แผนภูมิเส้นเวลาแสดงช่วงเวลาที่ CiteScore แต่ละปีใช้กับวันส่งบทความตามตารางของประกาศ ม.อ. พร้อมตัวอย่างวันส่ง 15 ส.ค. 2025 และ 15 ส.ค. 2026

CiteScore Percentile: ดู Quartile Scopus ณ วันส่งบทความ

CiteScore Percentile คือค่าที่ Scopus ใช้ระบุตำแหน่งของวารสารในหมวดวิชา และเป็นที่มาของ Quartile Q1–Q4 ซึ่งบางสถาบันกำหนดให้ตรวจ ณ วันที่ส่งบทความ ไม่ใช่ ณ วันที่ตีพิมพ์

นักวิจัยจำนวนมากเข้าใจว่า “วารสารนี้ Q2” เป็นข้อมูลถาวรที่ค้นครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด แต่ในทางปฏิบัติ Quartile เปลี่ยนทุกปีตามการประกาศ CiteScore ชุดใหม่ และกฎของสถาบันที่ผูกเงินรางวัลหรือเงื่อนไขทุนไว้กับ Quartile มักระบุว่าให้ใช้ค่า ณ วันที่ส่งต้นฉบับ บทความนี้อธิบายตั้งแต่ที่มาของตัวเลข วิธีอ่านหน้า Scopus Sources การเลือกปีของ CiteScore ที่ถูกต้อง ไปจนถึงตัวอย่างจริงของวารสารสองฉบับที่ค่า Quartile เปลี่ยนไประหว่างปี โดยเนื้อหาด้านภาพรวมของตัวชี้วัดและการเลือกวารสารมีอยู่แล้วใน Impact Factor, CiteScore และ SJR ต่างกันอย่างไร และ วิธีเลือกวารสาร Q1 Q2 Q3 Q4 ส่วนบทความนี้เน้นขั้นตอนตรวจสอบที่ผูกกับวันที่

CiteScore Percentile คืออะไร และคำนวณอย่างไร

CiteScore ของวารสารหนึ่งปีคำนวณจากจำนวนการอ้างอิงที่เอกสารของวารสารได้รับในช่วงสี่ปี หารด้วยจำนวนเอกสารประเภทเดียวกันที่ตีพิมพ์และมีดัชนีใน Scopus ในสี่ปีเดียวกัน ตัวอย่างที่ Elsevier ใช้อธิบายคือ CiteScore ปี 2019 นับการอ้างอิงที่ได้รับในปี 2016–2019 ต่อเอกสารที่ตีพิมพ์ในปี 2016–2019 (Elsevier, n.d.-a) แนวคิดเบื้องหลังคือการทำให้การคำนวณโปร่งใสและเทียบกันได้ และ CiteScore Tracker จะอัปเดตรายเดือนเพื่อแสดงความคืบหน้าไปสู่ค่าสรุปรายปี (James et al., 2019)

วารสารหนึ่งมี CiteScore เพียงค่าเดียว แต่มี CiteScore Percentile แยกตามแต่ละหมวดวิชา (subject field) ที่วารสารถูกจัดไว้ Scopus จัดเรียงวารสารในหมวดจากคะแนนสูงไปต่ำ แล้วคำนวณเปอร์เซนไทล์ด้วยสูตร

สูตร CiteScore Percentile ตามที่ Elsevier เผยแพร่

เปอร์เซนไทล์ = [ (L + 0.5 × S) ÷ N ] × 100

L = จำนวนวารสารในหมวดที่มี CiteScore ต่ำกว่า, S = จำนวนวารสารที่มี CiteScore เท่ากัน (รวมตัวเอง), N = จำนวนวารสารทั้งหมดในหมวดที่มี CiteScore และ Scopus ปัดค่าลงเป็นจำนวนเต็มเมื่อแสดงผล (Elsevier, n.d.-a)

ลองตรวจย้อนกลับด้วยวารสารจริง: Songklanakarin Journal of Science and Technology (SJST) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มี CiteScore 2025 เท่ากับ 1.2 (การอ้างอิง 478 ครั้ง ต่อเอกสาร 412 ชิ้น ในปี 2022–2025) อยู่อันดับ 130 จาก 223 วารสารในหมวด Multidisciplinary หน้า Scopus แสดงเปอร์เซนไทล์ที่ 41 เมื่อมีวารสารอยู่ต่ำกว่า 223 − 130 = 93 ฉบับ และสมมติว่าไม่มีวารสารคะแนนเท่ากัน (S = 1) จะได้ (93 + 0.5) ÷ 223 × 100 = 41.9 ปัดลงเป็น 41 ตรงกับที่ Scopus แสดงพอดี การคำนวณเองแบบนี้ช่วยให้เห็นว่าเปอร์เซนไทล์คือ “ตำแหน่งในหมวด” ไม่ใช่คะแนนสัมบูรณ์ และไม่ควรเทียบ CiteScore ดิบข้ามสาขา ซึ่ง Elsevier แนะนำให้ใช้ Percentile เป็นฐานเมื่อต้องเทียบข้ามสาขา (Elsevier, n.d.-a)

จาก Percentile สู่ Quartile และเหตุที่ SCImago อาจแสดงค่าต่างออกไป

Elsevier อธิบายว่า Quartile ของ CiteScore ถูกกำหนดจากค่า CiteScore Percentile โดยตรง: Q1 คือกลุ่มบนสุด 25 เปอร์เซนต์แรก Q2 คืออันดับที่ 26–50 Q3 คือ 51–75 และ Q4 คือ 76–100 ของวารสารในหมวด ตัวอย่างในเอกสารเดียวกันระบุว่าวารสารที่มีเปอร์เซนไทล์ 77 อยู่ใน Q1 และวารสารที่มีเปอร์เซนไทล์ 49 อยู่ใน Q3 (Elsevier, 2024) เมื่อแปลงเป็นช่วงของเปอร์เซนไทล์ที่แสดงบนหน้า Scopus จะได้ประมาณ Q1 = 75–99, Q2 = 50–74, Q3 = 25–49 และ Q4 = 0–24 (เป็นการแปลงตามคำอธิบายของ Elsevier ขอบที่ 75 และ 50 ควรยืนยันกับตัวเลขที่หน้า Sources อีกครั้งเมื่อวารสารอยู่ใกล้ขอบ) ตัวกรอง “Show only titles in top 10 percent” บนหน้า Sources คือกลุ่มที่สูงกว่า Q1 ซึ่งประกาศของบางสถาบันแยกเป็นระดับ Top 10% ต่างหาก

แผนภูมิแถบแสดงช่วงเปอร์เซนไทล์ของ CiteScore ที่ตรงกับ Q1 ถึง Q4 พร้อมตำแหน่งของวารสารตัวอย่างสองฉบับในปี 2024 และ 2025
ภาพที่ 1: ช่วงเปอร์เซนไทล์ของ CiteScore ที่ตรงกับ Q1–Q4 (แปลงตามคำอธิบายของ Elsevier, 2024) และตำแหน่งของ SJST กับ Journal of Health Research (JHR) ในปี CiteScore 2024 และ 2025 ที่มา: หน้า Source details ของ Scopus ตรวจเมื่อ 11 ต.ค. 2026

จุดที่ทำให้หลายคนตรวจแล้วได้ผลไม่ตรงกันมีสองข้อ ข้อแรกคือหมวดวิชา: เมื่อวารสารอยู่หลายหมวด Scopus แสดงเปอร์เซนไทล์ที่สูงที่สุดเป็นค่าเริ่มต้น (Elsevier, n.d.-a) และ SciVal ใช้ค่าสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับตัวกรองหมวดวิชา (Elsevier, 2024) ข้อที่สองคือแหล่งข้อมูล: SCImago จัดวารสารเป็นสี่กลุ่มเท่า ๆ กันโดยใช้ค่า SJR (SCImago, n.d.) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดชนิดอื่นที่ให้น้ำหนักตามความเป็นเกียรติภูมิของวารสารที่อ้างอิง (González-Pereira et al., 2010) และ Elsevier ระบุว่าเกณฑ์ Quartile ของ CiteScore กับ SJR คำนวณแยกกัน ไม่ได้คำนวณรวมกัน (Elsevier, 2024) วารสารเดียวกันจึงอาจเป็น Q2 ใน Scopus Sources แต่เป็น Q3 ใน SCImago ได้โดยไม่มีฝ่ายใดผิด หากเงื่อนไขของทุนหรือสถาบันระบุว่า “Quartile ใน Scopus” ให้ยึดหน้า Scopus Sources เป็นหลัก และหากระบุแหล่งอื่นให้ยึดตามที่ระบุ

ปีของ CiteScore ที่ใช้ ณ วันส่งบทความ

ประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เรื่องการสนับสนุนการตีพิมพ์บทความวิจัย ประจำปี 2569 ลงวันที่ 22 มกราคม 2569 ให้ตรวจสอบ Top 10% และค่า Q ที่ https://www.scopus.com/sources ที่ค่า CiteScore Percentile ณ วันที่ส่งบทความเข้ารับการพิจารณา (Submitted Date หรือ Received Date) จากวารสาร และกำหนดตารางว่า Quartile ของแต่ละปีใช้ในช่วงใด (Prince of Songkla University, 2026) ดังตาราง

ตารางที่ 1: ช่วงเวลาที่ Quartile ของแต่ละปี CiteScore ใช้บังคับ ตามตารางในประกาศ ม.อ. (22 ม.ค. 2569)

ค่า Quartile ปีใช้กับวันที่ส่งบทความ
2023กรกฎาคม 2024 – มิถุนายน 2025
2024กรกฎาคม 2025 – มิถุนายน 2026
2025กรกฎาคม 2026 – มิถุนายน 2027
2026กรกฎาคม 2027 – มิถุนายน 2028

ความหมายเชิงปฏิบัติคือ ถ้าส่งต้นฉบับวันที่ 30 มิถุนายน 2026 จะใช้ CiteScore ปี 2024 แต่ถ้าส่งในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 จะใช้ CiteScore ปี 2025 ซึ่งต่างกันเพียงหนึ่งวัน จากหน้า Source details ของ Scopus ค่า CiteScore 2025 ของวารสารตัวอย่างทั้งสองคำนวณเมื่อ 5 พฤษภาคม 2026 และค่า CiteScore 2024 คำนวณเมื่อ 5 พฤษภาคม 2025 ส่วน CiteScore Tracker 2026 ที่แสดงอยู่ข้าง ๆ เป็นค่าระหว่างทางที่อัปเดตรายเดือน (ข้อมูลล่าสุดที่เห็นคืออัปเดต 5 ตุลาคม 2026) ไม่ใช่ค่าสรุปรายปี จึงไม่ควรใช้เป็นหลักฐาน Quartile

แผนภูมิเส้นเวลาแสดงช่วงเวลาที่ CiteScore แต่ละปีใช้กับวันส่งบทความตามตารางของประกาศ ม.อ. พร้อมตัวอย่างวันส่ง 15 ส.ค. 2025 และ 15 ส.ค. 2026
ภาพที่ 2: CiteScore ปีใดใช้กับวันที่ส่งบทความ ตามตารางช่วงเวลาในประกาศ ม.อ. ประจำปี 2569 เส้นประแดงคือวันส่งตัวอย่างสมมติ ค่าของ JHR คือเปอร์เซนไทล์สูงสุดในหมวดที่ Scopus แสดง ที่มา: Prince of Songkla University (2026) และหน้า Source details ของ Scopus ตรวจเมื่อ 11 ต.ค. 2026

ตรวจสถานะ Active และ Quartile บนหน้า Scopus Sources ทีละขั้น

ขั้นตอนที่ใช้ได้กับทุกวารสาร เรียงตามลำดับที่ควรทำก่อนกดส่งต้นฉบับ

  1. เปิดหน้า Sources ที่ scopus.com/sources เลือกค้นด้วย Title หรือ ISSN (ใช้ ISSN จะลดโอกาสสับสนกับวารสารชื่อคล้ายกัน เช่น การค้นชื่อ Journal of Health Research ได้ 33 รายการ) หน้านี้เปิดดูได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบในการตรวจของเรา
  2. เข้าหน้า Source details ของวารสาร ตรวจชื่อ ผู้จัดพิมพ์ ISSN และบรรทัด “Years currently covered by Scopus” เช่น JHR แสดง from 2018 to 2026 และ SJST แสดง from 2006 to 2026
  3. ตรวจสถานะการคงอยู่ใน Scopus Elsevier ระบุว่าวารสารที่ถูกยุติการรับเข้า (discontinued) จะอยู่ในไฟล์ Scopus source title list ซึ่งมีรายการวารสารที่ยุติและอัปเดตทุกเดือน และเนื้อหาที่เคยมีดัชนีแล้วโดยทั่วไปยังอยู่ต่อไปเพื่อเป็นบันทึกทางวิทยาศาสตร์ (Elsevier, n.d.-b) ดังนั้นการที่บทความเก่ายังค้นเจอไม่ได้แปลว่าวารสารยังรับเนื้อหาใหม่
  4. เลือกปี CiteScore ให้ตรงกับวันส่ง ใช้ตัวเลือก “View metrics for year” บนหน้ารายการ หรือกล่องเลือกปีในแท็บ CiteScore ของหน้า Source details แล้วเทียบกับตารางช่วงเวลาของสถาบัน
  5. อ่านตาราง CiteScore rank จดอันดับ จำนวนวารสารในหมวด และเปอร์เซนไทล์ของทุกหมวด ไม่ใช่เฉพาะหมวดแรก แล้วแปลงเป็น Quartile
  6. เก็บหลักฐาน ณ วันส่ง บันทึกภาพหน้าจอหรือไฟล์ PDF ที่เห็นวันที่ พร้อมจดวันที่ส่งต้นฉบับตามอีเมลยืนยันของระบบวารสาร เพราะค่าและสถานะบนหน้า Scopus มีโอกาสเปลี่ยนในภายหลัง

สำหรับประกาศของ ม.อ. ข้อ 5 กำหนดด้วยว่าชื่อวารสารต้องปรากฏเป็น Active ในฐานข้อมูล Scopus ณ วันที่ส่งบทความเข้ารับการพิจารณา (Prince of Songkla University, 2026) นั่นคือต้องตรวจทั้งสองเรื่องพร้อมกัน คือสถานะและเปอร์เซนไทล์ ณ วันเดียวกัน คู่มือการเลือกวารสารไทยที่อยู่ใน Scopus ดูต่อได้ที่ วิธีเลือกวารสารไทยใน Scopus ให้เหมาะกับงานวิจัยของคุณ

บริบทไทย: ตัวอย่างการผูกสิทธิ์กับ Quartile ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ต้องย้ำก่อนว่าเนื้อหาในส่วนนี้เป็น กติกาของ ม.อ. เท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์ระดับชาติ และสถาบันอื่นอาจกำหนดต่างออกไปหรือไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ ควรอ่านประกาศฉบับล่าสุดของต้นสังกัดของท่านเอง

ประกาศการสนับสนุนการตีพิมพ์ ประจำปี 2569

ประกาศฉบับลงวันที่ 22 มกราคม 2569 แบ่งการสนับสนุนเป็นสองประเภท คือรางวัลเผยแพร่บทความ (Article reward) และค่าตีพิมพ์ (Page charge) หรือค่าเข้าถึงบทความแบบเปิด โดยอัตราผูกกับระดับของวารสารใน Scopus ดังตารางที่ 2 เงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวกับผลงานคือ ต้องเป็นชื่อแรกหรือผู้รับผิดชอบผลงาน ระบุสังกัด “Prince of Songkla University” ให้ถูกต้อง เป็นต้นฉบับ บทความรับเชิญ หรือบทความปริทัศน์ในวารสารที่มีระบบผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่นับ Proceedings และต้องระบุรายละเอียดบรรณานุกรมครบโดยใช้เลข DOI แทนไม่ได้ (Prince of Songkla University, 2026)

ตารางที่ 2: อัตราการสนับสนุนตามระดับของวารสารใน Scopus ตามประกาศ ม.อ. ประจำปี 2569 (สำหรับบทความที่ตีพิมพ์ในปี 2569)

ระดับวารสารใน Scopusรางวัลเผยแพร่บทความ (บาท)ค่าตีพิมพ์ / Open access
Top 10%25,00050% ของค่าตีพิมพ์ แต่ไม่เกิน 35,000
Q120,00050% ของค่าตีพิมพ์ แต่ไม่เกิน 25,000
Q215,00050% ของค่าตีพิมพ์ แต่ไม่เกิน 15,000

ประกาศเดียวกันกำหนดกรอบเวลาไว้ด้วย คือหากได้รับลิงก์ยื่นขอรางวัลจากระบบ PSU Research Outputs ต้องยืนยันข้อมูลและแนบบทความฉบับเต็มภายใน 3 เดือน และคำขอค่าตีพิมพ์ต้องส่งถึงสำนักวิจัยและพัฒนาภายใน 6 เดือนหลังตีพิมพ์ (Prince of Songkla University, 2026) ซึ่งหมายความว่ากระบวนการตรวจ Quartile ณ วันส่งควรเสร็จและมีหลักฐานเก็บไว้ตั้งแต่ก่อนบทความตีพิมพ์ ค่าตีพิมพ์ในภาพรวมและวิธีวางงบ อ่านเพิ่มได้ที่ ค่าตีพิมพ์วารสาร Scopus เท่าไร และเบิกจากมหาวิทยาลัยได้อย่างไร

ทุนงานมูลฐาน (FF) ปีงบประมาณ 2570

ประกาศ ม.อ. เรื่องทุน Fundamental Fund ประจำปีงบประมาณ 2570 (1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570) ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 กำหนดผลผลิตขั้นต่ำเป็นระดับของวารสาร Scopus ตามวงเงิน เช่น หัวหน้าโครงการที่ไม่ใช่นักวิจัยใหม่ซึ่งขอไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ต้องมีผลงานใน Scopus Top 50% (Q2 CiteScore) อย่างน้อย 1 บทความ วงเงิน 500,001–700,000 บาทต้อง Top 25% (Q1 CiteScore) และ 700,001–1,000,000 บาทต้อง Top 10% (Tier 1 CiteScore) ส่วนนักวิจัยใหม่ซึ่งจบการศึกษาสูงสุดไม่เกิน 5 ปี ที่ขอไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี ต้องมีบทความใน Scopus อย่างน้อย 1 บทความ (Prince of Songkla University, 2025) ประกาศฉบับนี้ยังกำหนดให้แนบหน้าแรกของผลงานตีพิมพ์ 1 เรื่องในรอบ 3 ปีที่มี CiteScore Percentile สูงที่สุด (เฉพาะที่เป็นชื่อแรกหรือผู้รับผิดชอบผลงาน) พร้อมข้อเสนอโครงการ ข้อความที่เราอ่านพบไม่ได้ระบุว่าให้ตรวจ Quartile ของผลผลิตตามปี CiteScore ใด ผู้ขอทุนจึงควรสอบถามหน่วยวิจัยของตนก่อนวางแผนวารสาร

ตัวอย่างคำนวณ: วันส่งที่ต่างกันทำให้ Quartile ต่างกันได้

ตารางที่ 3 สรุปข้อมูลจริงของวารสารสองฉบับที่ตรวจจากหน้า Source details ของ Scopus เมื่อ 11 ตุลาคม 2026 เลือกจากวารสารไทยที่อยู่ใน Scopus เพื่อให้เห็นกรณีที่พบได้จริง ไม่ได้มีเจตนาจัดอันดับคุณภาพวารสาร เพราะ Quartile เป็นเพียงตำแหน่งสัมพัทธ์ในหมวดวิชาที่วารสารถูกจัดไว้

ตารางที่ 3: ข้อมูล CiteScore และเปอร์เซนไทล์ของวารสารตัวอย่าง (ที่มา: Scopus Source details ตรวจเมื่อ 11 ต.ค. 2026)

วารสาร / หมวดCiteScore 2024 (อ้างอิง ÷ เอกสาร 2021–2024)CiteScore 2025 (อ้างอิง ÷ เอกสาร 2022–2025)
Songklanakarin J Sci Technol (ISSN 0125-3395) หมวด Multidisciplinary1.1 (617 ÷ 585) อันดับ 112/200 เปอร์เซนไทล์ 44 → Q31.2 (478 ÷ 412) อันดับ 130/223 เปอร์เซนไทล์ 41 → Q3
Journal of Health Research (ISSN 0857-4421; e-ISSN 2586-940X) หมวด General Nursing2.3 (713 ÷ 314) อันดับ 67/143 เปอร์เซนไทล์ 53 → Q22.1 (663 ÷ 323) อันดับ 73/144 เปอร์เซนไทล์ 49 → Q3
JHR หมวด Public Health, Environmental and Occupational Healthอันดับ 402/687 เปอร์เซนไทล์ 41อันดับ 435/725 เปอร์เซนไทล์ 40
JHR หมวด Health Policyอันดับ 191/320 เปอร์เซนไทล์ 40อันดับ 205/330 เปอร์เซนไทล์ 38

Journal of Health Research (JHR) ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่ใน Scopus สามหมวด เปอร์เซนไทล์สูงสุดคือหมวด General Nursing ซึ่งเป็นค่าที่ Scopus แสดงเป็นค่าเริ่มต้น ตรวจย้อนกลับได้ว่าปี 2024 ใช้ (143 − 67 + 0.5) ÷ 143 × 100 = 53.5 แสดงเป็น 53 และปี 2025 ใช้ (144 − 73 + 0.5) ÷ 144 × 100 = 49.7 แสดงเป็น 49 เมื่อใช้เกณฑ์ที่ Elsevier อธิบาย (77 เป็น Q1, 49 เป็น Q3) ค่า 53 จัดเป็น Q2 และ 49 จัดเป็น Q3

ทีนี้ลองจำลองด้วยตารางช่วงเวลาของ ม.อ. สมมติผู้เขียนสังกัด ม.อ. ต้องการเกณฑ์ Q2 ขึ้นไปสำหรับรางวัลเผยแพร่บทความของปี 2569 (เป็นตัวอย่างเพื่อการคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่การประเมินสิทธิ์จริง ซึ่งเป็นอำนาจของสำนักวิจัยและพัฒนา)

ตารางที่ 4: การจำลองวันส่งบทความกับ CiteScore ปีที่ใช้ตามตารางของ ม.อ. สำหรับ JHR (ตัวอย่างสมมติ)

วันที่ส่งบทความ (สมมติ)CiteScore ปีที่ใช้เปอร์เซนไทล์สูงสุดQuartileถึงเกณฑ์ Q2 ขึ้นไป?
15 สิงหาคม 2025202453 (General Nursing)Q2ถึงเกณฑ์
30 มิถุนายน 2026202453 (General Nursing)Q2ถึงเกณฑ์
1 กรกฎาคม 2026202549 (General Nursing)Q3ไม่ถึงเกณฑ์
15 สิงหาคม 2026202549 (General Nursing)Q3ไม่ถึงเกณฑ์

ตารางสะท้อนข้อสรุปสามข้อ ข้อแรก วารสารเดียวกันเปลี่ยน Quartile ได้ภายในหนึ่งปีปฏิทินโดยที่ผู้เขียนไม่ได้ทำอะไรต่างไป ข้อสอง ขอบเขตของช่วงเวลา (1 กรกฎาคม) สำคัญกว่าวันตีพิมพ์ ข้อสาม สำหรับ SJST ทั้งสองปี CiteScore เป็น Q3 จึงไม่เข้าเกณฑ์ Q2 ขึ้นไปในทั้งสองช่วง หากเงื่อนไขของท่านต้องการ Q2 ขึ้นไป ควรตรวจก่อนเลือกวารสาร ไม่ใช่หลังรับตอบรับ สำหรับกรณีวารสารที่อยู่หลายหมวดและแต่ละหมวดต่างระดับ ประกาศ ม.อ. ที่เราอ่านไม่ได้ระบุว่าใช้หมวดใด ให้ถามสำนักวิจัยและพัฒนาของท่านและเก็บคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร

สรุป

CiteScore Percentile เป็นตำแหน่งของวารสารในหมวดวิชา และ Quartile เป็นการแบ่งตำแหน่งนั้นเป็นสี่ช่วง ค่านี้เปลี่ยนตามปี CiteScore และตารางช่วงเวลาของแต่ละสถาบันกำหนดว่าวันส่งบทความตรงกับปีใด รายการตรวจก่อนส่งต้นฉบับมีดังนี้

  • ระบุให้ได้ว่าเงื่อนไขของท่านใช้ Quartile จากแหล่งใด (Scopus Sources หรือ SCImago) และ ณ วันใด (วันส่ง วันรับตอบรับ หรือวันตีพิมพ์)
  • ตรวจสถานะวารสารใน Scopus และตรวจว่ายังรับเนื้อหาใหม่ ไม่ใช่ดูแค่ว่ามีบทความเก่าอยู่ในฐานข้อมูล
  • เลือกปี CiteScore ตามตารางช่วงเวลาของสถาบัน อย่าใช้ค่าเริ่มต้นของหน้าเว็บโดยอัตโนมัติ
  • จดเปอร์เซนไทล์ของทุกหมวดและตรวจว่าสถาบันนับหมวดใด
  • เก็บภาพหน้าจอที่เห็นวันที่ พร้อมอีเมลยืนยันวันส่ง และเก็บคำตอบจากหน่วยวิจัยไว้
  • อย่าใช้ CiteScore Tracker เป็นหลักฐาน Quartile

หากต้องการทีมที่ช่วยตรวจ Quartile และสถานะวารสาร ณ วันส่ง พร้อมเตรียมต้นฉบับให้ตรงเงื่อนไขของวารสาร ดูรายละเอียดได้ที่ บริการสนับสนุนการตีพิมพ์ และสามารถใช้แบบฟอร์มติดต่อที่ หน้าติดต่อเรา (หรืออีเมล [email protected]) เพื่อสอบถามหรือขอความชัดเจนเพิ่มเติม รวมถึงสอบถามส่วนลดพิเศษสำหรับนักศึกษาและนักวิจัยที่ไม่มีทุนสนับสนุน บริการของเราดำเนินการตามแนวทาง ICMJE, COPE และ GPP3 โดยระบุการสนับสนุนด้านการเขียนและการตรวจแก้ไขอย่างโปร่งใส

เอกสารอ้างอิง

  1. Elsevier. (n.d.-a). CiteScore FAQs. SciVal Support Center, Elsevier Support. https://www.elsevier.support/scival/answer/citescore-faqs (เข้าถึงเมื่อ 11 ตุลาคม 2569)
  2. Elsevier. (2024). SciVal Metric: Publications in Journal Quartiles (ปรับปรุงล่าสุด 15 พฤศจิกายน 2024). Elsevier Support. https://www.elsevier.support/scival/answer/scival-metric-publications-in-journal-quartiles
  3. Elsevier. (n.d.-b). Scopus content policy and selection. https://www.elsevier.com/products/scopus/content/content-policy-and-selection (เข้าถึงเมื่อ 11 ตุลาคม 2569)
  4. SCImago. (n.d.). SJR: SCImago Journal & Country Rank, Help. https://www.scimagojr.com/help.php (เข้าถึงเมื่อ 11 ตุลาคม 2569)
  5. James, C., Colledge, L., Meester, W., Azoulay, N., & Plume, A. (2019). CiteScore metrics: Creating journal metrics from the Scopus citation index. Learned Publishing, 32(4), 367–374. doi:10.1002/leap.1246
  6. González-Pereira, B., Guerrero-Bote, V. P., & Moya-Anegón, F. (2010). A new approach to the metric of journals’ scientific prestige: The SJR indicator. Journal of Informetrics, 4(3), 379–391. doi:10.1016/j.joi.2010.03.002
  7. Prince of Songkla University. (2026). ประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่อง การสนับสนุนการตีพิมพ์บทความวิจัย ประจำปี ๒๕๖๙ (ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙). เอกสาร PDF
  8. Prince of Songkla University. (2025). ประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่อง การสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัย ประเภทงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (ประกาศ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568). เอกสาร PDF
  9. Scopus. (2026). Source details: Songklanakarin Journal of Science and Technology (Source ID 3900148502). https://www.scopus.com/sourceid/3900148502 (เข้าถึงเมื่อ 11 ตุลาคม 2569)
  10. Scopus. (2026). Source details: Journal of Health Research (Source ID 21100904742). https://www.scopus.com/sourceid/21100904742 (เข้าถึงเมื่อ 11 ตุลาคม 2569)

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *