แผนผังขั้นตอนตรวจวารสารก่อนส่งต้นฉบับ ตั้งแต่ค้นสถานะใน Scopus เทียบ homepage ตรวจ Think.Check.Submit จนถึงตรวจซ้ำเมื่อได้รับตอบรับ

วารสารถูกถอดจาก Scopus: วิธีตรวจสถานะก่อนส่งต้นฉบับ

วารสารถูกถอดจาก Scopus หมายถึง Scopus หยุดเพิ่มเนื้อหาใหม่ของวารสารนั้น แต่บทความที่ลงดัชนีไปแล้วยังอยู่ตามนโยบายของ Elsevier ดังนั้นต้องตรวจสถานะจากไฟล์รายชื่อรายเดือนก่อนส่ง ตอนรับตอบรับ และก่อนจ่ายค่าตีพิมพ์

Scopus ถอดวารสารอย่างไร

หน้านโยบายของ Elsevier อธิบายการถอดวารสารเป็นกระบวนการ โดยระบุว่าวารสารที่รับเข้าแล้วต้องผ่านโปรแกรมประเมินซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยวารสารถูกส่งเข้าประเมินซ้ำได้สองทาง ทางแรกคือชุมชนวิจัยแจ้งข้อกังวลเรื่องมาตรฐานการตีพิมพ์ ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบว่าสมเหตุสมผลก่อน ทางที่สองคือแบบจำลองข้อมูลของ Elsevier ที่ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น รูปแบบการตีพิมพ์ กราฟการอ้างอิง ความร่วมมือของผู้เขียน หรือเนื้อหา [1]

ลำดับต่อจากนั้นตามหน้านโยบายเดียวกัน [1]:

  1. คณะกรรมการ CSAB ประเมินวารสารซ้ำด้วยเกณฑ์เดียวกับการพิจารณาวารสารใหม่ และขอข้อมูลเพิ่มจากผู้จัดพิมพ์
  2. ระหว่างประเมิน เนื้อหาใหม่ของวารสารนั้นจะไม่ไหลเข้า Scopus (content flow ถูกระงับ)
  3. CSAB ตัดสินให้วารสารคงอยู่ต่อ หรือยุติการนำเนื้อหาใหม่เข้า Scopus (discontinue) ถ้าคงอยู่ เนื้อหากลับมาไหลเข้าตามเดิม
  4. ถ้าถูกยุติ จะมีช่วงห้ามเสนอชื่อวารสารซ้ำ (embargo)

หน้านโยบายยังระบุว่า เมื่อวารสารถูกยุติหรือถูกพัก เนื้อหาที่ลงดัชนีไปแล้วยังคงอยู่ในฐานะบันทึกทางวิทยาศาสตร์ และเพื่อให้การวิเคราะห์แนวโน้มงานวิจัยคงที่ ยกเว้นกรณีที่พิสูจน์ได้ว่ามีการปฏิบัติที่ผิดจริยธรรมอย่างรุนแรง ซึ่งเนื้อหาที่ลงดัชนีไว้อาจถูกลบ [1] ส่วนการเปลี่ยนชื่อวารสาร ISSN ผู้เป็นเจ้าของ หรือกองบรรณาธิการ Scopus ตรวจสอบความถูกต้องของการเปลี่ยนแปลง และไม่รับประกันว่าวารสารจะยังอยู่ในฐานข้อมูลหลังเปลี่ยน วารสารที่เปลี่ยนมากจะถูกมองเป็นวารสารใหม่ [1] นอกจากนี้ Elsevier ระบุว่าสงวนสิทธิ์ปรับเกณฑ์ พักหรือประเมินซ้ำวารสารโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า [1]

กระทบบทความที่ตีพิมพ์แล้วและที่กำลังส่งอย่างไร

ไฟล์รายชื่อวารสารของ Scopus มีหมายเหตุที่หัวแท็บ Discontinued Titles ว่า final coverage คือเล่ม/ฉบับสมบูรณ์ล่าสุดที่ Scopus ครอบคลุม หลังจากนั้นจะไม่มีเนื้อหาเพิ่ม และจะไม่เติมช่องว่างย้อนหลัง เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าบทความตีพิมพ์ในฉบับก่อนถึง final coverage และเผยแพร่ออนไลน์ก่อนที่วารสารจะถูกพัก [2] (ผู้เขียนแปลจากภาษาอังกฤษ) ผู้เขียนสรุปผลต่อผู้นิพนธ์ดังนี้ ซึ่งเป็นการตีความของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อความของ Elsevier:

สถานะบทความผลที่คาดตามนโยบายและหมายเหตุของไฟล์สิ่งที่ผู้นิพนธ์ตรวจ
ตีพิมพ์แล้ว ในฉบับที่อยู่ในช่วง coverageยังคงอยู่ใน Scopus ตามนโยบายบันทึกทางวิทยาศาสตร์ [1]ค้นชื่อบทความหรือ DOI ใน Scopus และจดวันที่ตรวจ
ตีพิมพ์แล้ว ในฉบับหลัง final coverageไม่มีเนื้อหาเพิ่มหลัง final coverage และไม่เติมช่องว่าง เว้นแต่พิสูจน์ได้ตามเงื่อนไขในหมายเหตุ [2]เทียบ vol/issue ของบทความกับ final coverage ในแท็บ Discontinued Titles
ยังอยู่ระหว่างพิจารณา หรือรอลงฉบับถ้าวารสารถูกพักหรือยุติก่อนบทความลงฉบับ บทความมีโอกาสไม่ถูกนำเข้า (ข้อสรุปของผู้เขียน)ถามบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร และตรวจกติกาของผู้ใช้ผลงาน

ว่าบทความที่ไม่ปรากฏใน Scopus จะนับเป็นผลงานได้หรือไม่ เป็นกติกาของผู้ให้ทุนหรือสถาบัน ไม่ใช่ของ Scopus ตัวอย่างกติกาแบบหนึ่งอยู่ในหัวข้อบริบทไทยด้านล่าง

อ่านไฟล์รายชื่อวารสารของ Scopus ให้ถูก

หน้านโยบายของ Elsevier ระบุว่ารายชื่อวารสารที่ถูกยุติอยู่ในไฟล์ Excel ของ source title list ซึ่งอัปเดตทุกเดือน [1] ผู้เขียนดาวน์โหลดไฟล์ฉบับกันยายน 2569 เมื่อ 11 ต.ค. 2569 และนับแถวเอง ไฟล์มีแท็บ Scopus Sources, Accepted Titles และ Discontinued Titles [2] ตัวเลขด้านล่างเป็นของไฟล์ฉบับนั้น ฉบับใหม่กว่าอาจต่างออกไป

รายการ (ไฟล์ฉบับ ก.ย. 2569) [2]จำนวนแถว
แท็บ Scopus Sources ทั้งหมด (วารสาร หนังสือชุด และ trade journal)49,104
สถานะ Active32,260
สถานะ Inactive16,844
Inactive ที่มีป้าย “Discontinued by Scopus”961 (961 ÷ 16,844 = 5.7%)
แท็บ Discontinued Titles ทั้งหมด1,169
ในแท็บนั้น: Indexation Change = Discontinuation999
ในแท็บนั้น: Indexation Change = Journal change policy170

ข้อสังเกตจากการนับ: (1) สถานะ Inactive อย่างเดียวไม่ได้แปลว่าถูก Scopus ถอด เพราะมีเพียง 961 จาก 16,844 แถวที่มีป้าย Discontinued by Scopus ผู้เขียนไม่พบคำนิยามเหตุผลของสถานะ Inactive ในไฟล์ จึงไม่ตีความเกินกว่านี้ (2) แถวที่ถูกบันทึกด้วย Journal change policy ก็อยู่ในแท็บเดียวกัน ต้องอ่านคอลัมน์ Indexation Change ไม่ใช่ดูแค่ว่าชื่ออยู่ในแท็บ

ตัวอย่างแถวจริงเพื่อแสดงวิธีอ่าน (เป็นข้อมูลตามไฟล์เท่านั้น ไฟล์ไม่ระบุเหตุผล): American Journal of Cancer Research ผู้จัดพิมพ์ในไฟล์คือ E-Century Publishing Corporation ในแท็บ Scopus Sources สถานะ Inactive coverage 2012-2017 และมีป้าย Discontinued by Scopus ส่วนแท็บ Discontinued Titles ระบุ Discontinuation final coverage ปี 2017 เล่ม 7 ฉบับ 12 หน้า 2587-2599 [2] แถวนี้บอกว่า Scopus ไม่เพิ่มเนื้อหาหลังฉบับนั้น ไม่ได้บอกสถานะปัจจุบันหรือคุณภาพบทความของวารสาร

แผนภูมิแท่งจำนวนชื่อวารสารในแท็บ Discontinued Titles ของไฟล์ Scopus source title list ฉบับกันยายน 2026 จำแนกตามปีของ final coverage
ภาพที่ 2: จำนวนชื่อวารสารในแท็บ Discontinued Titles จำแนกตามปีของ final coverage ที่มา: ไฟล์ Scopus source title list ฉบับกันยายน 2569 ของ Elsevier [2] เข้าถึง 11 ต.ค. 2569 เฉพาะแถวที่ Indexation Change = Discontinuation และระบุปี (997 จาก 999 แถว) ผู้เขียนนับเอง ปี final coverage ไม่ใช่ปีที่ถูกถอด จึงไม่ควรอ่านเป็นแนวโน้มการถอดรายปี

ภาพที่ 2 แสดงว่ารายชื่อในแท็บ Discontinued Titles มีวารสารที่ final coverage ตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2026 ปีที่มีจำนวนมากสุดคือ 2016 (148 ชื่อ) 2017 (145) และ 2018 (126) ตามด้วยปี 2025 (107) ไฟล์ยังมีชื่อที่ final coverage ใกล้ปัจจุบัน (ปี 2025: 107 ชื่อ ปี 2026: 22 ชื่อ) แต่ห้ามอ่านเป็นแนวโน้มรายปี เพราะปีที่ระบุคือปีของฉบับสุดท้ายที่ยังอยู่ใน Scopus ไม่ใช่ปีที่ Scopus ตัดสิน

ข้อจำกัดของแหล่งข้อมูลอื่น: SCImago จัดอันดับจากข้อมูล Scopus และคำนวณใหม่ปีละครั้งในเดือนมิถุนายน [12] จึงไม่ควรใช้การมีชื่อใน SCImago เป็นหลักฐานสถานะ ณ วันนี้ (ข้อสรุปของผู้เขียนจากรอบการคำนวณ ไม่ใช่ข้อความของ SCImago) ให้ใช้ไฟล์รายเดือนของ Elsevier เป็นหลัก เรื่อง quartile ณ วันส่งดู CiteScore percentile และ quartile ณ วันส่งบทความ

ขั้นตอนตรวจก่อนส่ง ตอนรับตอบรับ และก่อนจ่ายเงิน

แผนผังขั้นตอนตรวจวารสารก่อนส่งต้นฉบับ ตั้งแต่ค้นสถานะใน Scopus เทียบ homepage ตรวจ Think.Check.Submit จนถึงตรวจซ้ำเมื่อได้รับตอบรับ
ภาพที่ 1: ขั้นตอนตรวจวารสารก่อนส่งต้นฉบับ ที่มา: ผู้เขียนเรียบเรียงจากนโยบาย Scopus ของ Elsevier [1] รายการตรวจ Think.Check.Submit [7] และหลักการของ DOAJ/COPE [8]

ลำดับในภาพที่ 1 ใช้ได้กับวารสารทุกฉบับ สรุปเป็นกฎตัดสินใจของผู้เขียน:

  1. หาชื่อวารสารและ ISSN จากเว็บทางการของวารสาร ไม่ใช้ลิงก์จากอีเมลเชิญ ตรวจว่าชื่อเป็นเอกลักษณ์และไม่สับสนกับวารสารอื่น ซึ่งเป็นข้อที่ DOAJ, COPE, OASPA และ WAME ระบุในหลักการความโปร่งใส [8] และ Think.Check.Submit แนะนำให้เทียบข้อมูลกับ ISSN Portal [7][9]
  2. ค้นชื่อและ ISSN ใน Scopus Sources และไฟล์รายชื่อฉบับล่าสุด เงื่อนไขผ่านคือสถานะ Active ช่วง coverage ต่อเนื่องถึงปีปัจจุบัน และไม่อยู่ในแท็บ Discontinued Titles ถ้าไม่ผ่าน ให้เลือกวารสารสำรอง
  3. เทียบ homepage ในโปรไฟล์ Scopus กับ URL ที่ใช้ส่งต้นฉบับ เหตุผลอยู่ในย่อหน้าถัดไป
  4. ทำรายการตรวจ Think.Check.Submit และตรวจ DOAJ หรือ COPE ตามความเกี่ยวข้อง [7][8]
  5. ตรวจซ้ำสองจุด: เมื่อได้รับตอบรับ และก่อนจ่ายค่าตีพิมพ์ เพราะรายชื่ออัปเดตรายเดือน [1] และสถานะอาจเปลี่ยนระหว่างรอ บันทึกวันที่และภาพหน้าจอของแต่ละครั้ง

วารสารปลอม (hijacked journal) และ homepage ที่ถูกเปลี่ยน: Abalkina วิเคราะห์รายชื่อวารสารปลอมที่ทราบ และพบว่าอย่างน้อย 67 ฉบับแทรกเข้า Scopus ตั้งแต่ปี 2013 ในจำนวนนี้ 33 ฉบับทำให้เนื้อหาที่ไม่ได้รับอนุญาตถูกลงดัชนี 23 ฉบับเปลี่ยนลิงก์ homepage ในโปรไฟล์วารสาร และ 11 ฉบับทำทั้งสองอย่าง ณ เดือนกันยายน 2023 ยังมี 41 ฉบับที่ยังกระทบข้อมูลวารสารจริงใน Scopus [3] ผลที่ตามมาสำหรับผู้นิพนธ์คือ การค้นเจอชื่อวารสารใน Scopus ยังไม่พอ ต้องเปิด homepage ในโปรไฟล์ Scopus และตรวจว่าตรงกับเว็บไซต์ที่ท่านกำลังส่งต้นฉบับหรือไม่ ถ้าไม่ตรง อย่าส่งและแจ้งบรรณารักษ์หรือหน่วยวิจัยของสถาบัน (วิธีตรวจสองขั้นนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียนจากผลของ Abalkina)

คู่มือหลีกเลี่ยงวารสารนักล่าดู วิธีระบุและหลีกเลี่ยงวารสารนักล่า ส่วนการเลือกวารสารไทยที่อยู่ใน Scopus ดู วิธีเลือกวารสารไทยใน Scopus

ถ้าวารสารถูกถอดระหว่างรอพิจารณา

ตัวอย่างสมมติ (ตัวเลขและวันที่เป็นสมมติทั้งหมด): ท่านส่งต้นฉบับวันที่ 1 มี.ค. 2570 ได้รับตอบรับ 15 ส.ค. 2570 และบทความถูกกำหนดลง vol. 12 issue 9 ในเดือนกันยายน ไฟล์รายชื่อฉบับเดือนกันยายน 2570 ระบุว่าวารสารนี้ Discontinuation โดย final coverage คือ vol. 12 issue 6 ตามหมายเหตุของไฟล์ บทความใน issue 9 อยู่หลัง final coverage จึงไม่มีเนื้อหาเพิ่มหลังจุดนั้น [2] ทำตามลำดับนี้:

  1. เก็บหลักฐานก่อน: บันทึกแถวในไฟล์ (ชื่อไฟล์ ฉบับเดือน แท็บ และวันที่เข้าถึง) และภาพหน้าโปรไฟล์ Scopus
  2. ถามบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร: (ก) วารสารได้รับแจ้งการประเมินซ้ำหรือการยุติหรือไม่ (ข) บทความถูกกำหนดลงฉบับใด (ค) วารสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรได้หรือไม่ว่าบทความจะถูกนำเข้า Scopus ไม่ควรถามว่า “รับรองได้ไหม” ควรถามข้อเท็จจริงเหล่านี้
  3. เทียบวันที่กับ coverage: ถ้าฉบับที่บทความลงอยู่ภายใน final coverage ให้ตรวจซ้ำในไฟล์ฉบับถัดไปหลังตีพิมพ์ ถ้าอยู่หลัง final coverage ให้ถือว่าไม่ถูกนำเข้าตามหมายเหตุของไฟล์ [2]
  4. ตรวจกติกาของผู้ใช้ผลงาน: บางสถาบันกำหนดเวลาตรวจ Scopus ต่างกัน (ดูหัวข้อบริบทไทย) ถามหน่วยวิจัยหรือผู้ให้ทุนก่อนตัดสินใจ
  5. ถ้าตัดสินใจถอน: ดูเงื่อนไขการถอนของวารสารและขอหนังสือยืนยันการถอนเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนส่งวารสารสำรองที่เตรียมไว้ จริยธรรมการตีพิมพ์ซ้ำซ้อนดู แนวทาง COPE

ก่อนจ่ายเงิน ให้อ่านนโยบายคืนเงินและการถอนต้นฉบับของวารสารด้วย วิธีเบิกและตัวเลขที่เกี่ยวข้องดู ค่าตีพิมพ์วารสาร Scopus และการเบิกจากมหาวิทยาลัย และภาพรวมการเลือกวารสารสำรองดู ตีพิมพ์ scopus ยากไหม: ประเมินความยาก เวลา และค่าใช้จ่าย

สัญญาณเตือนวารสารนักล่าและวารสารปลอม

วารสารที่ถูกถอดจาก Scopus กับวารสารนักล่า (predatory journal) ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน วารสารถูกถอดได้ด้วยเหตุผลหลายอย่าง และวารสารนักล่าบางฉบับอาจแทรกเข้ารายชื่อที่คัดสรรได้ Grudniewicz และคณะ (43 ผู้เข้าร่วมจาก 10 ประเทศ) ให้คำนิยามฉันทามติว่า “Predatory journals and publishers are entities that prioritize self-interest at the expense of scholarship and are characterized by false or misleading information, deviation from best editorial and publication practices, a lack of transparency, and/or the use of aggressive and indiscriminate solicitation practices” [4] (ผู้เขียนไม่แปลคำนิยามเป็นภาษาไทยเพื่อกันความเพี้ยน) สี่ลักษณะนี้ใช้เป็นกรอบตรวจได้ดังตาราง

ลักษณะตามนิยาม [4]ตัวอย่างที่ระบุไว้ [4]วิธีตรวจก่อนส่ง (ข้อเสนอของผู้เขียน)
ข้อมูลเท็จหรือชวนให้เข้าใจผิดimpact factor ปลอม ที่อยู่ไม่ถูกต้อง การแสดงกองบรรณาธิการไม่จริง อ้างว่าอยู่ในดัชนีหรือสมาคมโดยไม่จริงตรวจชื่อวารสารกับ Scopus, ISSN Portal และ DOAJ ตามขั้นที่ 2-4 ด้านบน
เบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติที่ดีไม่มีนโยบายถอนบทความ ขอโอนลิขสิทธิ์ในวารสารเข้าถึงแบบเปิด ไม่ระบุสัญญาอนุญาต Creative Commonsอ่านหน้านโยบายของวารสารและเทียบกับหลักการของ DOAJ/COPE [8]
ขาดความโปร่งใสไม่มีข้อมูลติดต่อหรือค่าธรรมเนียม ตรวจสอบบรรณาธิการไม่ได้ลองโทรหรือส่งอีเมลถึงผู้จัดพิมพ์ และค้นชื่อบรรณาธิการจากแหล่งอิสระ
เชิญส่งบทความแบบก้าวร้าวและไม่เลือกหน้าอีเมลซ้ำ ๆ ชมเกินจริง หรืออ้างผลงานเก่าแล้วบอกว่าด่วน และสาขาของผู้ถูกเชิญอยู่นอกขอบเขตวารสารอย่ากดลิงก์ในอีเมล ไปที่เว็บทางการของวารสารเอง

Shamseer และคณะเปรียบเทียบวารสารที่มีแนวโน้มเป็นวารสารนักล่า (จาก Beall’s List) กับวารสารเข้าถึงแบบเปิดและแบบสมัครสมาชิก โดยระบุวารสาร ณ วันที่ 10 ก.ค. 2014 และสุ่มกลุ่มละ 100 ฉบับ วิเคราะห์ได้ 93, 99 และ 100 ฉบับตามลำดับ พบว่า homepage ของวารสารนักล่ามีคำสะกดผิด 61 จาก 93 ฉบับ (66%) เทียบกับ 6 จาก 99 (6%) และ 3 จาก 100 (3%) ส่วนบรรณาธิการหรือกรรมการกองบรรณาธิการที่ยืนยันสังกัดกับวารสารไม่ได้มี 66 ฉบับในกลุ่มวารสารนักล่า เทียบกับ 2 ฉบับในกลุ่มเข้าถึงแบบเปิดและ 1 ฉบับในกลุ่มสมัครสมาชิก [5] ข้อมูลนี้เก่า (ปี 2014) และมาจากรายชื่อเดียว จึงเป็นเพียงตัวอย่างลักษณะที่เคยพบ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน

ข้อควรระวังในการใช้สัญญาณเตือนมีสามข้อ ข้อแรก Grudniewicz และคณะเตือนว่าสัญญาณเตือนต้องประเมินอย่างระวัง เช่น วารสารใหม่ยังสมัคร DOAJ หรือเป็นสมาชิก COPE ไม่ได้จนกว่าจะดำเนินการครบหนึ่งปี และวารสารที่ทรัพยากรน้อยอาจมีเว็บไซต์ไม่เรียบร้อยโดยไม่ได้มีเจตนาหลอก แต่ภาระการพิสูจน์อยู่ที่วารสาร [4] ข้อสอง การเป็นสมาชิก COPE การอยู่ในดัชนีที่คัดสรร หรือการอยู่ใน DOAJ ไม่พอที่จะรับประกันคุณภาพ เพราะวารสารนักล่าหาทางแทรกเข้ารายชื่อเหล่านี้ได้ [4] ข้อสาม ไม่มีรายชื่อใดสมบูรณ์ Strinzel และคณะเปรียบเทียบรายชื่อดำ (Beall’s, Cabells) กับรายชื่อขาว (DOAJ, Cabells) พบวารสาร 72 ฉบับและผู้จัดพิมพ์ 42 รายที่อยู่ทั้งสองฝั่ง [6] จึงควรใช้หลายแหล่งประกอบกัน

Think.Check.Submit มีรายการตรวจสำหรับผู้นิพนธ์ รวมถึงข้อที่ว่าวารสารไม่ควรรับประกันการตอบรับหรือเวลา peer review ที่สั้นผิดปกติ ค่าธรรมเนียมต้องชัดเจนว่าเรียกเก็บเมื่อใดและเพื่ออะไร และวารสารเข้าถึงแบบเปิดควรมีนโยบายสัญญาอนุญาตที่ชัด [7] ตรวจแล้วตอบ “ใช่” ครบจึงค่อยส่ง ผู้จัดพิมพ์ที่มักถูกถามถึงดู MDPI คืออะไร น่าเชื่อถือไหม

บริบทไทย: กติกาที่ต้องอ่านจากต้นสังกัด

ผู้เขียนค้นประกาศระดับชาติ (กระทรวง อว. ศูนย์ TCI และ ก.พ.อ.) ที่กำหนดวิธีปฏิบัติกับบทความในวารสารที่ถูกถอดจาก Scopus เมื่อ 11 ต.ค. 2569 และไม่พบ (ไม่ได้แปลว่าไม่มี) จึงไม่สรุปแทนหน่วยงานเหล่านั้น สิ่งที่พบเป็นกติการะดับสถาบัน เช่น ประกาศคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องการสนับสนุนค่าตีพิมพ์ (Page Charge) ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่กำหนดว่าบทความต้องตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่ปรากฏในฐานข้อมูล Scopus และต้องเป็นผลงานที่ตีพิมพ์มาแล้วไม่เกิน 6 เดือน [11] นี่เป็นกฎของคณะนั้นเท่านั้น ผู้นิพนธ์ควรถามต้นสังกัดของตนว่านับ ณ วันส่ง วันตอบรับ วันตีพิมพ์ หรือวันที่ยื่นเบิก

หน้าเว็บบนโดเมน app.gs.kku.ac.th (โดเมนของมหาวิทยาลัยขอนแก่น หน้าไม่ระบุชื่อหน่วยงานในเนื้อหา และระบุวันที่ลง 16 ส.ค. 2560) มีหัวข้อ “การตรวจสอบวารสาร Discontinued ในฐานข้อมูล Scopus” ซึ่งชี้ไปที่หน้า Scopus content ของ Elsevier และตัวเลือกดาวน์โหลด source title list [10] ผู้เขียนอ่านผ่านตัวสรุปเท่านั้น ใช้เพียงชี้ว่ามีหน่วยงานไทยแนะนำให้ตรวจจากไฟล์ของ Elsevier ไม่ใช่กติกาบังคับ ความต่างของฐานข้อมูล TCI, Scopus และ ISI ดู TCI vs Scopus vs ISI และเรื่องกลุ่มของ TCI ดู TCI กลุ่ม 1 กับกลุ่ม 2

สรุป

  • ถอดจาก Scopus หมายถึงหยุดเพิ่มเนื้อหาใหม่ ส่วนบทความที่ลงดัชนีแล้วยังอยู่ตามนโยบาย ยกเว้นกรณีละเมิดจริยธรรมอย่างรุนแรงที่พิสูจน์แล้ว [1]
  • ตรวจจากไฟล์ source title list รายเดือนของ Elsevier ไม่ใช่จากข่าวหรือรายชื่อที่คัดลอกต่อกันมา จดชื่อไฟล์ ฉบับเดือน แท็บ และวันที่เข้าถึง
  • อ่านคอลัมน์ Indexation Change และตัวเลข final coverage Inactive อย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าถูกถอด
  • ตรวจสามจุด: ก่อนส่ง เมื่อได้รับตอบรับ และก่อนจ่ายค่าตีพิมพ์
  • เทียบ homepage ในโปรไฟล์ Scopus กับ URL ที่ใช้ส่ง เพื่อกันวารสารปลอม [3]
  • ใช้ Think.Check.Submit และหลักการของ DOAJ/COPE ประกอบ และไม่พึ่งรายชื่อเดียว [6][7][8]
  • ถ้าถูกถอดระหว่างรอ: เก็บหลักฐาน ถามบรรณาธิการเป็นลายลักษณ์อักษร เทียบวันที่กับ coverage ถามต้นสังกัด แล้วจึงตัดสินใจถอน

หากต้องการให้ทีมช่วยคัดวารสาร ตรวจสถานะการทำดัชนี และจัดแผนสำรอง ดูบริการ สนับสนุนการตีพิมพ์ นักศึกษาและนักวิจัยที่ไม่มีทุนสามารถสอบถามส่วนลดหรือขอคำชี้แจงเพิ่มเติมผ่านแบบฟอร์ม ติดต่อเรา หรืออีเมล [email protected] บริการของเราดำเนินการตามแนวทาง ICMJE, COPE และ GPP3

เอกสารอ้างอิง

  1. Elsevier. (n.d.). Scopus content policy and selection (หัวข้อ Title re-evaluation policy และ Journal change policy). https://www.elsevier.com/products/scopus/content/content-policy-and-selection (เข้าถึง 11 ต.ค. 2569)
  2. Elsevier. (2026). Scopus source title list, September 2026 (ไฟล์ Excel ที่ลิงก์จากหน้า Scopus content policy and selection; แท็บ Scopus Sources และ Discontinued Titles; ผู้เขียนนับแถวเอง). เข้าถึง 11 ต.ค. 2569
  3. Abalkina, A. (2024). Challenges posed by hijacked journals in Scopus. Journal of the Association for Information Science and Technology, 75(4), 395-422. doi:10.1002/asi.24855 (ตรวจ DOI และข้อมูลฉบับกับ Crossref; ไม่มีใน PubMed)
  4. Grudniewicz, A., Moher, D., Cobey, K. D., et al. (2019). Predatory journals: no definition, no defence. Nature, 576(7786), 210-212. doi:10.1038/d41586-019-03759-y PMID: 31827288
  5. Shamseer, L., Moher, D., Maduekwe, O., Turner, L., Barbour, V., Burch, R., et al. (2017). Potential predatory and legitimate biomedical journals: can you tell the difference? A cross-sectional comparison. BMC Medicine, 15(1), 28. doi:10.1186/s12916-017-0785-9 PMID: 28298236
  6. Strinzel, M., Severin, A., Milzow, K., & Egger, M. (2019). Blacklists and whitelists to tackle predatory publishing: a cross-sectional comparison and thematic analysis. mBio, 10(3), e00411-19. doi:10.1128/mBio.00411-19 PMID: 31164459
  7. Think. Check. Submit. (n.d.). Journals checklist. https://thinkchecksubmit.org/journals/ (เข้าถึง 11 ต.ค. 2569)
  8. COPE, DOAJ, OASPA, & WAME. (2022). Principles of transparency and best practice in scholarly publishing (ฉบับที่ 4, เผยแพร่ 15 ก.ย. 2022; เนื้อหาบนหน้าของ DOAJ). https://doaj.org/apply/transparency/ (เข้าถึง 11 ต.ค. 2569)
  9. ISSN International Centre. (n.d.). ISSN Portal. https://portal.issn.org/ (เข้าถึง 11 ต.ค. 2569)
  10. หน้าเว็บ “วารสารในฐานข้อมูล Scopus/ISI/TCI” บนโดเมน app.gs.kku.ac.th (ระบุวันที่ลง 16 ส.ค. 2560). https://app.gs.kku.ac.th/gs/th/category/16/research/2077/thai-journal.html (เข้าถึง 11 ต.ค. 2569; อ่านผ่านตัวสรุป เพราะการเชื่อมต่อโดยตรงล้มเหลวที่ TLS)
  11. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2569). ประกาศคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การสนับสนุนการตีพิมพ์บทความวิจัย (Page Charge) เงินกองทุนวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2569 (กฎของคณะ). ไฟล์ PDF บนเว็บไซต์คณะ (เข้าถึง 11 ต.ค. 2569)
  12. SCImago. (n.d.). SCImago Journal & Country Rank: About us. https://www.scimagojr.com/ (เข้าถึง 11 ต.ค. 2569; อ่านผ่านตัวสรุป เพราะเว็บไซต์ปฏิเสธการดึงโดยตรง)

มีคำถามหรือต้องการใบเสนอราคา?

ส่งข้อความสั้นๆ ถึงเรา ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงในวันทำการ

    Similar Posts

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *