แผนภาพกายวิภาครายการอ้างอิงบทความวารสารแบบ APA 7 แยกเป็นผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ ชื่อบทความ แหล่งที่มา และ DOI

APA 7 การอ้างอิงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมตัวอย่าง

APA 7 คือระบบการอ้างอิงแบบนาม-ปีตามคู่มือฉบับที่ 7 ของ American Psychological Association ซึ่งกำหนดให้ทุกการอ้างอิงในเนื้อหาต้องจับคู่กับรายการอ้างอิงท้ายเรื่องเพียงหนึ่งรายการ บทความนี้สรุปกฎที่ใช้บ่อยที่สุด พร้อมตัวอย่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ตรวจกับแหล่งทางการแล้ว

APA 7 คืออะไร และต่างจากฉบับที่ 6 ตรงไหนบ้าง

คู่มือ Publication Manual of the American Psychological Association ฉบับที่ 7 ตีพิมพ์ในปี 2020 [1] และเป็นรูปแบบการอ้างอิงที่วารสารสายสังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ จิตวิทยา พยาบาลศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัยหลายแห่งในไทยกำหนดให้ใช้ หัวใจของระบบคือการอ้างอิงแบบนาม-ปี (author–date) ซึ่งงานแต่ละชิ้นจะปรากฏสองที่ คือการอ้างอิงในเนื้อหาและรายการอ้างอิงท้ายเรื่อง และการอ้างอิงในเนื้อหาแต่ละครั้งต้องชี้ไปยังรายการอ้างอิงเพียงรายการเดียว [2] ตัวคู่มือมีตัวอย่างรายการอ้างอิงในบทที่ 10 มากกว่า 100 แบบ ซึ่งเว็บไซต์ APA Style นำบางส่วนมาเผยแพร่ฟรี

สำหรับผู้ที่คุ้นกับฉบับที่ 6 มีการเปลี่ยนแปลงที่กระทบงานเขียนประจำวันอยู่ไม่กี่ข้อ แต่เป็นจุดที่ผู้ประเมินสังเกตเห็นได้ทันที ข้อแรก งานที่มีผู้แต่งสามคนขึ้นไปให้ใช้ชื่อผู้แต่งคนแรกตามด้วย et al. ตั้งแต่การอ้างครั้งแรก [2] ข้อสอง รายการอ้างอิงท้ายเรื่องใส่ชื่อผู้แต่งได้ครบถึง 20 คน ถ้ามี 21 คนขึ้นไปให้ใส่ 19 คนแรก ตามด้วยจุดไข่ปลาและชื่อผู้แต่งคนสุดท้าย [3] ข้อสาม DOI ให้เขียนเป็นลิงก์รูปแบบ https://doi.org/ และไม่ต้องมีคำว่า Retrieved from [4] ข้อสี่ หนังสือไม่ต้องระบุเมืองที่ตั้งของสำนักพิมพ์อีกแล้ว [5] สี่ข้อนี้คือสิ่งที่ควรตรวจเป็นอันดับแรกเมื่อนำรายการอ้างอิงเก่ามาใช้ในงานใหม่

การอ้างอิงในเนื้อหา: แบบบรรยายและแบบในวงเล็บ

APA 7 แบ่งการอ้างอิงในเนื้อหาออกเป็นสองแบบ แบบบรรยาย (narrative) คือการนำชื่อผู้แต่งมาเป็นส่วนหนึ่งของประโยค แล้วใส่ปีไว้ในวงเล็บ ส่วนแบบในวงเล็บ (parenthetical) คือการใส่ทั้งชื่อและปีไว้ในวงเล็บท้ายข้อความ ความต่างเล็ก ๆ ที่มักผิดคือ งานที่มีผู้แต่งสองคน ถ้าอยู่ในวงเล็บให้คั่นด้วยเครื่องหมาย & แต่ถ้าเป็นแบบบรรยายให้สะกดคำว่า and เต็ม [2]

ตารางที่ 1: รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหาตาม APA 7 ทั้งชื่อภาษาอังกฤษและภาษาไทย

จำนวนผู้แต่งแบบบรรยาย (narrative)แบบในวงเล็บ (parenthetical)
1 คน (อังกฤษ)Luna (2020)(Luna, 2020)
2 คน (อังกฤษ)Salas and D’Agostino (2020)(Salas & D’Agostino, 2020)
3 คนขึ้นไป (อังกฤษ)Martin et al. (2020)(Martin et al., 2020)
หน่วยงานที่มีชื่อย่อ (ครั้งแรก/ครั้งต่อมา)National Institute of Mental Health (NIMH, 2020) / NIMH (2020)(National Institute of Mental Health [NIMH], 2020) / (NIMH, 2020)
1 คน (ไทย)สุวพร ชื่นบาน (2557)(สุวพร ชื่นบาน, 2557)
2 คน (ไทย)สุพร ชัยเดชสุริยะ และ พัชรี วรจรัสรังสี (2554)(ศจี จิระโร และ ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง, 2553)
3 คนขึ้นไป (ไทย)อวยพร เรืองตระกูล และคณะ (2551)(อรทัย วิมลโนธ และคณะ, 2551)

ที่มา: ตัวอย่างภาษาอังกฤษจากหน้า Author–date citation system ของ APA Style [2] ตัวอย่างภาษาไทยจากคู่มือการอ้างอิงตาม APA 7 ของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [6]

กฎย่อยที่ควรจำ ได้แก่ การอ้างในเนื้อหาใช้เฉพาะปี แม้รายการท้ายเรื่องจะมีวันและเดือน งานที่ไม่ปรากฏปีใช้ n.d. งานที่ได้รับการตอบรับแต่ยังไม่ตีพิมพ์ใช้ in press และ APA ไม่ใช้คำว่า ibid. เมื่ออ้างซ้ำต้องระบุผู้แต่งและปีให้ครบเช่นเดิม (แบบบรรยายไม่ต้องซ้ำปีในย่อหน้าเดียวกัน เว้นแต่อ้างหลายงานของผู้แต่งเดียวกัน) ถ้าผู้แต่งชุดเดียวกันมีงานปีเดียวกันหลายชิ้น ให้เติมตัวอักษรต่อท้ายปี เช่น 2020a และ 2020b [2] สำหรับงานภาษาไทย คู่มือของบัณฑิตวิทยาลัยหลายแห่งใช้ ม.ป.ป. แทน n.d. และเขียนเลขหน้าเป็น “หน้า” เช่น (สุดแดน วิสุทธิลักษณ์, 2558, หน้า 211) ส่วนงานภาษาอังกฤษใช้ p. หรือ pp. [7]

ข้อสังเกตเรื่องชื่อผู้แต่งไทยในเนื้อหาคือ คู่มือไทยใช้ทั้งชื่อและนามสกุล ไม่ใช่นามสกุลอย่างเดียวแบบชื่อฝรั่ง และเมื่อมีผู้แต่งสามคนขึ้นไปใช้ “และคณะ” แทน et al. [6] แต่ถ้าคุณเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษ ผู้แต่งไทยจะถูกปฏิบัติเหมือนผู้แต่งทุกคน คือใช้นามสกุลในเนื้อหา เช่น (Laohawetwanit et al., 2025) [8]

รายการอ้างอิง APA 7: วารสาร หนังสือ และเว็บไซต์

รายการอ้างอิงแบบ APA ทุกประเภทประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสี่ส่วนเรียงตามลำดับ คือ ผู้แต่ง ปี ชื่อเรื่อง และแหล่งที่มา โดย DOI หรือ URL เป็นส่วนท้ายของแหล่งที่มา ภาพที่ 1 แยกองค์ประกอบเหล่านี้จากบทความจริงที่ผู้แต่งคนแรกเป็นนักวิจัยไทย

แผนภาพกายวิภาครายการอ้างอิงบทความวารสารแบบ APA 7 แยกเป็นผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ ชื่อบทความ แหล่งที่มา และ DOI
ภาพที่ 1: กายวิภาครายการอ้างอิงบทความวารสารแบบ APA 7 โดยใช้บทความของ Laohawetwanit และคณะ (2025) เป็นตัวอย่าง ที่มา: Editverse จัดทำตามหน้า Journal article references และ DOIs and URLs ของ APA Style ข้อมูลบรรณานุกรมตรวจกับ Crossref

บทความวารสาร

รูปแบบคือ ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), หน้า. DOI ชื่อวารสารและเลขปีที่ (volume) เป็นตัวเอียง เลขฉบับที่ (issue) อยู่ในวงเล็บและไม่เอียง ช่วงเลขหน้าใช้ขีดสั้นแบบ en dash และ APA ระบุว่าให้ใส่เลขฉบับที่ทุกครั้งที่วารสารมี ถ้าวารสารใช้หมายเลขบทความแทนเลขหน้า ให้เขียนคำว่า Article นำหน้าหมายเลขนั้น [9] ชื่อบทความใช้ sentence case คือพิมพ์ใหญ่เฉพาะคำแรก คำแรกหลังเครื่องหมายทวิภาค และชื่อเฉพาะ แม้ต้นฉบับจะใช้ title case ก็ตาม [10]

Laohawetwanit, T., Pinto, D. G., & Bychkov, A. (2025). A survey analysis of the adoption of large language models among pathologists. American Journal of Clinical Pathology, 163(1), 52–59. https://doi.org/10.1093/ajcp/aqae093

Jergas, H., & Baethge, C. (2015). Quotation accuracy in medical journal articles—A systematic review and meta-analysis. PeerJ, 3, Article e1364. https://doi.org/10.7717/peerj.1364

ตัวอย่างที่สองแสดงกรณีวารสารที่ไม่มีเลขฉบับที่และใช้หมายเลขบทความ ข้อมูลทั้งสองรายการตรวจกับ Crossref แล้ว [8] [11]

หนังสือ

รูปแบบคือ ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์). สำนักพิมพ์. DOI ถ้ามี ชื่อหนังสือเป็นตัวเอียง ข้อมูลครั้งที่พิมพ์อยู่ในวงเล็บแบบไม่เอียง ไม่ใส่เมืองของสำนักพิมพ์ และใช้รูปแบบเดียวกันทั้งหนังสือเล่มและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ [5] ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงคือตัวคู่มือเอง ซึ่งผู้แต่งและสำนักพิมพ์เป็นหน่วยงานเดียวกัน จึงไม่ต้องเขียนชื่อสำนักพิมพ์ซ้ำ

American Psychological Association. (2020). Publication manual of the American Psychological Association (7th ed.). https://doi.org/10.1037/0000165-000

หน้าเว็บ

หน้าเว็บใช้ชื่อหน้าเป็นตัวเอียง ใส่วันที่ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ปรากฏ และถ้าผู้แต่งกับชื่อเว็บไซต์เป็นหน่วยงานเดียวกัน ให้ตัดชื่อเว็บไซต์ออก ส่วนวันที่สืบค้นใส่เฉพาะหน้าที่เนื้อหาตั้งใจให้เปลี่ยนตลอดเวลาและไม่มีการเก็บฉบับเก่า [12] ตัวอย่างจากหน้า APA Style คือ

World Health Organization. (2018, May 24). The top 10 causes of death. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/the-top-10-causes-of-death

ชื่อผู้แต่งไทยใน APA 7 และบริบทวารสารไทย

นี่คือจุดที่นักวิจัยไทยสับสนมากที่สุด เพราะต้องสลับระหว่างสองระบบในงานเดียวกัน คู่มือการอ้างอิงตาม APA 7 ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดทำสำหรับวารสารครุศาสตร์และ OJED และเผยแพร่บน ThaiJO วางหลักไว้ชัดเจน [6] ในรายการอ้างอิงภาษาไทย ให้เขียนชื่อตามด้วยนามสกุลโดยไม่กลับลำดับ ใช้ปี พ.ศ. และใช้ “และ” คั่นผู้แต่ง เช่น

นัชนันท์ วิเชียรชม, มาลินี ประพิณวงศ์, และ อุดมลักษม์ กูลศรีโรจน์. (2561). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของพนักงานบริษัทโดยใช้แนวคิดการเรียนการสอนรายบุคคล. วารสารครุศาสตร์, 46(3), 100–117.

เมื่อวารสารกำหนดให้แปลรายการภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ (Translated Thai Reference) คู่มือฉบับเดียวกันกำหนดสี่ขั้น คือ เปลี่ยนชื่อผู้แต่งเป็นนามสกุลตามด้วยอักษรย่อชื่อ เขียนชื่อหน่วยงานเป็นภาษาอังกฤษ เปลี่ยนปี พ.ศ. เป็น ค.ศ. และแปลชื่อบทความกับชื่อวารสารเป็นภาษาอังกฤษ ผลลัพธ์ของรายการข้างต้นจึงเป็น

Vichienchom, N., Prapinwong, M., & Koolsriroj, U. (2018). Development of English oral communication skills for adult learners using the individualized instruction concept. Journal of Education Studies, 46(3), 100–117.

คู่มือนี้ยังกำหนดให้เรียงรายการอ้างอิงภาษาไทยก่อน ตามด้วยภาษาอังกฤษ และปิดท้ายด้วยรายการที่แปลจากภาษาไทย โดยเรียงภาษาไทยตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน [6] สังเกตว่าแนวทางของ APA เองสำหรับงานที่ใช้อักษรที่ไม่ใช่อักษรโรมันคือ ให้ถอดชื่อเรื่องเป็นอักษรโรมัน (transliterate) แล้วใส่คำแปลในวงเล็บเหลี่ยมต่อท้าย [13] ซึ่งต่างจากวิธีแปลทั้งรายการของคู่มือไทย ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ ให้ยึดคำแนะนำผู้แต่ง (Information for Authors) ของวารสารหรือคู่มือวิทยานิพนธ์ของสถาบันเป็นหลักเสมอ และใช้วิธีเดียวทั้งรายการ

ในทางปฏิบัติ วารสารในฐาน TCI และ ThaiJO จำนวนมากระบุรูปแบบ APA ไว้ในคำแนะนำผู้แต่ง แต่รายละเอียดปลีกย่อย เช่น การใส่ ม.ป.ป. การอ้างข้อมูลจากการสัมภาษณ์ หรือการอ้างราชกิจจานุเบกษา จะต่างกันตามสถาบัน ตัวอย่างเช่น คู่มือของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาให้อ้างการสัมภาษณ์เฉพาะในเนื้อหาโดยไม่ทำรายการท้ายเล่ม และอ้างผู้แต่งหน่วยงานด้วยชื่อย่อในวงเล็บเหลี่ยมในครั้งแรก เช่น (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย [ททท.], 2566) [7] สังเกตด้วยว่าตัวอย่างในคู่มือเหล่านี้เขียนชื่อผู้แต่งโดยไม่มีคำนำหน้าหรือตำแหน่งทางวิชาการ

รูปแบบ DOI ใน APA 7: กฎตัดสินใจและตัวอย่างแปลงทีละขั้น

DOI คือรหัสถาวรที่ชี้ไปยังงานแต่ละชิ้น APA 7 ให้แสดง DOI เป็นลิงก์ตามคำแนะนำปัจจุบันของ International DOI Foundation คือ https://doi.org/ ตามด้วยเลข DOI และให้ปรับ DOI รูปแบบเก่า เช่น doi: หรือ http://dx.doi.org/ ให้เป็นรูปแบบปัจจุบันทั้งรายการ ห้ามใส่จุดหลัง DOI เพราะอาจทำให้ลิงก์เสีย และควรคัดลอก DOI มาวางแทนการพิมพ์เองเพื่อลดความผิดพลาด หากต้องการให้สั้นลงสามารถใช้ shortDOI ได้ ทั้งนี้ ISBN และ ISSN ไม่ต้องใส่ในรายการอ้างอิงแบบ APA [4]

กฎตัดสินใจเรื่อง DOI และ URL (ทำตามลำดับ)

  1. งานนั้นมี DOI หรือไม่ ถ้ามี ใส่ DOI เสมอ แม้คุณจะอ่านฉบับพิมพ์ และไม่ต้องใส่ URL ซ้ำ
  2. ถ้าไม่มี DOI และเป็นงานพิมพ์ ไม่ต้องใส่ทั้ง DOI และ URL
  3. ถ้าไม่มี DOI และมาจากฐานข้อมูลวิชาการทั่วไป จบรายการที่เลขหน้า ไม่ต้องใส่ชื่อฐานข้อมูล
  4. ถ้าไม่มี DOI แต่อยู่บนเว็บไซต์ที่ผู้อ่านเปิดได้ ใส่ URL ที่ชี้ไปยังงานนั้นโดยตรง
  5. จัดรูปแบบเป็น https://doi.org/… ไม่เติม doi:, Retrieved from หรือจุดปิดท้าย และอย่าแก้ตัวพิมพ์เล็กใหญ่ของ DOI

เมื่อมีกฎตัดสินใจแล้ว ลองดูการแปลงรายการจริงหนึ่งรายการ ต้นทางเป็นรูปแบบที่นักวิจัยมักคัดลอกมาจากหน้าฐานข้อมูลหรือจากโปรแกรมจัดการอ้างอิงที่ตั้งค่าไว้เป็นรูปแบบตัวเลข ต้องแก้หกจุดจึงจะเป็น APA 7 ที่สมบูรณ์

ตัวอย่างแปลงทีละขั้น: จากรูปแบบที่คัดลอกมาจากฐานข้อมูล สู่ APA 7

ต้นทาง (รูปแบบตัวเลขที่พบบ่อยเมื่อคัดลอกจากฐานข้อมูล):

Bhattacharyya M, Miller VM, Bhattacharyya D, Miller LE. High Rates of Fabricated and Inaccurate References in ChatGPT-Generated Medical Content. Cureus. 2023;15(5):e39238. doi:10.7759/cureus.39238.

  1. ผู้แต่ง: เปลี่ยนเป็น นามสกุล, อักษรย่อ. คั่นด้วยจุลภาค และใส่ & หน้าคนสุดท้าย (มี 4 คน ไม่เกิน 20 จึงใส่ครบทุกคน)
  2. ปี: ย้าย 2023 มาไว้หลังชื่อผู้แต่งในวงเล็บ ตามด้วยจุด
  3. ชื่อบทความ: เปลี่ยนเป็น sentence case คงตัวใหญ่ไว้เฉพาะคำแรกและชื่อเฉพาะ (ChatGPT)
  4. แหล่งที่มา: ชื่อวารสารเต็มตัวเอียง ตามด้วย 15(5) โดยตัวเอียงเฉพาะเลขปีที่
  5. หมายเลขบทความ: e39238 เป็นหมายเลขบทความ ไม่ใช่เลขหน้า จึงเขียนว่า Article e39238
  6. DOI: เปลี่ยน doi: เป็น https://doi.org/ และลบจุดท้าย DOI

ผลลัพธ์ตาม APA 7:

Bhattacharyya, M., Miller, V. M., Bhattacharyya, D., & Miller, L. E. (2023). High rates of fabricated and inaccurate references in ChatGPT-generated medical content. Cureus, 15(5), Article e39238. https://doi.org/10.7759/cureus.39238

การอ้างในเนื้อหา: (Bhattacharyya et al., 2023) หรือ Bhattacharyya et al. (2023) ข้อมูลบรรณานุกรมทุกช่องตรวจกับ PubMed และ Crossref แล้ว [14]

สังเกตว่าหกจุดนี้ไม่มีจุดใดเกี่ยวกับเนื้อหาของงานเลย แต่ถ้าปล่อยไว้ทั้งรายการ ผู้ประเมินจะเห็นได้ทันทีว่าผู้เขียนไม่ได้ตรวจรูปแบบตามที่วารสารกำหนด ซึ่งเป็นสัญญาณด้านความไม่ประณีตแบบหนึ่งที่บรรณาธิการใช้ประกอบการคัดกรองเบื้องต้น ดูสาเหตุอื่นที่ทำให้บทความถูกปฏิเสธก่อนส่งผู้ทบทวนได้ที่บทความ 10 สาเหตุที่ทำให้บทความถูก Desk Rejected

ข้อผิดพลาด APA 7 ที่พบบ่อยและหลักฐานจากงานวิจัย

ปัญหาการอ้างอิงไม่ได้เป็นเรื่องของนักศึกษาเท่านั้น การศึกษาที่ตรวจรายการอ้างอิง 1,341 รายการจาก 50 บทความในวารสาร Research Quarterly for Exercise and Sport พบว่ารายการที่มีข้อผิดพลาดอย่างน้อยหนึ่งจุดคิดเป็นร้อยละ 40 และไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างปี 1999, 2009 และ 2019 (ร้อยละ 44, 38 และ 39 ตามลำดับ) [15] ในระดับเนื้อหา การทบทวนอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานล่าสุดซึ่งรวม 46 การศึกษา ครอบคลุมราว 32,000 การอ้างอิงในวงการแพทย์ พบว่าร้อยละ 16.9 ของการอ้างอิงเป็นการอ้างที่แหล่งต้นทางไม่สนับสนุนข้อความ และราวครึ่งหนึ่งเป็นข้อผิดพลาดร้ายแรง (ร้อยละ 8.0) โดยไม่มีแนวโน้มดีขึ้นตามเวลา [16] ส่วนการวิเคราะห์อภิมานรุ่นก่อนหน้าของผู้วิจัยกลุ่มเดียวกันซึ่งรวม 28 การศึกษา ประมาณอัตราข้อผิดพลาดรวมไว้ที่ร้อยละ 25.4 [11] แม้ตัวเลขจะต่างกันตามชุดข้อมูล แต่ทั้งสองงานชี้ไปทางเดียวกันว่าการอ้างผิดเกิดขึ้นได้แม้ในวารสารที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นเมื่อให้ AI สร้างรายการอ้างอิง การศึกษาที่ให้ ChatGPT-3.5 เขียนบทความการแพทย์สั้น 30 เรื่อง ได้รายการอ้างอิง 115 รายการ ในจำนวนนี้ร้อยละ 47 ไม่มีอยู่จริง ร้อยละ 46 มีอยู่จริงแต่ข้อมูลผิด และมีเพียงร้อยละ 7 ที่ถูกต้องครบถ้วน องค์ประกอบที่ผิดบ่อยที่สุดคือเลข PMID ซึ่งพบในร้อยละ 93 ของบทความ รองลงมาคือเลขปีที่ เลขหน้า และปีที่พิมพ์ [14] อีกการศึกษาหนึ่งพบว่ารายการอ้างอิงที่ GPT-4 สร้างเพื่อจำลองการทบทวนอย่างเป็นระบบเป็นรายการที่ถูกแต่งขึ้น (hallucinated) ร้อยละ 28.6 [17] บทเรียนคือ ทุกรายการต้องตรวจกับฐานข้อมูลจริง เช่น Crossref หรือ PubMed ก่อนส่ง ไม่ว่ารายการนั้นจะมาจากคนหรือเครื่อง

กราฟแท่งสัดส่วนข้อผิดพลาดของการอ้างอิงในบทความที่ตีพิมพ์และในรายการอ้างอิงที่ AI สร้าง จากงานวิจัยสี่ชิ้น
ภาพที่ 2: สัดส่วนข้อผิดพลาดของการอ้างอิงจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ แต่ละงานใช้นิยามต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขมาเทียบกันโดยตรง ที่มา: Logan (2022), Baethge & Jergas (2025), Bhattacharyya et al. (2023) และ Chelli et al. (2024) ตัวเลขจากบทคัดย่อใน PubMed

ตารางด้านล่างรวบรวมข้อผิดพลาดด้านรูปแบบที่พบบ่อยในต้นฉบับ พร้อมวิธีแก้ที่ตรวจกับหน้าหลักเกณฑ์ของ APA Style แล้ว

ตารางที่ 2: ข้อผิดพลาด APA 7 ที่บรรณาธิการพบบ่อยในต้นฉบับของนักวิจัยไทย พร้อมวิธีแก้

ข้อผิดพลาดผิดถูก (APA 7)
ใช้ & ในการอ้างแบบบรรยายJergas & Baethge (2015) พบว่าJergas and Baethge (2015) พบว่า
เขียนชื่อผู้แต่งครบในการอ้างครั้งแรกเมื่อมี 3 คนขึ้นไป(Laohawetwanit, Pinto, & Bychkov, 2025)(Laohawetwanit et al., 2025)
ปีในเนื้อหาไม่ตรงกับรายการท้ายเรื่อง(Logan, 2021) แต่ท้ายเรื่องเป็น 2022ใช้ปีเดียวกับรายการอ้างอิง (Logan, 2022)
ชื่อบทความเป็น Title CaseHigh Rates of Fabricated and Inaccurate References…High rates of fabricated and inaccurate references…
ไม่ใส่เลขฉบับที่ (issue)Cureus, 15, e39238.Cureus, 15(5), Article e39238.
DOI รูปแบบเก่าและมีจุดปิดท้ายdoi:10.7759/cureus.39238.https://doi.org/10.7759/cureus.39238
ใส่เมืองของสำนักพิมพ์Washington, DC: American Psychological Association.American Psychological Association.
กลับชื่อผู้แต่งไทยในรายการภาษาไทยชื่นบาน, สุวพร. (2557).สุวพร ชื่นบาน. (2557).

หลักเกณฑ์อ้างอิงจาก APA Style [2] [9] [10] [4] [5] และคู่มือภาษาไทย [6] ตัวอย่างฝั่ง “ผิด” เป็นตัวอย่างสมมุติเพื่อการสอน

ข้อผิดพลาดด้านรูปแบบแก้ได้ด้วยการตรวจทีละรายการ แต่การอ้างเนื้อหาผิดต้องย้อนกลับไปอ่านแหล่งต้นทาง ซึ่งเป็นงานที่ผู้เขียนต้องทำเอง ส่วนการตรวจความคล้ายคลึงของข้อความด้วยโปรแกรมอย่าง Turnitin เป็นอีกขั้นหนึ่งที่แยกจากการจัดรูปแบบการอ้างอิง และการอ้างอิงให้ครบถ้วนก็เป็นส่วนหนึ่งของจริยธรรมการตีพิมพ์ ดูเพิ่มเติมที่ แนวทาง COPE

สรุป

ใช้รายการนี้ตรวจการอ้างอิงแบบ APA 7 ก่อนส่งบทความหรือวิทยานิพนธ์

  • ทุกการอ้างอิงในเนื้อหามีรายการท้ายเรื่องตรงกันหนึ่งรายการ และปีตรงกันทุกตำแหน่ง
  • ผู้แต่งสามคนขึ้นไปใช้ et al. หรือ “และคณะ” ตั้งแต่การอ้างครั้งแรก
  • ใช้ & ในวงเล็บ และใช้ and ในการอ้างแบบบรรยาย
  • รายการท้ายเรื่องใส่ชื่อผู้แต่งครบถึง 20 คน ถ้ามี 21 คนขึ้นไปใช้ 19 คนแรก จุดไข่ปลา และคนสุดท้าย
  • ชื่อบทความเป็น sentence case ชื่อวารสารและเลขปีที่เป็นตัวเอียง และมีเลขฉบับที่ทุกครั้งที่วารสารมี
  • หมายเลขบทความเขียนว่า Article ตามด้วยหมายเลข
  • DOI อยู่ในรูป https://doi.org/… ไม่มี doi: ไม่มี Retrieved from และไม่มีจุดปิดท้าย
  • หนังสือไม่มีเมืองของสำนักพิมพ์
  • รายการภาษาไทยใช้ชื่อ-นามสกุลไม่กลับลำดับและปี พ.ศ. ส่วนรายการที่แปลเป็นภาษาอังกฤษใช้นามสกุลขึ้นก่อนและปี ค.ศ.
  • ตรวจทุกรายการกับ Crossref หรือ PubMed โดยเฉพาะรายการที่ได้มาจาก AI
  • เทียบกับคำแนะนำผู้แต่งของวารสารหรือคู่มือของบัณฑิตวิทยาลัยเป็นขั้นสุดท้าย

การอ้างอิงที่ถูกต้องและสม่ำเสมอทั้งรายการเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่บอกผู้ประเมินว่างานของคุณผ่านการตรวจอย่างละเอียด หากต้องการให้บรรณาธิการที่มีปริญญาเอกหรือแพทยศาสตรบัณฑิตในสาขาเดียวกับคุณตรวจภาษา ความสอดคล้องของการอ้างอิงในเนื้อหากับรายการท้ายเรื่อง และรูปแบบ APA 7 ตามที่วารสารเป้าหมายกำหนด ดูรายละเอียดได้ที่บริการแก้ไขบทความวิชาการ ของเรา เราแก้ไขและยกระดับงานของคุณ เราไม่ได้ทำวิจัยแทนคุณ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้แต่งสามคนขึ้นไปอ้างอย่างไรใน APA 7

ใช้ et al. หรือ “และคณะ” ตั้งแต่การอ้างครั้งแรก

รูปแบบ DOI ใน APA 7 เป็นอย่างไร

เขียนเป็น https://doi.org/ ตามด้วยรหัส ไม่ใส่ doi: ไม่ใส่ Retrieved from และไม่มีจุดปิดท้าย

รายการอ้างอิงภาษาไทยเขียนชื่อผู้แต่งอย่างไร

ใช้ชื่อ-นามสกุลโดยไม่กลับลำดับ และใช้ปี พ.ศ. ส่วนรายการที่แปลเป็นภาษาอังกฤษใช้นามสกุลขึ้นก่อนและปี ค.ศ.

เอกสารอ้างอิง

  1. American Psychological Association. (2020). Publication manual of the American Psychological Association (7th ed.). doi:10.1037/0000165-000
  2. American Psychological Association. (2019). Author–date citation system. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/citations/basic-principles/author-date
  3. McAdoo, T. (2019, November 7). How many names to include in an APA Style reference. APA Style Blog. https://apastyle.apa.org/blog/more-than-20-authors
  4. American Psychological Association. (2022). DOIs and URLs. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/dois-urls
  5. American Psychological Association. (2020). Book/ebook references. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/examples/book-references
  6. ศูนย์นวัตกรรมทางการศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2564). การอ้างอิงสารสนเทศตามแบบ APA (7th edition). An Online Journal of Education (OJED). https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/153272
  7. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. (ม.ป.ป.). การอ้างอิง รูปแบบ APA 7th edition [เอกสาร PDF]. https://www.aru.ac.th/myadmin/uploads/grad/download/20260128-04fc02e5.pdf
  8. Laohawetwanit, T., Pinto, D. G., & Bychkov, A. (2025). A survey analysis of the adoption of large language models among pathologists. American Journal of Clinical Pathology, 163(1), 52–59. doi:10.1093/ajcp/aqae093 PMID: 39076014
  9. American Psychological Association. (2025). Journal article references. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/examples/journal-article-references
  10. American Psychological Association. (2022). Sentence case capitalization. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/capitalization/sentence-case
  11. Jergas, H., & Baethge, C. (2015). Quotation accuracy in medical journal articles—A systematic review and meta-analysis. PeerJ, 3, e1364. doi:10.7717/peerj.1364 PMID: 26528420
  12. American Psychological Association. (2026). Webpage on a website references. APA Style. https://apastyle.apa.org/style-grammar-guidelines/references/examples/webpage-website-references
  13. Adams, A. (2021, August 23). When and how to transliterate titles in references. APA Style Blog. https://apastyle.apa.org/blog/transliterated-titles-references
  14. Bhattacharyya, M., Miller, V. M., Bhattacharyya, D., & Miller, L. E. (2023). High rates of fabricated and inaccurate references in ChatGPT-generated medical content. Cureus, 15(5), e39238. doi:10.7759/cureus.39238 PMID: 37337480
  15. Logan, S. W. (2022). Reference accuracy in Research Quarterly for Exercise and Sport: A 30-year follow-up to Stull et al. (1991). Research Quarterly for Exercise and Sport, 93(2), 401–411. doi:10.1080/02701367.2020.1853019 PMID: 33411576
  16. Baethge, C., & Jergas, H. (2025). Systematic review and meta-analysis of quotation inaccuracy in medicine. Research Integrity and Peer Review, 10(1), 13. doi:10.1186/s41073-025-00173-z PMID: 40696441
  17. Chelli, M., Descamps, J., Lavoué, V., Trojani, C., Azar, M., Deckert, M., Raynier, J.-L., Clowez, G., Boileau, P., & Ruetsch-Chelli, C. (2024). Hallucination rates and reference accuracy of ChatGPT and Bard for systematic reviews: Comparative analysis. Journal of Medical Internet Research, 26, e53164. doi:10.2196/53164 PMID: 38776130

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *