติจากหน่วยพิจารณาอิสระระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ เช่น คณะกรรมการจริยธรรมหรือ IRB และต้องพร้อมแสดงเอกสารเมื่อบรรณาธิการร้องขอ (ICMJE อ่านจากเว็บไซต์ทางการ) ส่วนขั้นตอนและระยะเวลาเป็นกติกาของคณะกรรมการแต่ละแห่ง ไม่ใช่เกณฑ์กลางของประเทศ รายละเอียดดู ขอรับรองจริยธรรมการวิจัย: ระยะเวลาและการวางแผนย้อนหลัง

ตัวอย่างกติกาของสถาบันหนึ่ง (เป็นกติกาของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น): ประกาศ “เกณฑ์โครงการที่สามารถขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยโดยคณะกรรมการฯ เต็มชุด หรือเร่งด่วน พ.ศ. 2567” ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 เป็นการยกเว้นรูปแบบการพิจารณา ไม่ใช่การไม่ต้องยื่น งานที่เข้าเกณฑ์ยกเว้นยังต้องดำเนินการผ่านสำนักงานคณะกรรมการจริยธรรมของสถาบัน ผู้เขียนจึงควรเก็บเอกสารยืนยันการรับรองหรือยกเว้นจากสถาบันของตนไว้แสดงต่อวารสาร สถาบันอื่นอาจกำหนดต่างออกไป ให้ตรวจเอกสารล่าสุดของสถาบันที่สังกัด

เรื่องภาษา ผู้เขียนไทยมักเขียนบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษแยกกัน ถ้าวารสารที่จะส่งต้องการสองฉบับ ให้ถือว่าเป็นสองบทคัดย่อที่ต้องเทียบตัวเลขกับเนื้อหาแยกกันตามขั้นที่ 5 ในหัวข้อก่อนหน้า (ข้อกำหนดของวารสารเฉพาะฉบับดูในคำแนะนำผู้นิพนธ์ของวารสารนั้น) หากเริ่มจากบทคัดย่อภาษาไทย การแปลเป็นอังกฤษดูแนวทางใน การแปลบทคัดย่อไทยเป็นอังกฤษ

สรุป

  • เลือกวารสารและประเภทบทความก่อนเกลา เพราะขาดความใหม่และอยู่นอกขอบเขตเป็นเหตุผลหลักของ desk rejection ในงานของ Menon
  • เขียนคำถามวิจัยเป็นประโยคเดียว และให้ตรงกันในบทนำ วัตถุประสงค์ และบทคัดย่อ
  • จับคู่วัตถุประสงค์กับ Methods, Results และข้อสรุปทีละข้อ (ภาพที่ 2) ผลที่ไม่เป็นบวกต้องรายงานด้วย
  • ระบุ reporting guideline ที่ตรงกับรูปแบบการศึกษา และแนบ checklist
  • เขียนข้อจำกัดที่บอกทิศทางของอคติ และไม่ให้ข้อสรุปเกินตัวเลขในตาราง
  • เทียบตัวเลขในบทคัดย่อกับตารางให้ได้ครบทุกตัว
  • ใส่ข้อความจริยธรรม เลขที่รับรอง และการยินยอมใน Methods และเก็บเอกสารจริงไว้แสดงเมื่อถูกขอ
  • ตรวจภาษาเป็นขั้นสุดท้าย หลังโครงสร้างและตัวเลขนิ่งแล้ว

หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ตรวจต้นฉบับตามรายการนี้ก่อนส่ง ดูบริการ เขียนบทความทางการแพทย์ ของ Editverse ได้ นักศึกษาและนักวิจัยที่ไม่มีทุนสอบถามส่วนลดหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแบบฟอร์ม ติดต่อทีมงาน หรืออีเมล [email protected] บริการของ Editverse ดำเนินการตามแนวทาง ICMJE, COPE และ GPP3

เอกสารอ้างอิง

  1. Bordage, G. (2001). Reasons reviewers reject and accept manuscripts: The strengths and weaknesses in medical education reports. Academic Medicine, 76(9), 889-896. doi:10.1097/00001888-200109000-00010 PMID: 11553504
  2. Pierson, D. J. (2004). The top 10 reasons why manuscripts are not accepted for publication. Respiratory Care, 49(10), 1246-1252. doi:10.4187/respcare.04491246 PMID: 15447812
  3. Menon, V., Varadharajan, N., Praharaj, S. K., & Ameen, S. (2022). Why do manuscripts get rejected? A content analysis of rejection reports from the Indian Journal of Psychological Medicine. Indian Journal of Psychological Medicine, 44(1), 59-65. doi:10.1177/0253717620965845 PMID: 35509668
  4. Pitkin, R. M., Branagan, M. A., & Burmeister, L. F. (1999). Accuracy of data in abstracts of published research articles. JAMA, 281(12), 1110-1111. doi:10.1001/jama.281.12.1110 PMID: 10188662
  5. Ioannidis, J. P. A. (2007). Limitations are not properly acknowledged in the scientific literature. Journal of Clinical Epidemiology, 60(4), 324-329. doi:10.1016/j.jclinepi.2006.09.011 PMID: 17346604
  6. Turner, L., Shamseer, L., Altman, D. G., Weeks, L., Peters, J., Kober, T., et al. (2012). Consolidated standards of reporting trials (CONSORT) and the completeness of reporting of randomised controlled trials (RCTs) published in medical journals. Cochrane Database of Systematic Reviews, (11), MR000030. doi:10.1002/14651858.MR000030.pub2 PMID: 23152285
  7. International Committee of Medical Journal Editors. (n.d.). Recommendations: Protection of research participants (section II.E) และ Preparing a manuscript for submission. https://www.icmje.org/recommendations/browse/roles-and-responsibilities/protection-of-research-participants.html (เข้าถึง 11 ตุลาคม 2569)
  8. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานจริยธรรมการวิจัย ฝ่ายวิจัย. (2567). ประกาศ เรื่อง เกณฑ์โครงการที่สามารถขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยโดยคณะกรรมการฯ เต็มชุด หรือเร่งด่วน พ.ศ. 2567 (ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2567). https://irb.md.chula.ac.th/forms/

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *