ข้อผิดพลาดในการเขียนบทความทางการแพทย์ ที่ทำให้ถูกปฏิเสธ
ข้อผิดพลาดในการเขียนบทความทางการแพทย์ ที่ทำให้ถูกปฏิเสธมีรูปแบบซ้ำกันในหลักฐานที่ตีพิมพ์ ได้แก่ ประเด็นไม่ตรงขอบเขตวารสาร ความใหม่ไม่ชัด การออกแบบและสถิติ ข้อสรุปเกินผล และส่วนต่าง ๆ ของต้นฉบับที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งตรวจพบได้เองก่อนส่งด้วยรายการตรวจ 9 ข้อในบทความนี้
ข้อผิดพลาดในการเขียนบทความทางการแพทย์ในรายงานปฏิเสธต้นฉบับ: หลักฐานที่ตีพิมพ์
บทความนี้ใช้หลักฐานสามชุดที่ตรวจสอบได้ แต่ละชุดมาจากบริบทเดียว จึงใช้ดูรูปแบบของปัญหา ไม่ใช่อัตราที่ใช้ทำนายผลของต้นฉบับของท่าน
- Bordage (Academic Medicine 2001) วิเคราะห์ความเห็นผู้ทบทวนต่อต้นฉบับวิจัย 151 เรื่องที่ส่งเข้าการประชุม Research in Medical Education ปี ค.ศ. 1997–1998 (ผู้ทบทวนเฉลี่ย 4.1 คนต่อเรื่อง) สิบเหตุผลแรกของการปฏิเสธคือ สถิติไม่เหมาะสมหรือไม่ครบ ตีความผลเกิน เครื่องมือวัดไม่เหมาะสม กลุ่มตัวอย่างเล็กหรือเอนเอียง ข้อความอ่านตามยาก การตั้งปัญหาไม่พอ ข้อมูลที่รายงานไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกัน การทบทวนวรรณกรรมไม่ครบหรือล้าสมัย ข้อมูลที่นำเสนอไม่พอ และตารางหรือภาพบกพร่อง ผู้เขียนสรุปว่าการตีความเกินผลและการใช้สถิติผิดแก้ได้ แต่การไม่สนใจวรรณกรรม การออกแบบงานไม่ดี การเลือกเครื่องมือผิด และการเขียนไม่ดี มีแนวโน้มเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง
- Pierson (Respiratory Care 2004) ชี้ว่าเหตุผลที่เลี่ยงได้ง่ายคือการส่งต้นฉบับที่ไม่ตรงกับประเภทบทความหรือเนื้อหาที่วารสารตีพิมพ์ การเขียนไม่ดีขัดขวางการทบทวนแต่ไม่ค่อยเป็นเหตุผลหลัก ข้อบกพร่องของ Methods, Results และ Discussion แก้ไขได้ ส่วนข้อบกพร่องพื้นฐานของการออกแบบงานมักทำให้บทความไปต่อไม่ได้เมื่อทำวิจัยเสร็จแล้ว
- Menon และคณะ (Indian Journal of Psychological Medicine 2022) วิเคราะห์รายงานปฏิเสธ 898 ฉบับ (ม.ค. 2018 – พ.ค. 2020) พบว่า desk rejection มีมัธยฐานเวลา 3 วัน ส่วนการปฏิเสธหลังผู้ทรงคุณวุฒิทบทวนและหลังบรรณาธิการทบทวนซ้ำใช้ 42 และ 96 วัน เหตุผลที่พบมากที่สุดตอน desk rejection คือขาดความใหม่หรืออยู่นอกขอบเขตวารสาร ส่วนหลังทบทวนคือการออกแบบงานไม่เหมาะ การอธิบายวิธีวิจัยไม่ดี การเขียนไม่ดี และเหตุผลสนับสนุนงานอ่อน

ระยะ desk rejection ในงานเดียวกัน (627 ฉบับ) เหตุผลหลักคือขาดความใหม่ 51.8% และอยู่นอกขอบเขตวารสาร 17.4% สองข้อนี้แก้ไม่ได้ด้วยการเกลาต้นฉบับ ต้องแก้ที่การเลือกวารสารและการวางตำแหน่งงาน (ดู 10 สาเหตุที่ทำให้บทความถูก Desk Rejected และวิธีป้องกัน)
9 ข้อผิดพลาด หลักฐานประกอบ และวิธีตรวจก่อนส่ง
| ข้อผิดพลาด | หลักฐานที่ตีพิมพ์ | วิธีตรวจก่อนส่ง (กฎตัดสินใจ) |
|---|---|---|
| 1. ไม่มีคำถามวิจัยที่ชัด | Bordage: การตั้งปัญหาไม่พอ อยู่ในสิบเหตุผลแรก; Menon: เหตุผลสนับสนุนงานอ่อนพบบ่อยหลังทบทวน | เขียนคำถามเป็นประโยคเดียว (PICO หรือเทียบเท่า) แล้วตรวจว่าคำสำคัญตรงกันในย่อหน้าสุดท้ายของบทนำ วัตถุประสงค์ และบทคัดย่อ |
| 2. aim, methods และข้อสรุปไม่ตรงกัน | Menon: ข้อสรุปไม่สอดคล้องกับผล 17.5% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวน (n = 217) | ทำตารางจับคู่ตามขั้นตอน 5 ขั้นในหัวข้อถัดไป |
| 3. ไม่ระบุ reporting guideline | Turner (Cochrane 2012): RCT ในวารสารที่รับรอง CONSORT อธิบาย allocation concealment ครบ 45% (393/876) เทียบ 22% (329/1520) ในวารสารที่ไม่รับรอง | เลือก checklist ตามรูปแบบการศึกษา แนบและระบุตำแหน่งที่รายงานแต่ละข้อ (ดู เลือก reporting guideline ให้ตรงกับรูปแบบการศึกษา และ STROBE Checklist สำหรับงาน Retrospective และ Observational) |
| 4. ตีความเกินผล | Bordage: อันดับ 2 ในสิบเหตุผลแรก; Menon: 17.5% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวน; ICMJE: บทคัดย่อต้องไม่ตีความเกินผล | ให้ทุกประโยคสรุปชี้ไปที่ตัวเลขหนึ่งตัวในตารางได้ ถ้าชี้ไม่ได้ให้ตัดหรือลดระดับ (ดู คำที่ควรหลีกเลี่ยงในบทความทางการแพทย์) |
| 5. ข้อจำกัดไม่เพียงพอ | Ioannidis (2007): ใน 400 บทความ มี 67 เรื่อง (17%) ที่ใช้คำเกี่ยวกับข้อจำกัดอย่างน้อยหนึ่งคำ และเพียง 4 เรื่อง (1%) ใช้ในบทคัดย่อ; Menon: อภิปรายไม่เพียงพอ 30.4% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวน | เขียนข้อจำกัดเป็นข้อ ๆ โดยบอกทิศทางของอคติและผลต่อข้อสรุป ไม่ใช่เพียงประโยคว่า “ควรศึกษาเพิ่มเติม” |
| 6. บทคัดย่อไม่ตรงกับเนื้อหา | Pitkin (JAMA 1999): ใน 6 วารสาร สัดส่วนบทคัดย่อที่มีข้อมูลไม่สอดคล้องหรือไม่พบในเนื้อหาอยู่ระหว่าง 18% ถึง 68% | เขียนบทคัดย่อเป็นส่วนสุดท้าย แล้วเทียบตัวเลขทีละตัวกับตารางและเนื้อหา |
| 7. ไม่ตรงขอบเขตและคำแนะนำผู้นิพนธ์ | Menon: อยู่นอกขอบเขต 17.4% ของ desk rejection (n = 627); Pierson: ส่งผิดประเภทบทความหรือเนื้อหาเป็นเหตุผลที่เลี่ยงได้ | อ่านบทความล่าสุดของวารสารในประเภทเดียวกับงานของท่านสามเรื่อง แล้วเทียบความยาว โครงสร้าง และประเภทบทความ |
| 8. ภาษาและการนำเสนอ | Menon: การนำเสนอไม่ดีพบ 50.7% ของรายงานปฏิเสธหลังทบทวน (เขียนไม่ดี 45.2%); Pierson: เขียนไม่ดีขัดขวางการทบทวนแต่ไม่ค่อยเป็นเหตุผลหลัก | ตรวจภาษาหลังโครงสร้างและตัวเลขนิ่งแล้ว (ดู เรียบเรียงบทความวิชาการใหม่ ต่างจากตรวจแก้ภาษาอย่างไร) |
| 9. ไม่มีข้อความด้านจริยธรรม | Menon: ข้อผิดพลาดด้านจริยธรรม (รวมไม่มีการยินยอมหรือใบรับรองของคณะกรรมการ ลอกเลียน ไม่ลงทะเบียนการทดลอง ส่งซ้ำ) 5.9% ของ desk rejection; ICMJE: ผู้เขียนควรขออนุมัติจากหน่วยพิจารณาอิสระและพร้อมแสดงเอกสาร | ใส่ข้อความรับรองหรือยกเว้น เลขที่ วันที่ และการยินยอมไว้ใน Methods (ดู ขอรับรองจริยธรรมการวิจัย: ระยะเวลาและการวางแผนย้อนหลัง) |
เรียงลำดับแก้ตามความแก้ไขได้ยาก ข้อ 1, 2, 7 และ 9 กระทบโครงของงาน ควรแก้ก่อน ข้อ 4, 5, 6 แก้ที่ตัวบทและตัวเลข ข้อ 3 และ 8 แก้ทีหลังเพราะขึ้นกับว่าโครงและเนื้อหานิ่งแล้วหรือยัง
ตัวอย่างคำนวณ: ตรวจความสอดคล้องของบทความใน 5 ขั้น
ข้อ 1, 2, 4 และ 6 ของตารางตรวจได้ด้วยวิธีเดียว คือจับคู่ทุกส่วนของบทความกับวัตถุประสงค์ ภาพที่ 2 แสดงลำดับ และตัวอย่างด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติ สร้างขึ้นเพื่อสาธิตวิธี ไม่ได้มาจากงานตีพิมพ์ใด

- คัดวัตถุประสงค์จากบทนำเป็นรายการ (ตัวอย่างสมมติ: 3 ข้อ คือ ก. เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง HbA1c ข. เปรียบเทียบเหตุการณ์น้ำตาลต่ำ ค. อธิบายการกินยาตามสั่ง)
- จับคู่กับ Methods ว่ามีตัวแปร วิธีวัด และวิธีวิเคราะห์ต่อข้อหรือไม่ (ตัวอย่าง: ครอบคลุม ก. และ ข. = 2 จาก 3 ข้อ)
- จับคู่กับ Results ว่ารายงานผลครบทุกข้อหรือไม่ (ตัวอย่าง: มีผลของ ก. และ ข. ไม่มีผลของ ค. = 2 จาก 3 ข้อ)
- ขีดเส้นใต้ทุกข้ออ้างใน Discussion และข้อสรุป แล้วชี้ว่ามาจากวัตถุประสงค์ข้อใด (ตัวอย่าง: ประโยค “โปรแกรมช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต” ไม่ตรงกับข้อใดเลย จึงต้องตัดหรือเพิ่มการวัดที่รองรับ)
- เทียบตัวเลขในบทคัดย่อกับเนื้อหา (ตัวอย่าง: บทคัดย่อมีตัวเลข 6 ตัว ตรงกับตาราง 5 ตัว ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมบทคัดย่อเขียน 52 ราย แต่ตารางที่ 1 เขียน 50 ราย)
| จุดตรวจ | ผลในตัวอย่างสมมติ | การแก้ |
|---|---|---|
| Methods ครอบคลุมวัตถุประสงค์ | 2/3 | เพิ่มวิธีวัดการกินยาตามสั่ง หรือตัดข้อ ค. ออกจากวัตถุประสงค์ |
| Results ครอบคลุมวัตถุประสงค์ | 2/3 | รายงานผลข้อ ค. แม้ไม่น่าสนใจ ผลที่ไม่เป็นบวกต้องรายงานด้วย |
| ข้อสรุปที่ไม่มีวัตถุประสงค์รองรับ | 1 ประโยค | ตัดหรือเปลี่ยนเป็นสมมติฐานสำหรับงานต่อไป |
| ตัวเลขบทคัดย่อตรงกับเนื้อหา | 5/6 (83%) | ต้องได้ 6/6 ก่อนส่ง เพราะตัวเลขที่ไม่ตรงทำให้ผู้ทบทวนสงสัยทั้งฉบับ |
หลักตัดสินใจ: ถ้าจุดตรวจใดไม่ได้ครบทุกข้อ ให้แก้ที่ต้นทางก่อน คือวัตถุประสงค์หรือข้อมูล แล้วจึงแก้ปลายทาง การแก้ข้อความท้ายบทความอย่างเดียวไม่ทำให้ Methods ที่ไม่ครอบคลุมครบขึ้นมาได้ ตามที่ Bordage สรุปว่าปัญหาด้านการออกแบบงานมักแก้ไม่ได้ด้วยการเขียนใหม่
ข้อผิดพลาดที่แก้ได้ กับข้อผิดพลาดที่ต้องกลับไปที่งานวิจัย
Bordage และ Pierson ให้เส้นแบ่งตรงกัน ข้อที่แก้ได้ด้วยการเขียนคือการตีความเกินผล สถิติที่ใช้ไม่เหมาะ ตารางและภาพที่บกพร่อง ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน และการเขียนที่เข้าใจยาก ส่วนข้อที่ต้องกลับไปที่งานคือการออกแบบที่ตอบคำถามไม่ได้ เครื่องมือวัดที่ไม่เหมาะ กลุ่มตัวอย่างที่เล็กหรือเอนเอียง และไม่มีการอนุมัติด้านจริยธรรมก่อนเก็บข้อมูล ผู้เขียนควรแยกสองกลุ่มนี้ก่อนตัดสินใจว่าจะส่งวารสารใด เพราะข้อบกพร่องกลุ่มหลังบางข้อไม่มีบริการแก้ไขหรือเรียบเรียงใดแก้ให้ได้ และงานเรียบเรียงบทความที่ทำได้จริงคืออะไรดู เรียบเรียงบทความวิชาการใหม่ ต่างจากตรวจแก้ภาษาอย่างไร
บริบทผู้เขียนไทย: ข้อความด้านจริยธรรมและเอกสารที่วารสารขอ
ข้อ 9 เป็นข้อที่ผู้เขียนไทยจัดการได้ล่วงหน้า แนวทาง ICMJE (ส่วน E, Protection of Research Participants) ระบุว่าผู้เขียนทุกคนควรขออนุมัติจากหน่วยพิจารณาอิสระระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ เช่น คณะกรรมการจริยธรรมหรือ IRB และต้องพร้อมแสดงเอกสารเมื่อบรรณาธิการร้องขอ (ICMJE อ่านจากเว็บไซต์ทางการ) ส่วนขั้นตอนและระยะเวลาเป็นกติกาของคณะกรรมการแต่ละแห่ง ไม่ใช่เกณฑ์กลางของประเทศ รายละเอียดดู ขอรับรองจริยธรรมการวิจัย: ระยะเวลาและการวางแผนย้อนหลัง
ตัวอย่างกติกาของสถาบันหนึ่ง (เป็นกติกาของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น): ประกาศ “เกณฑ์โครงการที่สามารถขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยโดยคณะกรรมการฯ เต็มชุด หรือเร่งด่วน พ.ศ. 2567” ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 เป็นการยกเว้นรูปแบบการพิจารณา ไม่ใช่การไม่ต้องยื่น งานที่เข้าเกณฑ์ยกเว้นยังต้องดำเนินการผ่านสำนักงานคณะกรรมการจริยธรรมของสถาบัน ผู้เขียนจึงควรเก็บเอกสารยืนยันการรับรองหรือยกเว้นจากสถาบันของตนไว้แสดงต่อวารสาร สถาบันอื่นอาจกำหนดต่างออกไป ให้ตรวจเอกสารล่าสุดของสถาบันที่สังกัด
เรื่องภาษา ผู้เขียนไทยมักเขียนบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษแยกกัน ถ้าวารสารที่จะส่งต้องการสองฉบับ ให้ถือว่าเป็นสองบทคัดย่อที่ต้องเทียบตัวเลขกับเนื้อหาแยกกันตามขั้นที่ 5 ในหัวข้อก่อนหน้า (ข้อกำหนดของวารสารเฉพาะฉบับดูในคำแนะนำผู้นิพนธ์ของวารสารนั้น) หากเริ่มจากบทคัดย่อภาษาไทย การแปลเป็นอังกฤษดูแนวทางใน การแปลบทคัดย่อไทยเป็นอังกฤษ
สรุป
- เลือกวารสารและประเภทบทความก่อนเกลา เพราะขาดความใหม่และอยู่นอกขอบเขตเป็นเหตุผลหลักของ desk rejection ในงานของ Menon
- เขียนคำถามวิจัยเป็นประโยคเดียว และให้ตรงกันในบทนำ วัตถุประสงค์ และบทคัดย่อ
- จับคู่วัตถุประสงค์กับ Methods, Results และข้อสรุปทีละข้อ (ภาพที่ 2) ผลที่ไม่เป็นบวกต้องรายงานด้วย
- ระบุ reporting guideline ที่ตรงกับรูปแบบการศึกษา และแนบ checklist
- เขียนข้อจำกัดที่บอกทิศทางของอคติ และไม่ให้ข้อสรุปเกินตัวเลขในตาราง
- เทียบตัวเลขในบทคัดย่อกับตารางให้ได้ครบทุกตัว
- ใส่ข้อความจริยธรรม เลขที่รับรอง และการยินยอมใน Methods และเก็บเอกสารจริงไว้แสดงเมื่อถูกขอ
- ตรวจภาษาเป็นขั้นสุดท้าย หลังโครงสร้างและตัวเลขนิ่งแล้ว
หากต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ตรวจต้นฉบับตามรายการนี้ก่อนส่ง ดูบริการ เขียนบทความทางการแพทย์ ของ Editverse ได้ นักศึกษาและนักวิจัยที่ไม่มีทุนสอบถามส่วนลดหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแบบฟอร์ม ติดต่อทีมงาน หรืออีเมล [email protected] บริการของ Editverse ดำเนินการตามแนวทาง ICMJE, COPE และ GPP3
เอกสารอ้างอิง
- Bordage, G. (2001). Reasons reviewers reject and accept manuscripts: The strengths and weaknesses in medical education reports. Academic Medicine, 76(9), 889-896. doi:10.1097/00001888-200109000-00010 PMID: 11553504
- Pierson, D. J. (2004). The top 10 reasons why manuscripts are not accepted for publication. Respiratory Care, 49(10), 1246-1252. doi:10.4187/respcare.04491246 PMID: 15447812
- Menon, V., Varadharajan, N., Praharaj, S. K., & Ameen, S. (2022). Why do manuscripts get rejected? A content analysis of rejection reports from the Indian Journal of Psychological Medicine. Indian Journal of Psychological Medicine, 44(1), 59-65. doi:10.1177/0253717620965845 PMID: 35509668
- Pitkin, R. M., Branagan, M. A., & Burmeister, L. F. (1999). Accuracy of data in abstracts of published research articles. JAMA, 281(12), 1110-1111. doi:10.1001/jama.281.12.1110 PMID: 10188662
- Ioannidis, J. P. A. (2007). Limitations are not properly acknowledged in the scientific literature. Journal of Clinical Epidemiology, 60(4), 324-329. doi:10.1016/j.jclinepi.2006.09.011 PMID: 17346604
- Turner, L., Shamseer, L., Altman, D. G., Weeks, L., Peters, J., Kober, T., et al. (2012). Consolidated standards of reporting trials (CONSORT) and the completeness of reporting of randomised controlled trials (RCTs) published in medical journals. Cochrane Database of Systematic Reviews, (11), MR000030. doi:10.1002/14651858.MR000030.pub2 PMID: 23152285
- International Committee of Medical Journal Editors. (n.d.). Recommendations: Protection of research participants (section II.E) และ Preparing a manuscript for submission. https://www.icmje.org/recommendations/browse/roles-and-responsibilities/protection-of-research-participants.html (เข้าถึง 11 ตุลาคม 2569)
- คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานจริยธรรมการวิจัย ฝ่ายวิจัย. (2567). ประกาศ เรื่อง เกณฑ์โครงการที่สามารถขอรับการยกเว้นการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยโดยคณะกรรมการฯ เต็มชุด หรือเร่งด่วน พ.ศ. 2567 (ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2567). https://irb.md.chula.ac.th/forms/
มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?
ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ





